“วอแว - ศิระมณี” สาวพลัสไซส์ที่อยากให้ผู้หญิงทุกคน “รักตัวเอง”

“วอแว - ศิระมณี” อินฟลูเอนเซอร์สาวพลัสไซส์ที่ลุกขึ้นมาถ่ายแฟชั่นเซ็ตบิกินี เพื่อพิสูจน์ว่าสาวพลัสไซส์ก็ใส่บิกินีและสนุกสนานไปกับการแต่งตัวได้ พร้อมคำแนะนำถึงสาวๆ ทุกคนว่าต้องรักตัวเอง

“วอแว - ศิระมณี” สาวพลัสไซส์ที่อยากให้ผู้หญิงทุกคน “รักตัวเอง”

Highlight

  • สาวพลัสไซส์ต้องเผชิญกับคำวิพากษ์วิจารณ์และคำแซวเล่นเรื่องรูปร่างอยู่เสมอ และอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนฟัง จนกลายเป็น “ปม” ที่ฝังลึกอยู่ในใจ 
  • “เล่นตัวเอง เจ็บน้อยกว่า” ของสาวพลัสไซส์ ถือเป็นการกระทำที่ผิด เพราะมันคือการตอกย้ำและสนับสนุนให้คนอื่นล้อเลียนรูปร่างของตัวเองได้ 
  • ทัศนคติที่มีต่อรูปร่างของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้สาวพลัสไซส์ก็สามารถแต่งตัวหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องสนใจเสียงวิจารณ์ของคนรอบข้าง ตราบใดที่ไม่เบียดเบียนคนอื่น
  • เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่สาวพลัสไซส์มักถูกโจมตี ดังนั้น สาวพลัสไซส์ควรดูแลสุขภาพของตัวเอง เพราะเมื่อใดที่สาวพลัสไซส์มีความสุขกับการกิน แต่ก็มีสุขภาพดีด้วย ก็คงจะไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับสาวพลัสไซส์อีก 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “กรอบความงาม” ของผู้หญิงในสังคมไทยยังมีอยู่อย่างจำกัด ไม่ว่าจะเป็นต้องรูปร่างดี ตัวเล็ก ผิวขาวกระจ่างใส ทำให้ผู้หญิงมากมายต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนรอบข้าง จนหลายครั้งกลายเป็น “ปม” ที่ฝังลึกอยู่ในใจของผู้หญิงหลายคน เช่นเดียวกับสาว ๆ พลัสไซส์ (Plus Size) ที่ต้องพบเจอกับการวิจารณ์รูปร่างและ “คำแซวเล่น ๆ” มาอย่างยาวนาน จนอาจส่งผลต่อสภาพจิตใจของสาวพลัสไซส์หลายคน ทว่า “วอแว - ศิระมณี ธนเดโชพันธ์” อินฟลูเอนเซอร์สาวพลัสไซส์คนแรก ๆ ของเมืองไทย กลับไม่ยอมให้คำพูดของคนอื่นมาฉุดรั้งการเป็นตัวเอง แม้จะต้องต่อสู้กับคำพูดที่เลวร้ายมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ “การรักตัวเอง” คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เธอสามารถลุกขึ้นยืน “สวยเด่นเป็นสง่า” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ และพร้อมจะส่งมอบพลังบวกให้กับสาว ๆ ทุกคน

เรื่องแซวเล่นที่คนฟังไม่ได้อยากเล่นด้วย 

Sanook นัดพบกับวอแวที่ร้าน “คอ ระฆัง สาขาอารีย์” คาเฟ่ที่มีจุดเด่นเป็นดอกไม้สีชมพูประดับประดาเต็มพื้นที่ เธอมาพร้อมกับชุดเดรสแขนกุดสีขาว ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่ตนเองตั้งใจออกแบบมาเพื่อสาวพลัสไซส์โดยเฉพาะ ก่อนที่เธอจะเริ่มต้นเล่าให้เราฟังถึงประสบการณ์เลวร้ายที่สาวพลัสไซส์อย่างเธอเคยประสบมา 

“เราเป็นเด็กเจ้าเนื้อมาตั้งแต่เด็ก เวลามีรวมญาติ สมมติเราต้องเดินผ่านเข้าไปในวงญาติ ก็จะแบบ “เห้ย! ฮิปโปมา บ้านสั่นสะเทือนเลยว่ะ” หรือว่า “เห้ย! ช้างมา” แล้วถ้าวันนั้นเราไม่พอใจ จะกลายเป็นว่าก็เล่น ก็สนุก ก็รัก คือตอนเด็ก ๆ เราไม่เข้าใจ มันก็เลยเหมือนเป็นปมของเรา ทำให้เราไม่อยากไปพวกงานบุญ งานรวมญาติ เพราะเรารู้สึกว่าถ้าไป เราก็จะเจออะไรแบบเดิม ๆ แล้วรีแอคชั่นของเรา กลับกลายเป็นว่าเราผิด เพราะว่าเขารัก เราก็แบบจริง ๆ ความรักมันไม่ควรเป็นแบบนี้ไหม” วอแวเริ่มต้นเล่า

ปมเรื่องรูปร่างที่ฝังอยู่ในใจ ทำให้วอแวตัดสินใจ “กินยาลดน้ำหนัก” เมื่อเธอเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย เนื่องจากรู้สึกน้อยใจที่ไม่สามารถไปร่วมรำกับเพื่อน ๆ ในงานโชว์ที่ต่างประเทศได้ จนส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งนอนไม่หลับ ใจสั่น หน้าตาโทรม ปากแห้ง ตาโบ๋ ซึ่งตอนนั้นเองที่ทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “สิ่งที่กำลังทำอยู่มันคุ้มกันหรือไม่” และเริ่มเปลี่ยนความคิดเรื่องรูปร่างของตัวเอง 

“จนมันก็มาถึงจุดเปลี่ยน เพราะเราโดนมาเยอะมาก พอตอนนี้ เราโดนจนเราไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว อย่างล่าสุดเราจะไปทำงานที่สุรินทร์ เพื่อเราบอกว่า “เห้ย! ไปเมืองตัวเองเหรอ” เราก็แบบเมืองตัวเองอะไรวะ อ๋อ เมืองช้างไง สุรินทร์เมืองข้าง เราก็ อ๋อ เอ้ออ เงียบกลับไป” วอแวเล่า 

เล่นตัวเองเจ็บน้อยสุด (?) 

“ทุกคนชอบคิดว่าสาวพลัสไซส์เป็นสาวอารมณ์ดี หัวเราะง่าย ด่าอะไรแล้วไม่เจ็บ เพราะเราด่าตัวเองก่อน” วอแวชี้ 

ทว่า “การชิงเล่นตัวเองก่อน” ก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพราะวอแวมองว่า มันเป็นการตอกย้ำให้สาวพลัสไซส์เชื่อว่าตัวเองมีรูปร่างแบบนี้ จนกลายเป็นกำแพงที่กักขังสาวพลัสไซส์เอาไว้ และยังสนับสนุนให้เกิดการ “ล้อเลียน” หรือการแซวสาวพลัสไซส์ไม่จบไม่สิ้น 

“อ้วนมันเกิดมาจากกินเยอะ โน่นนี่นั่น ใช่ แต่มันเป็นรูปร่างของเขา มันคือเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา วอว่าเพดานมันมีทุกไซส์ ทั่วทุกวงการ เพียงแต่ว่าเราจะทำลายกำแพงอันนั้นออกไปจากตัวเราได้ไหม แค่เราหันมาโฟกัสตัวเราเอง มาโฟกัสกับปัจจุบัน มาโฟกัสกับความสุข มาโฟกัสคนรอบข้างเราที่เป็นพลังบวก เมื่อไรที่เราโฟกัสผิดจุด ตัวเราก็จะผิดจุด แล้วเราจะไปเกร็งว่า เราไปเจอคนนี้แล้วไม่มั่นใจเลย เราอ้วนไปไหม เราใส่แบบนี้ไม่ได้” วอแวกล่าว 

อย่าเอาความสุขตัวเองไปไว้ที่ปากคนอื่น 

“สองสามปีที่แล้ว วอเป็นคนแรก ๆ เลยที่ใส่บิกินีสีชมพูถ่ายรูป ถ่ายแฟชั่นเซ็ตที่เสม็ด ก็รู้สึกว่า ทำไมพลัสไซส์เมืองไทยถึงมีข้อจำกัดเยอะจังเลย ต่างชาติเขาใส่บิกินีกันเป็นชาติแล้ว” วอแวเล่าถึงจุดเริ่มต้นการใส่บิกินีถ่ายแบบของเธอ 

วอแวระบุว่า ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจากความคิดและทัศนคติที่มีต่อตัวเองก่อน เพราะเมื่อใดที่เรารู้สึกรักตัวเอง เมื่อนั้นเราก็จะสวยในแบบของเรา และยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น โดยไม่จำเป็นต้องไปเสริมเติมแต่ง นอกจากนี้ ยังมีความมั่นใจที่จะแสดงออกตัวตนให้คนอื่นได้เห็น แต่ทั้งนี้ ก็ต้องไม่ไปเบียดเบียนหรือทำร้ายคนอื่นด้วยเช่นกัน 

“สาวพลัสไซส์บอกว่า พี่วอแว หนูไม่กล้าใส่เสื้อแขนกุดเหมือนพี่วอแวเลย เพราะว่าแขนหนูใหญ่นะ หนูมีพุงนะ อย่างเสื้อตัวนี้ วอก็ทำให้สาวพลัสไซส์ใส่ ถามว่าขายได้ไหม ขายได้ แต่ขายได้ช้า เพราะสาวพลัสไซส์ต้องใส่แขนปิดลงมา เพราะมันจะได้ดูผอม ไม่จริงนะ! อย่าลืมนะ อันนี้ต้องกลับไปใหม่ว่าเธอต้องยอมรับตัวเองก่อน แขนใหญ่คือแขนใหญ่ ใส่ยังไงก็ใหญ่อยู่ ไม่มีเสื้อผ้าที่ใส่แล้วผอมแน่นอน มันเป็นการสะกดจิต ฉะนั้น ยิ่งปิด ยิ่งเน้น ก็เลยบอกว่าเปิดไปเลย ไม่ต้องไปสนใจ วันนี้เราเอาความสุขของเราไปไว้ที่ปากคนอื่น เหมือนทำไมพลัสไซส์ไม่ใส่บิกินี ก็เราเอาพุงเราไปไว้ที่ปากคนอื่นไง เพราะเรากลัวว่ามีพุง ไม่กล้าใส่ เราก็บอกว่าใส่สิ พุงเธอเอง เธอต้องรักในพุง รักในแขนใหญ่ของตัวเอง ถ้าวันหนึ่งถ้าเธอรักตัวเองได้แล้ว ไม่มีใครมาทำอะไรเธอได้หรอก” วอแวอธิบาย 

Oversized Overzab 

แม้รูปร่างจะแตกต่างไปจากกรอบความสวยของสังคม จนทำให้สาวพลัสไซส์โดนล้อเลียนอย่างหนัก แต่วอแวก็ย้ำว่า การรักตัวเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่สาวพลัสไซส์จะทำเพื่อตัวเองได้ เพราะเมื่อไรก็ตามที่เรารักตัวเอง เราจะหาสิ่งดี ๆ ให้ตัวเอง อย่างไรก็ตาม กว่าจะมาเป็นวอแวที่สุดแสนสตรองคนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เธอก็สามารถฟันผ่าประสบการณ์เลวร้ายมากมาย และกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์สาวพลัสไซส์คนแรก ๆ ของเมืองไทยที่เป็นแรงบันดาลใจให้สาวพลัสไซส์คนอื่นได้

“จุดเริ่มต้นมาจาก วันหนึ่งมีเพจหนึ่งเอารูปวอไปลง แล้วเราก็มีผู้ติดตามในไอจีเพิ่มขึ้นเป็นหมื่นเลย แล้วก็เริ่มมีคนส่งข้อความมาว่า พี่วอแวซื้อเสื้อผ้าที่ไหน อย่างนู้นอย่างนี้ ก็ดีนะ แสดงว่าคนอยากเป็นเหมือนเรา อยากได้เคล็ดลับจากเรา ก็เลยเปิดเพจ วอว่าน่าจะเป็นเพจแรก ๆ ที่เป็นเพจโอเวอร์ไซส์ ส่วนมากเขาจะเป็นเพจขายเสื้อผ้า แต่ของวอเป็นพวกไลฟ์สไตล์” วอแวเล่า 

“ปัญหาทุกวันนี้ในสังคม นอกจากสาวพลัสไซส์โดนบุลลี่แล้ว โดนผู้ชายเทเรื่องน้ำหนักอะไรต่าง ๆ แล้ว มันอยู่ที่ว่าสาวพลัสไซส์เหล่านี้ เขาขาดคนรับฟังและขาดการชี้นำ ในการที่จะต้องเดินไปต่อในปัญหาที่เขาเจอ ณ วันนี้ วอก็ดีใจที่สาว ๆ เชื่อใจวอ และเอาปัญหามาแชร์ให้เราฟัง ก็เหมือนเราจับมือกันไป แล้วก้าวไปด้วยกัน” 

แม้สังคมจะเปิดกว้างและยอมรับสาวพลัสไซส์มากกว่าเดิม ดังจะเห็นได้จากการที่มีสาวพลัสไซส์ในพื้นที่สื่อเพิ่มขึ้น แต่การจะเปลี่ยนแปลงทัศนคติของสังคมที่มีต่อสาวพลัสไซส์ ก็จำเป็นต้องเกิดจากการร่วมมือของเหล่าสาวพลัสไซส์เองด้วย ซึ่งวอแวระบุว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สาวพลัสไซส์ทุกคนต้องให้ความสำคัญ 

“ที่สังคมกำลังย้อนแย้ง มองกลับเข้ามาที่สาวพลัสไซส์คือเรื่องสุขภาพ เหมือนเขารู้สึกว่าเมื่อไรที่เป็นสาวอวบ สาวอ้วน ก็จะมีเรื่องโรคเบาหวานต่าง ๆ ซึ่งถ้าวันนี้เราจะตะโกนบอกทุกคนว่า ฉันเป็นสาวพลัสไซส์นะ เธอห้ามบุลลี่ ตัวเราก็ต้องทำให้เขาไม่บุลลี่เราก่อน เช่น เราต้องรักตัวเองนะ เราต้องรักษาสุขภาพนะ การที่เราดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย แล้วเราก็ enjoy eating มีความสุขไปด้วย วอว่ามันเป็นอะไรที่ไม่มีใครมาว่าหรอก สาวพลัสไซส์อาจจะต้องปรับและเปลี่ยนมุมมองด้วย” วอแวกล่าวปิดท้าย

ขอขอบคุณสถานที่: ร้านคอ ระฆัง สาขาอารีย์ (IG: kor.ra.kang) 

ภาพโดย: THANAPOL W. 

อัลบั้มภาพ 11 ภาพ ของ “วอแว - ศิระมณี” สาวพลัสไซส์ที่อยากให้ผู้หญิงทุกคน “รักตัวเอง”

คุณกำลังดู: “วอแว - ศิระมณี” สาวพลัสไซส์ที่อยากให้ผู้หญิงทุกคน “รักตัวเอง”

หมวดหมู่: ผู้หญิง

แหล่งที่มา: https://www.sanook.com/women/189725/

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด