ยิงถล่ม-บึมใต้ ลูบคมรัฐ เย้ย "บิ๊กป้อม" เจรจามาเลย์ ขอสันติสุข

ยิงถล่ม-บึมใต้ ลูบคมรัฐ เย้ย "บิ๊กป้อม" เจรจามาเลย์ ขอสันติสุข

เหตุการณ์คนร้ายนับ 10 รายเข้าปฏิบัติการโจมตีกองร้อยป้องกันชายแดน ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องหลายลูกในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และพื้นที่ใกล้เคียง รวม 4 จุด พร้อมใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่ม สถานีตำรวจน้ำตากใบ ใช้ระเบิดไปป์บอมบ์และอาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มใส่จนรั้วกำแพง และอาคารสำนักงานด่านศุลกากรตากใบ ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าริมถนนสายฮูมอลานัส-ตะปอเยาะ ม.6 ต.เจ๊ะเห

และนำระเบิดแสวงเครื่องซึ่งประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 20 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารไปวางไว้กลางถนนสายหน้าร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งตั้งอยู่ ม.4 ต.เจ๊ะเห โดยมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

ก่อนเปิดฉากยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่อีกรอบเสียงปืนดังสนั่น ทำให้ชาวบ้านหลับนอนยามค่ำคืนวันที่ 25 พ.ค.65 เกิดความหวาดกลัวในความไม่ปลอดภัย ปฏิบัติการถล่มทั่ว อ.ตากใบ ครั้งนี้ ซึ่งเป็นเขตใกล้ชายแดนไทย-มาเลย์ ถือเป็นการก่อเหตุสร้างความหวาดผวา เพื่อต้อนรับ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ที่จะเดินทางเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 55 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์

โดยมีวาระเยี่ยมคารวะ ดาโต๊ะ สรี ฮิสฮัมมุดดิน บิน ตุน ฮุสเซน รมว.กลาโหม มาเลเซีย หารือร่วมกันในการแก้ปัญหาบุคคลสองสัญชาติที่เป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การจัดตั้งจุดลาดตระเวนร่วมแห่งใหม่ การก่อสร้างรั้วร่วมบริเวณ อ.สะเดา จ.สงขลา การก่อสร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม การดำรงการสนับสนุนของมาเลเซียในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข จชต.ที่ไทยยืนยันแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี

รวมถึงความร่วมมือและยกระดับการเสริมสร้างด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน ไทย-มาเลเซีย เพื่อให้เกิดความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่ชายแดนทั้งสองประเทศ ความมั่นคงของทั้งสองประเทศในทุกระดับ

โดยเหตุการณ์ครั้งนี้พบว่าเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.ปชด. และ อส.อ.ตากใบ ที่บาดเจ็บ 3 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตากใบ ประกอบด้วย พลทหารสุไลมาน ยูโซะ ได้รับบาดเจ็บ โดนสะเก็ดระเบิดที่ขาขวาเหนือตาตุ่ม อส.โอภาส แสนซม ได้รับบาดเจ็บ ขาซ้ายโดนสะเก็ดระเบิดเนื้อฉีกขาด และขาขวาโดนสะเก็ดระเบิดเล็กน้อย อส.เอกวัฒน์ เกตุด้วง ได้รับบาดเจ็บโดนสะเก็ดระเบิดบริเวณชายโครงใกล้กับเอว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทหาร ตำรวจ ประกอบด้วย พล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว ผบ.ฉก.นราธิวาส พล.ต.ต.แวสาแม สาและ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ว่าที่ร้อยตรีจิรัสย์ ศิริวัลลภ นายอำเภอตากใบ พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.ตากใบ พ.ต.อ.ปรเมศ พวยนอก ผกก.7 กองบังคับการตำรวจน้ำตากใบ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งลงพื้นที่เพื่อร่วมกันตรวจสอบจุดเกิดเหตุ 4 จุด ก่อนสั่งการเจ้าหน้าที่ปิดล้อม ไล่ล่าคนร้าย

เบื้องต้นยังไม่ชี้ชัดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด แต่ถือว่าได้ก่อเหตุรุนแรงต่อข้าราชการฝ่ายรัฐ และสร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้าน เพราะที่ผ่านมาในช่วง "คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้" โดย พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ ได้เปิดโต๊ะเจรจากับคณะผู้แทน BRN นำโดย อุซตาส อานัส อับดุลเราะห์มาน โดยมีการหารือและพูดคุยแบบเต็มคณะ และได้ทำข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว จนทำให้สถานการณ์ช่วงเดือนรอมฎอนเกิดเหตุลดลง

กระทั่งฝ่ายไทยได้เสนอผ่านผู้อำนวยการความสะดวกมาเลเซีย ขอพูดคุยกับทุกกลุ่มเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้ความสำคัญการในพูดคุยเพื่อให้พื้นที่ชายแดนภาคใต้ เกิดสันติสุขจึงมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นผู้แทน ที่เดินทางร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดน GBC ไทย-มาเลเซีย

ที่ผ่านมากลุ่มพูโล PULO P4 หรือ "องค์การสหปัตตานีเสรี" มี นายซัมซูดิง คาน เป็นหัวหน้าและมีกองกำลังชื่อว่า PLA หรือ Patani Liberation Army ส่วน G5 เป็นกองกำลังใหม่ของกลุ่มพูโล MKP ที่มี นายกัสตูรี่ มาห์โกตา เป็นหัวหน้ากลุ่ม ยังคงปฏิบัติการก่อเหตุ เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความหวาดกลัวในพื้นที่ทั้ง แขวนป้ายผ้าและใบปลิวบริเวณสะพานเซะโมะ เขตรอยต่อ บ้านกูแบบาเดาะ กับ บ้านเจาะกือแย อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โดยมีข้อความว่า"ปาตานีไม่ใช่สยาม มึงออกไป Patani Merdeka PULA P4"เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง และพยายามกดดันเจ้าหน้าที่ เพื่อต้องการเข้ามาวงพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

นอกจากนั้นยังพบว่ามีการปักป้ายคล้ายธงของ BRN ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี ที่หลุมฝังศพสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งเสียชีวิตในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

โดยป้ายทำด้วยไม้ มีชื่อเป็นภาษาอาหรับ และมีสัญลักษณ์ธงของกลุ่ม BRN ภายในสุสาน หรือ กุโบร์ บ้านไอร์บาตู หมู่ 4 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี โดยมีป้ายลักษณะคล้ายๆ กันจำนวน 5 หลุม 5 ป้าย ทุกรายเสียชีวิตจากเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่กำลังผสม 3 ฝ่าย บนเทือกเขาตะเว ในพื้นที่ อ.ระแงะ โดย 3 ใน 5 ศพ เป็นสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่บ้านไอร์บาตู

แม้ทาง "กองทัพภาคที่ 4" โดย พล.ต.อุทิศ อนันตนานนท์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะรอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พยายามสานต่อรอมฎอนสันติสุข เพิ่มอีก 60 วันไปจนถึงฮารีรายออีดิ้ลอัฎฮา ด้วยการพบปะพูดคุยสานสัมพันธ์ผู้ประสานงานเครือข่ายสานใจสู่สันติ ร่วมแลกเปลี่ยนรับฟังความคิดเห็นจากผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา เพื่อประสานงานระดับพื้นที่ สร้างการรับรู้นำแนวทางนโยบายของหน่วยงานรัฐสู่ประชาชนในห้วงเดือนรอมฎอน เป็นเดือนแห่งสันติสุข

ด้วยการเปิดโอกาส และอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบได้มีโอกาสกลับมายังภูมิลำเนาจากที่ต้องพลัดจากถิ่นได้กลับมาสู่ถิ่น มาดูความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น โดยได้รับโอกาสการอภัยจากเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้กลับมา และเมื่อได้กลับมายังภูมิลำเนาจะได้ทำหน้าที่มุสลิมที่ดีด้วยการปฏิบัติศาสนกิจที่มัสยิดในห้วงเดือนรอมฎอน และได้สิ้นสุดลงเมื่อ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา

แต่สมาชิกผู้ประสานงานเครือข่ายสานใจสู่สันติ ได้เสนอให้มีการสานต่อ ข้อตกลงดังกล่าวเพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในห้วงเวลาที่ทำข้อตกลง การก่อเหตุ หรือการใช้ความรุนแรงในพื้นที่ลดลงอย่างชัดเจน จนทุกฝ่ายพอใจและหวังอยากให้เป็นเช่นนี้ต่อไป จึงได้มีการพบปะและรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนประชาชน โดยผ่านผู้ประสานงานเครือข่ายสานใจสู่สันติ จากทั้ง 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน พล.ต.อุทิศ อนันตนานนท์ ยังนำ ผบ.หน่วย ผบ.ร้อย และฝ่ายอำนวยการของ ฉก.จังหวัด ฉก.ทพ. ฉก.ตร.หมายเลข ฉก.ตชด. ฉก.ม.พัน.31 พัน.ร.เชิงรุก. ฉก.สันติสุข.ปลัดอำเภอ นายตำรวจระดับสารวัตร รองสว.ประจำ สภ.จนท.ศอ.บต.สน. และ จนท.ศปบ.จชต. เขาปฐมนิเทศเพื่ออบรม ตามแผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโครงการ "รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ยุติการก่อเหตุรุนแรง

หวังที่จะฝึกอบรมกำลังพลผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย แนวทางการปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รวมทั้งยุทธวิธีของผู้ก่อเหตุรุนแรง และแนวทางการต่อต้าน โดยน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชา มาปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยปฏิบัติภายใต้กรอบแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเน้นย้ำการปฏิบัติตามสั่งการของ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ในการรักษาความปลอดภัย การควบคุมพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน

"หวังให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ที่ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญ นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติในทุกมิติ จนเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน นำไปถ่ายทอดให้กับแนวหน้าที่ปฏิบัติงานได้อย่างถ่องแท้ กำชับห้ามกำลังพลสร้างเงื่อนไขเด็ดขาด พร้อมเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ทุกโอกาส อีกทั้งให้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ เตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการเฝ้าระวังป้องกันการก่อเหตุต่างๆ เพื่อลดการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น"

ยุติการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ ให้ประชาชนได้อยู่กับครอบครัวและได้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญ คือ การทำกุรบาน (เชือดสัตว์พลีทาน) และจะนำประเด็นนี้นำเสนอเข้าไปยังเวทีการพูดคุยสันติสุข เพื่อรับฟังความคิดเห็นชอบจากทุกฝ่าย ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับการขยายเวลาเพื่อยุติความรุนแรงเพื่อร่วมสร้างความสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ตามที่ประชาชนได้เรียกร้อง

เพราะนับเป็นครั้งแรกหลังเหตุการณ์ปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็ง จ.นราธิวาส ไม่มีการก่อเหตุร้ายในช่วงเทศกาลถือศีลอด จากกำลังติดอาวุธของ BRN และมีผู้เห็นต่างจากขบวนการ BRN 200 รายได้เข้าร่วมโครงการ ที่ได้รับอนุญาตจากฝ่ายความมั่นคงให้เดินทางกลับบ้านเยี่ยมครอบครัวญาติพี่น้อง รวมถึงการเข้าร่วมปฏิบัติศาสนกิจในห้วงเวลาดังกล่าว ถือเป็นช่วงเวลาของการสร้างบรรยากาศสันติสุข สร้างความไว้วางใจต่อกัน ลดการเผชิญหน้า

และหลังจบช่วงรอมฎอนสันติสุข ผู้เห็นต่างนับร้อยได้ตัดสินใจไม่กลับไปร่วมงานกับ BRN ยุติการใช้ความรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงได้ให้ความช่วยเหลือในข้อกฎหมายในคดีความที่มีอยู่จากหมาย ป.วิอาญา จากการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางของฝ่ายความมั่นคงช่วยเหลือให้อดีตผู้ปฏิบัติงาน BRN สามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข หลังยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธในพื้นที่ ด้วยการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้นเอง

ขณะที่เหตุการณ์ครั้งนี้พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า การก่อเหตุมุ่งไว้ 2 ประเด็น ประเด็นที่ 1 เป็นปัจจัยที่เกิดจากกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขอาจเกิดจากกลุ่มที่ตกกระบวนการพูดคุย ประเด็นที่ 2 เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักในเรื่องของการตอบโต้ผลจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปจัดการกับภัยแทรกซ้อนในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งที่ผ่านมาผลจากการพูดคุยในเรื่องความรุนแรงอาจเป็นช่องทางที่ทำให้กลุ่มพ่อค้ายาเสพติด และของสิ่งผิดกฎหมายในการทำผิดมากขึ้น

กองทัพได้ใช้อำนาจการบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่เมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม เปิดแผนในการเข้ากวาดล้างธุรกิจผิดกฎหมายหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอตากใบ ได้ตรวจสินค้าหนีภาษี ไม่ว่าจะเป็นสุรา บุหรี่หรือแม้กระทั่งน้ำมันหนีภาษี และล่าสุดได้มีการตรวจค้นพร้อมกัน 29 จุดในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้กลุ่มที่เสียผลประโยชน์ใช้โอกาสในการสร้างสถานการณ์ความรุนแรง

ซึ่งพื้นที่ที่มีผลประโยชน์ในเรื่องของธุรกิจผิดกฎหมาย หลายครั้งที่ทำการกวาดล้างก็มักจะมีการตอบโต้ ดังนั้นขอเวลาให้เจ้าหน้าที่รวบรวมวัตถุพยาน รวมทั้งการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และข้อมูลด้านการข่าวเชิงลึก เพื่อที่จะคลี่คลายและสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ว่าเกิดจากอะไร

ผู้เขียน : ยุทธจักรเขียว

กราฟิก :Jutaphun Sooksamphun

คุณกำลังดู: ยิงถล่ม-บึมใต้ ลูบคมรัฐ เย้ย "บิ๊กป้อม" เจรจามาเลย์ ขอสันติสุข

หมวดหมู่: ภูมิภาค

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/south/2402880

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด