"ทัพเรือ" หลังชนฝา "เรือดำน้ำ" จับตา”จีน-ไทย”รื้อทีโออาร์ใหม่

ภายในต้นเดือน พ.ค. "กองทัพเรือ" ต้องได้ข้อสรุป "เรือดำน้ำ" ขาดเครื่องยนต์ หากบริษัท CSOC ไม่สามารถส่งตัวแทนเดินทางมาชี้แจงได้ ก็เตรียมประชุมผ่าน Video Conference เพราะหากปล่อยเนิ่นนานไปกว่านี้ ไม่น่าจะส่งผลดี

"ทัพเรือ" หลังชนฝา "เรือดำน้ำ" จับตา”จีน-ไทย”รื้อทีโออาร์ใหม่

ดูเหมือนอะไรก็ไม่เป็นใจให้กับ "กองทัพเรือ" ในการเดินหน้าแก้ปัญหา "เรือดำน้ำ" ลำแรก ขาดเครื่องยนต์ หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กำชับให้เร่งเปิดโต๊ะเจรจากับ "จีน" หาข้อสรุปให้ได้ในเร็ววัน

เดิมที "กองทัพเรือ" ได้ทำหนังสือถึงบริษัท CSOC ของจีน ซึ่งเป็นผู้ขายเรือดำน้ำให้ไทย และได้รับการตอบรับว่า จะจัดส่งผู้แทนเดินทางมาประเทศไทยภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อชี้แจงความคืบหน้าการจัดหาเครื่องยนต์ MTU396 ของ เยอรมนี มาติดตั้งในเรือดำน้ำไทยตามสัญญาที่ระบุไว้

ภายหลัง "เยอรมนี" มีนโยบายระงับการส่งออก (Embargo Policy) ซึ่งกำหนดให้เครื่องยนต์ดีเซลเรือดำน้ำ เป็นสินค้าที่อยู่ในรายการควบคุมการส่งออก ส่งผลให้การจำหน่ายเครื่องยนต์ อะไหล่ หรือเครื่องยนต์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีเยอรมนีต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาล

แต่ปรากฎว่าทาง บริษัท CSOC ได้อ้างปัญหาการระบาด "โควิด-19 " ในประเทศจีน ไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่เดินทางมาพูดคุยกับกองทัพเรือไทย ในเดือนเมษายนนี้ได้ อีกทั้งบริษัท CSOC ก็ไม่ยืนยันห้วงเวลาที่ชัดเจนว่าจะสามารถเดินทางได้อีกครั้งเมื่อไหร่

แม้ "กองทัพเรือ" จะเชื่อมั่นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การประวิงเวลา เพราะถ้ายิ่งยื้อ บริษัท CSOC จะยิ่งเสียเปรียบ เนื่องจากการจัดซื้อ "เรือดำน้ำ"กำหนดไทม์ไลน์ชัดเจน ส่งมอบให้ได้กลางปี 2567 นี้ ไม่เช่นนั้นจะถูกยกเลิกสัญญา ต้องจ่ายค่าปรับให้ไทยจำนวนเงินไม่น้อย รวมถึงคืนเงินค่างวดกว่า 7,000 ล้านบาทอีกด้วย

เป็นที่น่าสังเกต ไม่ว่า "กองทัพเรือ" จะพยายามสอบถามไปกี่ครั้งบริษัท CSOC ก็ไม่เคยให้คำตอบที่ชัดเจนกลับมา ทั้งกรณีการไปเจรจาขอซื้อเครื่องยนต์ MTU396 ของเยอรมนี ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว หรือแม้แต่ทางออกการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

" จีนปิดปากเงียบ และสงวนท่าทีในการชี้แจง ส่วนกองทัพเรือไทย ก็ยังยืนยันถึงความต้องการเดิมว่า เราต้องการเครื่องยนต์ MTU396 ของเยอรมนี แต่หากจีนไปคุยกับเยอรมันไม่สำเร็จ ก็ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นอย่างไร อาจต้องทำทีโออาร์กันใหม่ กำหนดเงื่อนไข หรือข้อตกลงอื่นๆ เพิ่มเข้ามา ก็เป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยใจ" แหล่งข่าวกองทัพเรือ ระบุ

ส่วนข้อเสนอ "เรือดำน้ำฝึก" มือสอง จำนวน 2 ลำ ที่จะให้ "กองทัพเรือ" นำมาใช้ก่อนตามที่เป็นข่าวมาก่อนหน้านั้น ก็เป็นเพียงการโยนหินถามทาง ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นข้อเสนอที่ออกมาจากบริษัท CSOC หรือทางการจีน แต่เป็นเพียงบริษัทที่มีหน้าที่รับซ่อมเรือดำน้ำในกองทัพเรือจีนที่เสนอออฟชั่นมาให้กองทัพเรือไทยว่า ถ้าได้เรือดำน้ำฝึก มือสองจากจีน ขอเป็นผู้ดำเนินปรับปรุงรีโนเวทเครื่องให้

จึงทำให้เกิดการคาดเดาต่างๆ นาๆ ว่าบริษัทดังกล่าวอาจรู้ข่าววงในจึงรีบเสนอตัวขอรับปรับปรุงเรือดำน้ำฝึก มือสอง จำนวน 2 ลำหรือไม่ ปัจจุบันกองทัพเรือมีเพียงเอกสารการเสนอออฟชั่นของบริษัทซ่อมเรือดำน้ำเท่านั้น แต่ไม่เคยได้ยินจากปากตัวแทนของบริษัท CSOC หรือแม้แต่ทางการจีนว่าจะยื่นข้อเสนอนี้

อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่ บริษัท CSOC เท่านั้นที่กองทัพเรือไทยได้ติดต่อประสานงาน ยังรวมไปถึงผู้ช่วยทูตจีนประจําประเทศไทย เพื่อยืนยันเจตจำนงค์ติดตั้งเครื่องยนต์เยอรมนีเท่านั้น ไม่สามารถรับเครื่องยนต์อื่นได้

ก่อนหน้านี้ ทางจีนได้เสนอเครื่องยนต์ที่จีนผลิตเอง และเคยส่งแบบมาให้ กองทัพเรือพิจารณา แต่หลังจากกรมอู่ทหารเรือได้พิจารณาสเปก พร้อมตอบกลับมาว่า ไม่มีอะไรมาการันตีว่าเครื่องยนต์ของจีนจะดีกว่าหรือเทียบเท่าเครื่องยนต์ของเยอรมนี จนเป็นที่ยอมรับ

ในขณะ พล.ร.อ.เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เสนาธิการทหารเรือในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการเรือดำน้ำได้กำหนดกรอบเอาไว้ว่า ภายในต้นเดือน พ.ค.นี้ ต้องได้ทิศทางการแก้ปัญหา "เรือดำน้ำ" ขาดเครื่องยนต์ หากบริษัท CSOC ไม่สามารถส่งตัวแทนเดินทางมาชี้แจงได้ ก็จะเตรียมจัดประชุมผ่าน Video Conference เพราะหากปล่อยเนิ่นนานไปกว่านี้ ไม่น่าจะส่งผลดี

แม้ปัจจุบัน กองทัพเรือจะยืนยันว่ายังไม่พบปัจจัยภายนอกเข้ามากดดันให้เปลี่ยนเครื่องยนต์เรือดำน้ำจาก MTU396 ของเยอรมนีเป็นเครื่องยนต์ชนิดอื่น แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า การนิ่งเงียบและสงวนท่าทีของจีนในการชี้แจงทั้งที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบ จะมีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังมากกว่านั้นหรือไม่

คุณกำลังดู: "ทัพเรือ" หลังชนฝา "เรือดำน้ำ" จับตา”จีน-ไทย”รื้อทีโออาร์ใหม่

หมวดหมู่: การเมือง

แหล่งที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/politics/1000610

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด