วันออกพรรษา 21 ตุลาคม 2564

"วันออกพรรษา" คือวันสิ้นสุดการจำพรรษาของพระสงฆ์ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน  11 ตามปฏิทินทางจันทรคติ และปีนี้ตรงกับวันที่ 21 ตุลาคม 2564
วันออกพรรษา เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันมหาปวารณา" คือ วันที่สิ้นสุดระยะการจำพรรษาของพระสงฆ์เป็นเวลา 3 เดือน หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นวันสุดท้ายที่พระสงฆ์ต้องอยู่จำพรรษาในแต่ละปี และพระสงฆ์จะต้องอยู่ให้ครบอีกหนึ่งราตรีจึงจะครบถ้วนบริบูรณ์

เมื่อออกพรรษาแล้ว พระภิกษุสงฆ์สามารถค้างแรมสถานที่อื่นได้โดยไม่ผิดวินัย และยังได้รับอานิสงส์อีก 4 ข้อ คือ 1) ไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องบอกลา 2) ไม่ต้องถือผ้าไตรครบชุด 3) มีสิทธิ์ได้ลาภที่เกิดขึ้นได้ และ 4) มีโอกาสได้อนุโมทนากฐิน ขยายเวลาได้อีก 4 เดือน

วันออกพรรษา 2564 เป็นวันหยุดประจำภาค

ก่อนหน้านี้ ครม. ได้เคาะให้มีวันหยุดประจำภาคขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2564 ซึ่งภายในเดือนตุลาคมนี้ ก็มีการกำหนดให้ "วันออกพรรษา" เป็นวันหยุดประจำภาคกลาง นั่นคือวันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม 2564 
โดยเงื่อนไขของ "วันหยุดประจำภาค" นั้น มีข้อกำหนดว่า เมื่อเป็นวันหยุดประจำภาคไหน ก็ให้หยุดเฉพาะภาคนั้น และ "หยุดเฉพาะหน่วยงานของรัฐ" โดยดูจากสถานที่ตั้งของหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ โรงเรียน ว่าอยู่ในจังหวัดไหน ก็ให้หยุดตามวันหยุดประจำภาคนั้น เท่ากับว่า 1 คน จะมีวันหยุดประจำภาค 1 วัน

ความสำคัญวันออกพรรษา
เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พุทธศาสนิกชนเตรียมอาหารเพื่อถวายพระภิกษุสงฆ์หลังวันออกพรรษา 1 วัน ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 และพระภิกษุสงฆ์จัดพิธีกรรม “มหาปวารณา” ให้ว่ากล่าวตักเตือนซึ่งกันและกันได้ เนื่องจากพบเห็นข้อบกพร่องระหว่างจำพรรษาอยู่ด้วยกัน รวมถึงเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยระหว่างพระภิกษุสงฆ์ พระผู้ใหญ่กล่าวตักเตือนพระผู้น้อยได้ และพระผู้น้อยก็ชี้แนะพระผู้ใหญ่ที่อาวุโสกว่าได้ เพื่อจะได้ระมัดระวัง ไม่ประมาท ให้อยู่ในกรอบของพระวินัย

การ “กล่าวปวารณา” เป็นภาษาบาลีเริ่มต้นว่า "สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ทิฎเฐนะ วา สุเตนะ วาปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายัส์มันโต อะนุกัทปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปฎิกะริสสามิ"

ในช่วงหลัง วันออกพรรษา ของทุกปี ในบ้านเราจะมีประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนานก็คือ ประเพณีตักบาตรเทโว หรือ ตักบาตรเทโวโรหณะ ค่ะ ซึ่งแต่ละจังหวัด แต่ละท้องที่ ก็จะมีการจัดงานตักบาตรเทโวโรหนะที่บริเวณพระอุโบสถ โดยมีขบวนแถวของพระสงฆ์ออกบิณฑบาต ซึ่งในปีนี้จะตรงกับวันที่ 22 ตุลาคม 2564 หลังวันออกพรรษา 1 วัน
นอกจากนี้ช่วงวลาออกพรรษายังถือเป็นเวลา  "กฐินกาล"  ตามพระวินัยปิฎกเถรวาท เป็นช่วงเวลาที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยจะเข้าร่วมบำเพ็ญกุศลเนื่องในงานกฐินประจำปีในวัดต่างๆ ด้วย โดยถือว่าเป็นงานบำเพ็ญกุศลที่ได้บุญกุศลมาก อีกทั้งเป็นช่วงที่มีการจัดงานประเพณีที่น่าสนใจ และจัดขึ้นเฉพาะในช่วงวันออกพรรษาเท่านั้น ได้แก่ 
 
* ประเพณีออกพรรษาและบั้งไฟพญานาค
ในช่วงวันออกพรรษาของทุกปี ชาวภาคอีสานโดยเฉพาะจังหวัดริมแม่น้ำโขงอย่างหนองคายและบึงกาฬ จะมีการจัดงานบั้งไฟพญานาคขึ้นมาทุกปี ซึ่งปีนี้ทางจังหวัดหนองคายได้จัด งานประเพณีออกพรรษาและบั้งไฟพญานาค โดยจัดงานขึ้นในพื้นที่หลากหลายแห่ง ได้แก่ 
-  ลานวัฒนธรรมหน้าวัดลำดวน เขตเทศบาลเมืองหนองคาย
-  ลานนาคาเบิกฟ้า อำเภอโพนพิสัย
-  บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอรัตนวาปี
-  บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสังคม

* ประเพณีรับบัว วัดบางพลีใหญ่ จ.สมุทรปราการ
ถัดมาอีกหนึ่งประเพณีสำคัญ เราจะพาไปรู้จักกับ "ประเพณีรับบัว" เป็นประเพณีโบราณของชาวบางพลี จ.สมุทรปราการ จะจัดขึ้นทุกวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี โดยจะมีการอัญเชิญหลวงพ่อโตองค์จำลองจากวัดบางพลีใหญ่ มาลงเรือตกแต่งอย่างสวยงามด้วยดอกไม้ และล่องไปตามคลองบางพลี เพื่อให้ชาวบ้านได้สักการะ
มีความเชื่อว่าหากอธิษฐานแล้วโยนบัวลงเรือที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตจะทำให้คำอธิษฐานประสบความสำเร็จ สมปรารถนา ตามที่ได้ขอพรเอาไว้
สำหรับที่มาของประเพณีรับบัวมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ครั้งหนึ่งมีกลุ่มคนมอญอาศัยอยู่ย่านปากลัด (อำเภอพระประแดง) แต่ในฤดูกาลทำนาจะเดินทางไปทำนาที่บางแก้ว (หรือบางพลีในปัจจุบัน) เมื่อถึงช่วงเทศกาลออกพรรษา คนมอญกลุ่มนี้จะกลับไปทำบุญที่อำเภอพระประแดง และมักจะมีการล่องเรือมาเก็บดอกบัวหลวงที่อำเภอบางพลี  โดยชาวบางพลีก็จะช่วยอำนวยความสะดวกด้วยการเก็บดอกบัวไว้รอมอบให้คนมอญเพื่อนำไปถวายพระ  เป็นประเพณีที่เชื่อมสัมพันธ์ชาวไทยชาวมอญในชุมชนเดียวกัน
 
* เทศกาลออกพรรษา ประเพณีชักพระ จ.สุราษฎร์ธานี
ในช่วงเทศกาลออกพรรษาของทุกปี ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะมีการจัดงานบุญประเพณีที่ยิ่งใหญ่ คือ "ประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว" เพื่อเป็นการร่วมทำบุญเนื่องในเทศกาลออกพรรษา ถือเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ เก่าแก่ ที่สืบทอดกันมายาวนาน 
โดยวัดและชาวบ้านในชุมชนทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะช่วยกันเตรียมการตกแต่งเรือพนมพระทางบกและเรือพนมพระทางน้ำ สำหรับวัดที่อยู่ติดแม่น้ำลำคลอง ใช้เป็นเรือพนมพระทางน้ำ นำมาประดับตกแต่งลวดลายอย่างประณีต งดงามตามจินตนาการ บวกกับความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นรูปสัตว์ในวรรณคดี เช่น พญานาค หงส์ พญาครุฑ หนุมาน โดยมีความหมายว่าสัตว์เหล่านี้เป็นราชพาหนะของพระพุทธเจ้า จากนั้นจะนำมาร่วมขบวนแห่ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (หลังวันออกพรรษา 1 วัน)

* ประเพณีออกพรรษา จุดไฟตูมกา  จ.ยโสธร
ประเพณีออกพรรษา จุดไฟตูมกา เป็นประเพณีของชาวบ้านทุ่งแต้ จังหวัดยโสธร ที่มีมาแต่โบราณ โดยชาวบ้านจะนำผลตูมกา ซึ่งเป็นผลไม้ป่ามีรูปทรงกลมคล้ายผลส้ม มาคว้านเอาเมล็ดข้างในออก ฉลุลวดลายสวยงาม จุดเทียนไว้ข้างในลูกตูมกา แล้วนำไปถวายเป็นพุทธบูชาในคืนวันออกพรรษา และมีขบวนแห่ไฟตูมกาอย่างยิ่งใหญ่สวยงาม
ปัจจุบันชาวบ้านได้ใช้หลอดไฟแทนเทียนเพื่อความสะดวกต่อการใช้งานและสามารถนำผลตูมกาไปห้อยไว้ในสถานที่ต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยชาวบ้านจะร่วมกันกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยและสวดมนต์ไหว้พระพร้อมกัน