เอาแล้ว "กล้า" ยื่น "สตง." สอบ "สทศ." ดันทุรังสอบโอเน็ต "งบ 700 กว่าล้าน"มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

“พรรคกล้า” ยื่น สตง. ตรวจสอบ สทศ. จัดสอบ O-Net ป.6 , ม.3 ไม่คุ้มค่า เด็กเรียนไม่เท่ากัน ประเมินผลการจัดการศึกษาไม่ได้ ชี้ อดีต รมว.ศึกษา เคยทักท้วงแล้ว
แต่ สทศ. ยังดันทุรัง ตั้งข้อสังเกต มีผลประโยชน์ในการจัดสอบหรือไม่ ขอกระทรวงศึกษาปรับแนวทางลดความเครียดเด็ก ตั้งคำถามงบปีละ 700 กว่าล้าน พัฒนาการศึกษาอะไรได้บ้าง

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า พร้อมด้วย นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคกล้า ยื่นหนังสือถึง นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ขอให้ตรวจสอบ
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ใช้งบประมาณจัดสอบ O-Net ระดับชั้น ป.6 และ ม.3 ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ในการประเมินผลการจัดการศึกษา ของ สทศ.
รวมถึงไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ และมีประสิทธิภาพ ตามมาตรา 4 วรรคสิบ แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2561


นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เคยทำหนังสือถึง สทศ. ให้ยกเลิกสอบ O-Net ไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เพราะการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ระลอกสอง
ทำให้การเรียนการสอนแต่ละโรงเรียนมีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน แต่ สทศ. ยังยืนยันที่จะจัดสอบ จนในที่สุดมีข้อสรุปให้เป็นสิทธิส่วนตัวของนักเรียน ที่จะเข้าทดสอบตามความสมัครใจ
ขณะที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ก็แก้ไขหลักเกณฑ์แล้วว่า ไม่จำเป็นต้องใช้คะแนนโอเน็ต ประกอบการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อ ม.1 และ ม.4

เลขาธิการพรรคกล้า ย้ำว่า จากเหตุผลทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า การสอบ O-Net ไม่ใช่เรื่องจำเป็น เพราะผลสอบเด็กเอาไปใช้ประกอบสอบเข้าโรงเรียนรัฐ ชั้น ม.1 และม.4 ปีนี้ไม่ได้
อีกทั้งผลสอบไม่สามารถประเมินผลการศึกษาไทยได้ เพราะเด็กเลือกสอบโดยสมัครใจ บางคนสอบ บางคนไม่สอบ จึงไม่มีค่าเฉลี่ยที่แท้จริง แต่ สทศ. ยังคงจัดสอบ O-Net ระดับ ป.6 และ ม.3
เมื่อวันที่ 13 – 14 มีนาคม 64 ที่ผ่านมา จึงเห็นว่า ไม่เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และยังเป็นการผลักภาระให้เด็กนักเรียน ต้องแบกรับความเครียด
สอบมากเกินไปโดยไม่จำเป็น

“งบประมาณ 700 กว่าล้านบาท ที่ใช้อยู่ทุกๆปี นอกจากวัดผลว่าเด็กได้คะแนนมากน้อยแล้ว มีอะไรจะเป็นรูปธรรมในการพัฒนาการศึกษาไทยบ้าง” นายอรรถวิชช์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า แทนที่จะยกเลิกการสอบ O-Net ไปก่อน แต่กลับจัดสอบต่อไป โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่นักเรียนต้องแบกรับ ซึ่งอาจเป็นเพราะ สทศ. เคยชินกับการทำงานระบบราชการล้าหลังแบบนี้อยู่แล้ว
จึงไม่ยกเลิกสอบ และผลักภาระให้นักเรียนแทน หรือหากเลวร้ายที่สุด อาจเป็นไปได้หรือไม่ว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้นในการจัดสอบ เช่น การใช้งบประมาณจัดการบุคลากร สถานที่
โรงพิมพ์ รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินวิทยฐานะครูหรือไม่ จนเป็นเหตุทำให้ไม่สามารถยกเลิกสอบ O-Net ได้ จึงเป็นเหตุที่พรรคกล้า ต้องยื่นหนังสือขอให้ สตง.ดำเนินการตรวจสอบ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก มติชน
https://www.matichon.co.th/politics/news_2631170

#เรื่องเล่าข่าวเด็ด
#โอเน็ต
#การศึกษา
เรื่องเล่า ข่าวเด็ด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: