เตือนภัยคนหางาน "มิจฉาชีพ" หลอกให้โอนเงินทำวีซ่า ก่อนหอบเงินร่วมล้านหนี

เตือนภัยคนหางาน "มิจฉาชีพ" หลอกให้โอนเงินทำวีซ่า ก่อนหอบเงินร่วมล้านหนี

ระวัง "มิจฉาชีพ" หลอกโอนเงินทำวีซ่าทำงานไต้หวัน ก่อนหอบเงินร่วมล้านหนี พร้อมแจ้งวิธีทำงานต่างประเทศถูกกฎหมาย และช่องทางตรวจสอบร้องทุกข์

วันที่ 21 เม.ย. 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผย ขณะนี้มีผู้หลอกลวงคนหางานไปทำงานต่างประเทศผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยใช้แพลตฟอร์มเฟซบุ๊กชักชวนคนหางาน อ้างว่าสามารถจัดทำวีซ่าให้ไปทำงานที่ไต้หวันได้ พร้อมจะอำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่กักตัว และเก็บค่าดำเนินการคนละ 30,000 บาท โดยหลังรับเงินจากผู้เสียหายแล้วกลับเงียบหาย เพราะไม่สามารถพาไปทำงานไต้หวันได้จริง ทำให้มีผู้เสียหายจำนวน 50 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท

ทั้งนี้จึงได้สั่งการให้กรมการจัดหางานเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้มีพฤติการณ์หลอกลวงอย่างถึงที่สุด เกี่ยวกับเรื่องนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงาน ให้ความสำคัญกับปัญหาคนหางานถูกหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศมาโดยตลอด เพราะนอกจากจะทำให้คนหางานเสียทรัพย์สิน เสียโอกาสในการทำงาน ยังเสี่ยงต่อการเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ด้วย ซึ่งกระทรวงแรงงานจะดำเนินการกับเรื่องนี้อย่างเข้มงวด

ขณะที่ กระทรวงแรงงานมีนโยบายสำคัญในการคุ้มครองคนหางานจากการถูกหลอกลวง และเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งรวมถึงการโฆษณาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน มีความผิดตามระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการโฆษณาการจัดหางานต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ใดหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ โดยการหลอกลวงนั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ต้องระวางโทษจำคุก 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ด้าน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานรับข้อสั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้หลอกลวงต่อสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมาแล้ว ในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 91 ตรี ข้อหา “หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง” และศาลจังหวัดนครราชสีมาได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว

ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายของพนักงานสอบสวน ทั้งนี้กรมการจัดหางานมีภารกิจหลักในการส่งเสริมการไปทำงานต่างประเทศรวมไปถึงการคุ้มครองคนหางาน ขอย้ำว่าการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายมี 5 วิธี ได้แก่ 1.กรมการจัดหางานจัดส่ง 2.บริษัทจัดหางานจัดส่ง 3.นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงานต่างประเทศ 4.นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างไปฝึกงานต่างประเทศ และ 5.คนหางานแจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยตนเอง ในกรณีของไต้หวัน มักเป็นการไปทำงานโดยบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง ขอให้คนหางานตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตทาง www.doe.go.th/ipd

สำหรับคนหางานที่ประสงค์เดินทางไปทำงานต่างประเทศ หรือประสบปัญหาจากการสมัครงานหรือการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ สามารถติดต่อได้ตามช่องทาง ดังนี้

1. ติดตาม ศึกษาข้อมูลการเดินทางไปทำงานต่างประเทศได้ที่เว็บไซต์ www.doe.go.th/overseas

2. ลงทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th

3. ประสบปัญหาจากการสมัครงาน หรือการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์ประสานการปราบปรามผู้เป็นภัยต่อคนหางาน กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน หรือ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10

4. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694.

คุณกำลังดู: เตือนภัยคนหางาน "มิจฉาชีพ" หลอกให้โอนเงินทำวีซ่า ก่อนหอบเงินร่วมล้านหนี

หมวดหมู่: สังคม

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/society/2373500

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด