เอกชนมุ่งตรงงาน THAIFEX–Anuga Asia 2022 ดันไทยเป็นศูนย์กลางอาหารของโลก

เอกชนมุ่งตรงงาน THAIFEX–Anuga Asia 2022 ดันไทยเป็นศูนย์กลางอาหารของโลก

ผู้ประกอบการอาหารกว่า 722 บริษัท มุ่งตรงงาน THAIFEX-Anuga Asia 2022 ดันไทยเป็นศูนย์กลางอาหารของโลก คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ ประเทศเยอรมนี ได้ร่วมจัดงาน THAIFEX- ANUGA ASIA 2022 The Hybrid Edition เพื่อเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มได้มาเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อจากทั่วโลกระหว่างวันที่ 24-28 พ.ค. 65 นี้

โดย DITP ระบุว่า งานแสดงสินค้าอาหาร หรือ THAIFEX ในปี 65 นี้ มีผู้เข้าร่วมงานออฟไลน์ ทั้งสิ้น 1,603 บริษัท ประกอบด้วย ผู้ประกอบการไทย จํานวน 722 บริษัท และผู้ประกอบการต่างชาติ จํานวน 881 บริษัท จาก 36 ประเทศ อาทิ เอเชียตะวันออก อาเซียน ยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท จากงานออฟไลน์ 9,550 ล้านบาท และงานออฟไลน์ 450 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน DITP ยังได้จัดโซนพิเศษโชว์ นิทรรศการประชาสัมพันธ์สินค้าสำหรับผู้สูงอายุ (60+) และ นิทรรศการประชาสัมพันธ์สินค้าสำหรับแม่และเด็ก (Mom and Kids) ในงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX นี้ด้วยเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นในหลายประเทศทั่วโลกอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการของไทยที่เข้าร่วมบูธ ดังนี้

ดร.อัสบีเยิร์น วาร์วิค เรอร์ทเว็ท ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ หรือ NSC กล่าวว่า แนวโน้มอาหารทะเลของโลกในปัจจุบันล้วนเกิดจากแรงผลักดันของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ เช่นเดียวกับในประเทศไทย เราได้เห็นการเข้ามามีบทบาทของการค้ารูปแบบใหม่ๆ การตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และความโปร่งใสในด้านความยั่งยืนของสินค้า

ล่าสุดเราได้เข้าร่วมงาน THAIFE รวมถึงจัดสัมมนาพิเศษบรรยายเนื้อหาจากรายงานเทรนด์ด้านอาหารทะเลโดยตัวแทนจากสภาฯ เพื่อให้ข้อมูลความรู้และสร้างแรงกระตุ้นแก่คู่ค้าและผู้บริโภคเกี่ยวกับประโยชน์ด้านสุขภาพของการรับประทานอาหารทะเลและนวัตกรรมอาหารทะเลที่น่าจับตามอง

นางสาววิภาดา อัตศรัณย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานกลยุทธ์การตลาดและขายในประเทศ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า กลุ่มมิตรผล เราให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด ในงาน THAIFEX ปีนี้เรามาในคอนเซปต์ The power of sustainability & Thai Innovations โดยได้นำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในเครือของเรามาจัดแสดง

รวมถึงนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้านอาหารใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์โดยคนไทย เพื่อแนะนำให้คู่ค้าและผู้บริโภคได้รู้จักและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ซึ่งเรามีความตั้งใจที่อยากสนับสนุนและอยากเห็นผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพและมีความมุ่งมั่น สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป ตอกย้ำจุดยืนการเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนไปพร้อมกับการคิดค้นนวัตกรรมใหม่เพื่อคนไทย

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ก่อตั้ง และประธานกรรมการบริหาร บริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 65 นี้บริษัทมีแนวคิดที่ต้องการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากฟาร์ม และพัฒนาสินค้าสุขภาพให้เหมาะกับกลุ่มตลาดของคนรุ่นใหม่และเล็งเห็นการเติบโตของสินค้าอาหารจากพืช หรือ Plant-Based Food เพื่อรองรับกระแสผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ รักษ์สิ่งแวดล้อม

รวมถึงผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ โดยยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชหรือแพลนต์เบสร่วมกับบริษัท มอร์ฟู้ดส์ อินโนเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทฟู้ดเทคสตาร์ทอัพที่รู้จักกันภายใต้แบรนด์สินค้ามอร์มีท : More Meat ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแพลนต์เบสพร้อมปรุงที่มีคุณภาพ และมีความแปลกใหม่ ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย


นายวรกันต์ ธนโชติวรพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด และ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มอร์ฟู้ดส์อินโนเทค จำกัด ผู้พัฒนาแพลนต์เบสแบรนด์ มอร์มีท หรือ More Meat กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ตลาดสินค้าแพลนต์เบสแข่งขันอย่างดุเดือด มอร์มีทจึงปรับกลยุทธ์การแข่งขันโดยจะเน้นที่การพัฒนา และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค

โดยเฉพาะลดการใช้วัตถุเจือปนอาหาร และหาพืชทางเลือกใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้ดียิ่งขึ้น มีเนื้อสัมผัสที่หนึบและจับตัวกันมากขึ้น และทำให้ผลิตภัณฑ์มีไฟเบอร์สูงมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแพลนต์เบสจากเมนูจานโปรดของคนไทย เช่น อาหารที่มีรสจัดจ้าน หรือจานเด็ดที่ต้องสั่งประจำของร้านอาหารอีกด้วย

สำหรับเป้าหมายในปีนี้ จะยังคงเน้นเป็นผู้ผลิต และสร้างความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ บริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ยังคงเป็นพันธมิตรที่ดีและยังคงมีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนในกลุ่มเป้าหมายจะเน้นไปที่กลุ่มวัยรุ่น ซึ่งมอร์มีทมั่นใจว่าสามารถเข้าถึงได้ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

โดยจะพร้อมออกสู่ตลาดก่อนเทศกาลกินเจ ส่วนปัจจัยที่มองหาผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ นั้น เนื่องจากปัจจุบันคนที่หันมารับประทานแพลนต์เบสไม่ได้มีแค่คนที่รักสุขภาพอีกต่อไป แต่ยังมีกลุ่มวัยรุ่นที่มองถึงความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม และลดปริมาณขยะจากอาหาร ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่าเป็นผู้บริโภคที่น่าจับตามองและเป็นเป้าหมายที่มอร์มีทจะต้องเข้าไปตีตลาดให้ได้

นายอาณัติ จุลินทร รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) CPF กล่าวว่า ในงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2022 ซีพีเอฟจัดแสดง 5 เทรนด์อาหารนวัตกรรมอาหารเพื่ออนาคต ประกอบด้วย 1.ผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืช แบรนด์ MEAT ZERO ที่ทำให้ พืชอร่อยแบบเนื้อสัตว์ 2.ผลิตภัณฑ์กลุ่มของสดไก่เบญจา และหมูชีวานวัตกรรมเนื้อไก่และเนื้อหมูที่เสริมด้วยโอเมก้า 3

และผลิตภัณฑ์อาหารแบรนด์ CP SELECTION ที่ยกระดับความปลอดภัย ปลอดสาร ด้วยนวัตกรรมโปรไบโอติก 3.ผลิตภัณฑ์กลุ่มพร้อมรับประทาน ไปจนถึงเมนูข้าวแกง และเมนูเพื่อสุขภาพไฟเบอร์สูง-แคลอรีต่ำ 4.ผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แบรนด์ INNOWENESS เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ลดอาการภูมิแพ้และหวัด

พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ Jelly BlackBit เยลลีที่ผสมสมุนไพร กระชายขาว วิตามินซี และวิตามินดี เสริมระบบภูมิคุ้มกัน และโซนที่ 5.ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Cooking Helper ได้แก่ ซุป ซอส ผงปรุงรส ช่วยการปรุงอาหารเองที่บ้านสะดวกขึ้น

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในงาน THAIFEX นี้ เราได้นำเสนอความครบครันของวัตถุดิบอาหารเพื่อผู้ประกอบการ ทั้ง อาหารสด อย่างเนื้อที่มีหลากหลายจากทุกมุมโลกจนได้ชื่อว่าเป็นบีฟเดสติเนชั่น อาหารทะเลสดสะอาดส่งตรงจากญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นอร์เวย์ และไทย

ตลอดจนกลุ่มวัตถุดิบทางเลือกสำเร็จรูปเพื่อผู้ประกอบการ อาทิ กลุ่มซอสปรุงสำเร็จ ตัวช่วยในการทำเมนูให้ง่ายขึ้น ครัวซองต์และเค้กแช่แข็งนำเข้าจากฝรั่งเศส ที่เพียงแค่อบก็หอมกรุ่นเหมือนทำสดใหม่ทุกวัน ตอบโจทย์ธุรกิจร้านเบเกอรี่ ร้านกาแฟที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสินค้านำเข้ากว่า 2,580 รายการ จาก 55 ประเทศ ซึ่งตอบโจทย์ธุรกิจร้านอาหารที่มองหาเทรนด์วัตถุดิบใหม่ๆ รองรับการฟื้นตัวของธุรกิจหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย

นายทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. กล่าวว่า เราเป็นผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปครบวงจร ล่าสุดได้นำผลิตภัณฑ์น้องใหม่ กลุ่มอาหารทะเลแปรรูปแช่แข็งระดับพรีเมียมจากเนื้อปลาทะเล ในงาน THAIFEX ANUGA ASIA 2022 อาทิ แบรนด์ PFP Delight สูตรคีโต ไร้แป้ง ไร้น้ำตาล ด้วย ก้ามปูหิมะ และ ทอดมันปลา และ แบรนด์ PFP Gold เพิ่มทางเลือกอร่อยแคลอรีต่ำ ไขมันน้อย ปราศจากผงชูรส อาทิ ลูกชิ้นปลาผสมเห็ดหอม และ ฟองเต้าหู้ซีฟู้ดผสมข้าวโพด พร้อมเปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ กลุ่มปูอัด PFP ทานสด อร่อยสุด เน้นสะดวกพกพา เจาะกลุ่มเด็ก นักศึกษา และวัยทำงานด้วยเช่นกัน

นางสาวภาพร มหัทธโนบล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเซิร์ฟ ฟู้ด สเปเชียลตี้ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดธุรกิจอาหารเติบโตอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ COVID-19 ใน 2-3 ปีที่ผ่านมาส่งผลให้คนจำนวนไม่น้อยต้องออกจากงานประจำหันมาทำธุรกิจส่วนตัวมากขึ้น การเปิดร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มชง ซึ่งใช้เงินลงทุนไม่มาก เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก รวมทั้งธุรกิจบริการ Delivery หลากหลาย Platform เกิดขึ้นและเติบโตในช่วงที่ผ่านมา

ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดผู้ประกอบการร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มชงขึ้นมากมาย ส่งผลดีกับผู้ผลิตสินค้าวัตถุดิบอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ทำให้ในปีที่ผ่านมา ภาพรวมสินค้าแบรนด์ ดรีมมี่ เติบโตได้ดีในกลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ประกอบการเบเกอรี่และเครื่องดื่มชงรายย่อย ไม่ว่าจะเป็นสินค้า วิปปิ้งครีมชนิดผง Dreamy Whipping Cream หรือ ครีมเทียมผสมนม Dreamy Milky Cream ผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ชนิด ยอดขายเติบโตมากกว่า 20%

สำหรับการออกบูธในงาน THAIFEX–Anuga Asia 2022 ได้โชว์ศักยภาพด้านผู้นำในการผลิตอาหารอบแห้งที่หลากหลายและครบวงจร เพราะมีเทคโนโลยีการผลิตทั้งการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง การทำแห้งแบบพ่นฝอย การอบแห้งด้วยลมร้อน การสกัดเข้มข้น รวมถึงการแช่เยือกแข็งแบบ IQF และได้นำ Dreamy Natural Rice Bran Oil ครีมเทียมน้ำมันรำข้าว ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Spray Dry และ โยเกิร์ตสมูทตี้อบกรอบ ไบท์มี ซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Freeze Dry มาเปิดตัวในงานอีกด้วย

นายตง ธีระนุสรณ์กิจ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ KCG กล่าวว่า เราได้นำสินค้านวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตเพื่อสุขภาพ เข้าร่วมงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2022 หรืองานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งเอเชีย โดยมีสินค้าไฮไลต์ ได้แก่ อิมพีเรียล เปิดตัวผลิตภัณฑ์เนยกัญชง ชีสวีแกนเชดดาร์ แบรนด์อลาวรี่ ส่งเนยกระเทียมกัญชงและ Butter MCT และแบรนด์อื่นๆ อาทิ แดรี่โกลด์ ซันควิก มูฟเว่นพิก มาโชว์ภายในงานเพื่อตอกย้ำผู้นำธุรกิจอาหารครบวงจร เพื่อสนับสนุน Horeca สู่ความสำเร็จ.

คุณกำลังดู: เอกชนมุ่งตรงงาน THAIFEX–Anuga Asia 2022 ดันไทยเป็นศูนย์กลางอาหารของโลก

หมวดหมู่: ธุรกิจ-การตลาด

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/business/market/2403035

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด