อนาคตการเมืองไทย หลังประชุมเอเปก ลือ "ลุงตู่-ลุงป้อม" แยกทาง ขั้วรัฐบาลระส่ำ?

อนาคตการเมืองไทย หลังประชุมเอเปก ลือ "ลุงตู่-ลุงป้อม" แยกทาง ขั้วรัฐบาลระส่ำ?

"เปิดปาก กับ ภาคภูมิ" พูดคุยถึงอนาคตการเมืองไทย หลังการประชุมเอเปก 2022 ลือ "ลุงตู่-ลุงป้อม" แยกทาง ขั้วรัฐบาลระส่ำ?

ในรายการ "เปิดปาก กับ ภาคภูมิ" โดย ภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ วันนี้ พูดคุยกันเรื่องอนาคตการเมืองไทย หลังการประชุมเอเปก 2022 เนื่องจากมีข่าวลือว่า "ประยุทธ์-ประวิตร" แยกทาง ขั้วรัฐบาลระส่ำ?

เมื่อถามถึงการเมืองไทย หลังการประชุมเอเปก รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เผยว่า การเมืองไทยหลังจากนี้มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน จะเป็นการยุบสภา หรือจัดทัพรับเลือกตั้งของพรรคต่างๆ รวมถึงที่หลายคนจับตา คือ การเปิดตัวแคนดิเดตของพรรครวมไทยสร้างชาติที่มีข่าวว่าจะมีชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเอเปกเปรียบเสมือนแรงผลักให้พล.อ.ประยุทธ์ เข้าสู่เส้นทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และอีกไม่นานก็เชื่อว่าจะมีการเปิดตัวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นแคนดิเดตของพรรคไหนแน่นอน และส่วนตัวก็เชื่อว่าท่านจะไม่วางมือทางการเมืองแน่นอน เพราะหากไม่คิดจะเล่นการเมือง คงลาออกไปตั้งแต่ก่อนที่จะมีประเด็นเรื่องนายกฯ 8 ปีแล้ว

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช



ส่วนเรื่องการเมืองระหว่างประเทศนั้นคงเป็นเรื่องของการแสดงจุดยืนของนายกฯ บนเวทีโลก โดยการประชุมเอเปกจะเป็นเหมือนการฟื้นคืนชีพของ พล.อ.ประยุทธ์ ในทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่า ทำไมหลายคนมองว่าหลังการประชุมเอเปก การเมืองไทยจะเข้มข้นขึ้นรศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยว่า เพราะเวลามันงวดเข้ามาแล้วในการอยู่ครบเทอมของรัฐบาล ซึ่งถ้าดูจากแนวโน้มของข่าว จากแหล่งข่าวแล้ว ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์แยกกันตี รวมกันเดิน แต่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงยังจะไม่ตอบอะไร หรืออยู่ในช่วงออมกำลัง คือ รอ ส.ส.จากพรรคอื่นๆ ไปรวมกันที่พรรครวมไทยสร้างชาติ และรวมกำลังในบั้นปลายสุดท้าย

ต่อข้อถาม แล้วเวลาที่เหมาะสม ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ควรเปิดตัวว่าเป็นแคนดิเดตของพรรคอะไร คือตอนไหนรศ.ดร.ยุทธพรบอกว่า เชื่อว่าอาจจะก่อนปีใหม่ หรือหลังปีใหม่นิดหน่อย เพราะถ้านานกว่านั้น กระแสเอเปกก็จะเริ่มตก ก็จะไม่มีแรงส่งทางการเมือง รวมถึงอาจจะมีสถานการณ์การเมืองอื่นๆ ที่เข้ามาแทรก นอกจากนี้การเปิดตัวก็ต้องอาศัยเวลาและปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ในการเลือกตั้งด้วย แต่เมื่อเกิดการแตกตัวของพรรคพลังประชารัฐแล้ว มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความขัดแย้งของ 2 ป. แต่เป็นเพราะปัญหาจากโครงสร้างภายในของพรรคเพราะทุกวันนี้พลังประชารัฐมี 2 ทีมใหญ่ๆ คือ ทีมลุงตู่ กับทีมลุงป้อม ซึ่ง 2 ทีมนี้ดูจะทำงานต่อได้ยากลำบาก

อีกเงื่อนไขคือ การแตกไปเป็นอีกพรรค อาจทำการกำหนดยุทธศาสตร์ทางการเมืองคล่องตัวขึ้น อย่างเช่น ถ้าหลังเลือกตั้ง รวมไทยสร้างชาติไม่ประสบความสำเร็จ พลังประชารัฐประสบความสำเร็จมากกว่า แต่ก็ไม่ถึงขึ้นจัดตั้งรัฐบาลในขั้วของรัฐบาลเดิมได้ ก็เป็นไปได้ที่จะไปจับขั้วกับฝ่ายค้าน อย่างพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทย โดยในสมการนี้ไม่มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์

รศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
รศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต



ด้านรศ.ดร.วันวิชิต มองว่า การแตกออกเป็น 2 พรรคนั้นเป็นยุทธวิธีเช่นกัน เพราะหลายครั้งที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ พยายามแสดงบทบาท ก็มีเพียงไม่กี่กลุ่มที่เอาด้วย แต่ก็ไม่ได้มีมากเท่า พล.อ.ประวิตร ซึ่งหากฉีกตัวเองออกมา อาจทำให้การทำงานทางการเมืองคล่องตัวกว่า และหากดูประวัติศาสตร์ทางการเมืองจะพบว่าระดับบิ๊กๆ ที่มาเล่นการเมือง ความสัมพันธ์ไม่ค่อยมีปัญหา แต่จะมีปัญหาคือ แขนซ้าย แขนขวาของตัวเอง กับอีกฝั่งหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นการแยกกันเดินอาจจะดูดีกว่า

เมื่อถามว่า คิดว่าจะมีการยุบสภาก่อนไหมรศ.ดร.วันวิชิต เห็นว่า ถ้าเป็นไปได้คงจะมีการลากให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อาจจะอยู่ถึงปลายกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคม ซึ่งการลากให้ครบเป็นเป้าหมายสูงสุด เนื่องจากอาจมีตัวแปรที่เข้ามาก่อนการเลือกตั้ง

ขณะที่รศ.ดร.ยุทธพร มองว่า มีโอกาสยุบสภาสูง ซึ่งเกิดได้ตั้งแต่ธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งตนให้น้ำหนักกับการยุบสภาที่เดือนมีนาคม ก่อนครบวาระไม่กี่วันเพราะเป็นเทคนิคทางการเมือง ที่ทำให้เวลาในการหาเสียงเลือกตั้งยืดออกไปเป็น 45 ไม่เกิน 60 วัน แต่ถ้าครบวาระ ต้องเลือกตั้งภายใน 45 วัน และเงื่อนไขที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการย้ายพรรค ซึ่งสำคัญกว่า เพราะถ้ายุบสภา ส.ส.จะใช้เวลาในการย้ายพรรคได้ใน 30 วันเท่านั้น ไม่ใช่ 90 วัน เพราะอย่างนั้นถึงเชื่อว่าโอกาสในการยุบสภามีมากกว่า โดยเฉพาะเดือนมีนาคมมีความเป็นไปได้สูง



เมื่อถามถึงภาพหลังการเลือกตั้งครั้งถัดไปรศ.ดร.วันวิชิต มองว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะไปทำพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็เพื่อกันอีก "ป." นึงออกมา คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เนื่องจากตนมั่นใจว่าพล.อ.อนุพงษ์ จะไปอยู่ในโควตาส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ เก็บเก้าอี้ไว้ให้ ซึ่งเราจะยังไม่ได้เห็น 3 ป.อยู่ และหากพล.อ.อนุพงษ์ ได้มาเป็น รมว.มท.อีกครั้ง เสียงต่างๆ ในพรรคประชารัฐที่เคยค่อนขอดก็พูดอะไรมากไม่ได้ และเชื่อว่าพล.อ.อนุพงษ์ ต้องไปอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์

ด้านรศ.ดร.ยุทธพร มองว่า กติกาทางการเมืองในรัฐธรรมนูญปี 60 จะกำหนดรูปโฉมทางการเมืองให้ออกมาไม่ได้ต่างจากเดิมเท่าไร โครงสร้างอำนาจก็ยังอยู่กับ คสช. อยู่ แต่พรรคเล็กอาจจะหายไป อาจมีคนใหม่ๆ ทางการเมืองเข้าๆ ออกๆ บ้างเท่านั้นเอง ผมว่ารัฐบาลก็ใกล้เคียงกับของเดิม แต่อาจจะสลับในเรื่องของพรรคร่วมเท่านั้นเอง.



ติดตามได้ใน "เปิดปาก กับ ภาคภูมิ"ทุกวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32

คุณกำลังดู: อนาคตการเมืองไทย หลังประชุมเอเปก ลือ "ลุงตู่-ลุงป้อม" แยกทาง ขั้วรัฐบาลระส่ำ?

หมวดหมู่: การเมือง

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/politic/2559668

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด