เอสเอ็มอีหวั่นหนี้เสียพุ่งจี้รัฐดูแล

เอสเอ็มอีหวั่นหนี้เสียพุ่งจี้รัฐดูแล

ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย แสงชัย ธีรกุลวาณิช ระบุ ภาคเอสเอ็มอีของไทยยังคงเผชิญกับปัญหาหลายด้าน และปัจจุบันเศรษฐกิจของประเทศไทยตกต่ำลงหลังจากเผชิญกับโควิด-19 ทำให้เอสเอ็มอีได้รับผลกระทบอย่างมาก รวมถึงปัญหาเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยนโยบายที่กำลังจะขึ้น ต้นทุนด้านพลังงาน ค่าครองชีพ รายได้ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ยังไม่เพื่มขึ้น ยังมีหลายกิจการที่สถานการณ์ยังน่าวิตกกังวลอยู่ โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นกระทบกับต้นทุนของเอสเอ็มอีที่เพิ่มขึ้นประมาณ 20-30% ทำให้ผู้ประกอบการยังเผชิญความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าวันนี้เปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบแต่ภาวะต้นทุนต่างๆ ที่เพิ่มสูงนับเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นตัวของเอสเอ็มอี

ทั้งนี้ คาดหวังว่ามาตรการต่างๆที่ภาครัฐทยอยออกมาในรอบนี้จะสามารถช่วยบรรเทาวิกฤตได้ในระดับหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญอยากให้ภาครัฐวางมาตรการไม่ใช่แค่ระยะสั้น จะต้องมีมาตรการระยะยาวที่จะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเข้าสู่กระบวนการแก้ไขหนี้ เนื่องจากมีหนี้เสียและหนี้นอกระบบ และสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น แก้หนี้เสียรหัส 21 ที่เป็นผู้ประกอบการที่เป็นหนี้ชั้นดีแต่ได้รับผลกระทบโควิด-19รัฐต้องเร่งดูแลโดยด่วนเพราะหากปล่อยไว้ครึ่งปีหลังจะรุนแรง หากภาครัฐแก้ไขหนี้ให้เอสเอ็มอีและเติมทุนอย่างเป็นระบบจะช่วยบรรเทาวิกฤตและประคองสถานการณ์ได้

ทั้งนี้ รัฐจำเป็นต้องเร่งเข้ามาดูแลเอสเอ็มอีผ่านมาตรการ 4 เพิ่ม 4 ลด ได้แก่ 4 เพิ่มโดยกลไกกองทุนนวัตกรรม ได้แก่ 1.เพิ่มการส่งออก 2. เพิ่มการบริโภคภาครัฐ 3. เพิ่มการลงทุนในประเทศ และ 4.เพิ่มการบริโภคภายในประเทศ ส่วน 4 ลดผ่านกลไกกองทุนพัฒนาและกองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอี ได้แก่ 1 ลดสารพัดหนี้ ลดหนี้เสีย หนี้นอกระบบหนี้ครัวเรือน 2. ลดค่าครองชีพ 3.ลดการว่างงาน และ 4.ลดการนำเข้า

คุณกำลังดู: เอสเอ็มอีหวั่นหนี้เสียพุ่งจี้รัฐดูแล

หมวดหมู่: ข่าวเศรษฐกิจ/ธุรกิจ

แหล่งที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1018322

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด