ตบปากรัฐมนตรีโกง “ธรรมนัส” ขย่มรัฐบาล ข่มขวัญซักฟอก โอ่มี ส.ส.เกิน 40

ตบปากรัฐมนตรีโกง “ธรรมนัส” ขย่มรัฐบาล ข่มขวัญซักฟอก โอ่มี ส.ส.เกิน 40

“ชัยวุฒิ” บอก พปชร.-เศรษฐกิจ ไทย ต่างคนต่างอยู่แฮปปี้ดีแล้ว ยันไม่มีใครพูดอยากให้ “ธรรมนัส” คืนถิ่น ไม่มีใครเชิญ เช็กเสียงรัฐบาลมั่นใจผ่านศึกซักฟอกแม้ไร้ ศท.หนุน “ผู้กองนัส” ฮึ่มขู่ รมต.โกงปากดีระวังตัวจะตกเก้าอี้ไม่รู้ตัว ข่มขวัญมีข้อมูลแน่นถล่ม รมต.ค่ายเก่า กุม ส.ส.ในกำมือเกิน 40 เสียง ลั่นเป็นคนพี่น้องเยอะ ครอบครัวใหญ่อยู่ทั้งในรัฐบาล-ฝ่ายค้าน ยัน ส.ก.ค่าย พปชร.-รักษ์กรุงเทพ พรรคเล็กห้าวเรียก “ลุงป้อม” มาเจรจา อย่าส่ง รมต.มาคุย “สุรทิน” หยันกล้วยไม่มีความหมาย มาถกกันแบบผู้ใหญ่ “ยุทธพงศ์” อุ่นเครื่องฟาดปมท่อส่งน้ำอีอีซี จี้ปลด รมช.คลัง “สันติ” ขุดอดีต 30 ปีบริหารจัดการน้ำหมื่นล้าน แต่จ่ายให้รัฐแค่ปีละ 500 ล้าน ไล่สอบย้อนหลังเงินหมื่นล้านหายไปไหน

จับตาศึกสายเลือดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กับพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการพรรค ศท. ที่ประกาศจุดยืนยึดผลประโยชน์ประชาชน ยังไม่ยืนยันจะโหวตสนับสนุนรัฐบาล แม้ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. มั่นใจรัฐบาลผ่านศึกซักฟอกได้แน่นอนแม้จะขาดเสียงของพรรค ศท. ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัสระบุมี ส.ส.ในมือเกิน 40 เสียง

“ชัยวุฒิ” ชี้ข่าวลือ “ผู้กองนัส” คืนถิ่น

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสข่าวจะเชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) กลับมาอยู่พรรค พปชร.ว่า ยืนยันว่ายังไม่มีใครไปเชิญ พวกเรายังทำงานร่วมกันได้ เข้าใจได้ว่า ร.อ.ธรรมนัสมีความต้องการจะไปทำในสิ่งที่ถนัดมีพรรคของตัวเอง มีอิสระในการทำงาน ในพรรค พปชร.ไม่มีใครพูดคุยกันว่าอยากให้ ร.อ.ธรรมนัสกลับมา กระแสข่าวคือข่าวลือ ต่างคนต่างอยู่แฮปปี้ดีแล้ว ร.อ.ธรรมนัสเป็นคนมีความรู้ความสามารถ เป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานด้วยกันมา ยังคงรักเคารพนับถือ ออกไปตั้งพรรค ศท.เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่เหมาะสม อีกทั้งต้องทำงานร่วมกับรัฐบาลทำงานเพื่อประชาชน

ไร้เสียง ศท.รัฐบาลก็ผ่านซักฟอก

เมื่อถามว่าตอนนี้ท่าทีของพรรค ศท.ยังไม่ชัดเจนว่าจะอยู่ฝั่งไหนกันแน่ระหว่างฝ่ายค้านหรือรัฐบาล จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ดูจากเสียงรัฐบาลที่มีอยู่ ไม่นับพรรค ศท.ก็ยังผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้ มั่นใจว่าเสียงยังพอแน่นอน

เร่งกู้ศรัทธากลับคืน

นายชัยวุฒิยังกล่าวถึงคะแนนนิยมพรรคพปชร.หลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.ว่า ผู้บริหารพรรคมีมติให้ปรับปรุงนโยบายรับฟังเสียงประชาชนและปรับปรุงการทำงานของพรรคหลายด้าน เช่น งานประชาสัมพันธ์ ยอมรับว่าที่ผ่านมาบางนโยบายยังไม่ถูกใจพี่น้องประชาชนต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ต้องมีนโยบายใหม่ๆ การทำงานแนวทางใหม่ให้พรรคเข้มแข็งทันสมัย ตรงความต้องการประชาชน ให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธาในช่วงเวลาเหลืออยู่ก่อนการเลือกตั้ง เมื่อถามว่าเลือกตั้งครั้งหน้าชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังขายได้หรือไม่ นายชัยวุฒิตอบว่า ยังไม่ถึงเวลา หากปรับปรุงการทำงานแล้ว มีนโยบายใหม่ๆค่อยว่ากันอีกทีว่าจะเดินหน้าอย่างไรเป็นเรื่องอนาคต เรื่องหลักตอนนี้คือการทำนโยบายให้ตรงตามความต้องการของประชาชน เพื่อทำงานให้ดีขึ้น

“ไพบูลย์” ชี้ปรับกลยุทธ์โซเชียล

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การลบนโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 62 ในเพจเฟซบุ๊กพรรคว่า ผู้บริหารพรรคมีมติจะปรับปรุงระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กครั้งใหญ่ของพรรคให้ทันสมัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด เตรียมเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า ควรลบนโยบายนั้นออกตั้งนานแล้ว บางนโยบายที่เราทำไม่ได้ เพราะพรรคไม่ได้ดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น มารดาประชารัฐ ค่าแรง หลังนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เข้าไปดูแลค่อยๆเพิ่มขึ้นตามลำดับ แต่เราก็ทำมากมาย เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่งที่ผลักดันโดยพรรคร่วมรัฐบาล ขอย้ำว่าเพจที่ลบคือเพจโฆษณา ควรลบออกหลังสิ้นสุดการโฆษณา 1 ปี ตอนนี้พรรค พปชร.มีนโยบายใหม่ๆที่น่าตื่นเต้น และจัดให้สอดรับกับกระทรวงที่ดูแลเพื่อให้เกิดผลประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม การปรับกลยุทธ์โซเชียลเน็ตเวิร์กใหม่

หึ่ง พปชร.ลบทิ้งนโยบายไม่ได้ทำ

ก่อนหน้านี้ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังปรากฏพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ลบโพสต์นโยบายหาเสียงเมื่อปี 62 ออกจากเพจเฟซบุ๊กพรรคแล้ว เป็นโพสต์ที่ระบุว่าเซอร์ไพรส์นโยบายพลังประชารัฐ ดันค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท ป.ตรี เงินเดือน 2 หมื่น อาชีวะเงินเดือน 1.8 หมื่น เด็กจบใหม่เสนอยกเว้นภาษี 5 ปี เสนอยกเว้นภาษีเพื่อพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ 2 ปี และลดภาษี 10% บุคคลธรรมดาและข้อความจะทำให้เกษตรกรรวยอย่างมั่นคง รวยอย่างยั่งยืน ดูแลข้าวเจ้า 12,000 บาทขึ้นไป/ตัน ข้าวหอมมะลิ 18,000 บาทขึ้นไป/ตัน อ้อย 1,000 บาทขึ้นไป/ตัน ยางพารา 65 บาทขึ้นไป/กิโลกรัม มันสำปะหลัง 3 บาทขึ้นไป/กิโลกรัม และปาล์ม ราคาเป้าหมาย 5 บาท/กิโลกรัม และมีนโยบายโชห่วยประชารัฐให้ทุน 1 ล้านบาท ที่ผ่านมาถูกหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์โจมตีอย่างหนักว่า พปชร.หาเสียงไว้ แต่ไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ต่อประชาชน

“ธรรมนัส” ขู่ รมต.ระวังตัวกันให้ดี

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และอดีตเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) กล่าวถึงกรณีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ระบุมั่นใจว่าเสียงรัฐบาลจะเพียงพอในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้ไม่มีเสียงของพรรค ศท.สนับสนุน ว่า ทุกครั้งที่ตนให้สัมภาษณ์กับสื่อจะพูดบนพื้นฐานความเป็นจริง แต่นายชัยวุฒิเช้าพูดอย่างหนึ่ง บ่ายพูดอีกอย่างหนึ่ง ไม่มีความแน่นอน พูดเอามันอย่างเดียว เสียงของเรามีทั้งหมด 18 เสียง เป็น ส.ส.อยู่ในสภาฯ 16 เสียง เป็นเสียงที่มีความสำคัญ และเสียงในมือตนไม่ได้มีเพียงแค่ 16 เสียง หากฟังนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 ให้สัมภาษณ์จะทราบชัดเจนว่าตนมีเสียงจากที่อื่นอีกเยอะ รัฐมนตรีแต่ละคนหลายคนทำคุณงามความดีให้กับประเทศชาติบ้านเมืองเยอะ ควรพึงระวังตัวด้วย

โอ่เสียงล้นมือทั้งใน–นอกพรรคเกิน 40

เมื่อถามว่าแสดงว่ามีเสียงมากกว่า 30 เสียง ร.อ.ธรรมนัสตอบอย่างหนักแน่นว่า “ใช่ครับ ผมยืนยันว่าผมมีมากกว่า 16 เสียง” เมื่อถามย้ำว่าหรือมากกว่า 40 เสียง หมายถึงกลุ่มพรรค ศท.และกลุ่ม 16 ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ใช่ อย่าลืมว่าตนมีพี่น้องเยอะ ที่นั่งอยู่ฝ่ายรัฐบาล ใน พปชร.ก็มี ส่วนฝ่ายค้านไม่ต้องพูดถึงที่ตนโพสต์ในเพจว่าขอแสดงความยินดีกับครอบครัวของผมที่ชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) หลายคน ผมพูดเรื่องจริง ทั้งพรรค พปชร. และกลุ่มรักษ์กรุงเทพ รวมถึงยังมีอีกหลายพรรคที่เป็นครอบครัวผม ไม่อยากพูดมาก

เตือนคนโกงปากเก่งจะตกเก้าอี้ไม่รู้ตัว

เมื่อถามว่าแสดงว่าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เราต้องดูที่เหตุและผล ไม่ได้ทำด้วยอารมณ์ รัฐมนตรีหลายคนปากเก่งแต่ในทางปฏิบัติและการบริหารแผ่นดินล้มเหลว ต้องระวังอย่าเอาดีแต่พูด โกหกผู้ใหญ่ไปวันๆอย่าทำ “บางคนพูดเอามันอยู่เรื่อย ตัวเองคอร์รัปชัน ระวังเถอะ รัฐมนตรีที่พูดเก่งๆ เดี๋ยวจะตกเก้าอี้โดยไม่รู้ตัว หมดอนาคตการเมือง อวดเก่งเหลือเกิน ผมมีข้อมูลแน่น มีทุกอย่างในการอภิปรายรัฐมนตรีในพรรค พปชร. น้องๆผมทั้งหลาย ก่อนเป็นรัฐมนตรีน่ารัก พอเปลี่ยนหัวโขนสวมแล้วก็เปลี่ยนนิสัยขอให้ระวังเถอะ และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้จำนวน ส.ส.ที่เพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะส.ส.แบบเขตเป็นครอบครัวผมเยอะ ฝากบอกรัฐมนตรีปากดีด้วย” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว เมื่อถามว่ามีแนวโน้มที่จะดึงพรรคเล็กเข้าไปสังกัดพรรค ศท. ในการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ก็มีหลายคนที่เข้ามา

เลื่อนจัดประชุมใหญ่ ศท. 10 มิ.ย.

ขณะที่นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ศท. เผยหลังการประชุม ส.ส.พรรคว่า พรรคกำหนดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันที่ 10 มิ.ย. แทนวันที่ 7 มิ.ย. การประชุมใหญ่ต้องมีสมาชิกพรรคเข้าร่วมเกิน 250 คนขึ้นไป โดยจะใช้สถานที่ใกล้กับสภาฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้สื่อมวลชนติดตามทำข่าวได้ทั้งที่ประชุมใหญ่พรรคและประชุมสภา ส่วนสถานที่จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

พรรคเล็กเรียก “ลุงป้อม” มาเจรจา

นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ กล่าวถึงท่าทีพรรคเล็กต่อการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 และการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปไตยใหม่ยังอยู่ฝ่ายรัฐบาล ต้องรักษามารยาทไว้ แต่ถ้าถึงช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หากรัฐมนตรีในรัฐบาลชี้แจงไม่ได้ คงต้องว่ากันไปตามเนื้อผ้า 8 พรรคเล็กวันนี้ยังอยู่กับรัฐบาล ที่ออกไปมีเพียงพรรคไทยศรีวิไลย์ของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคเดียว แต่อยากจะแนะนำรัฐบาล เวลาส่งผู้ประสานงานมา อย่าส่งรัฐมนตรีบางคนมา เพราะมาคุยก็ตกลงหรือตัดสินใจอะไรไม่ได้ ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงมาพูดคุยกับพรรคเล็กด้วยตนเอง ไม่ต้องกังวลเรื่องกล้วย ไม่มีความหมาย มาพูดคุยกันแบบผู้ใหญ่คุยกัน ส่วนกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ระบุจะนัดพรรคเล็กพูดคุยในเร็วๆนี้ ยังไม่ได้รับการติดต่อมา เข้าใจว่าน่าจะพูดคุยหลังจากปรับโครงสร้าง ปรับเปลี่ยนตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคในพรรคเศรษฐกิจไทยก่อน

“โจ้” ฟาด “สันติ” ปมท่อน้ำอีอีซี

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯทำหน้าที่ประธานการประชุมก่อนเข้าสู่วาระ มีการตั้งกระทู้ถามสดโดยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหา สารคาม พรรคเพื่อไทย สอบถามนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง กรณีความไม่โปร่งใสโครงการบริหารจัดการท่อส่งน้ำสายหลักพื้นที่ภาคตะวันออก ที่กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังรับผิดชอบ คัดเลือกบริษัทมาบริหารจัดการระบบส่งน้ำไม่โปร่งใส เชิญเฉพาะบางบริษัทมาร่วมประมูล ไม่เชิญบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่ง อาทิ บริษัท ช.การช่าง บริษัท อิตาเลียนไทย บริษัท ซิโน-ไทย การประมูลครั้งแรกบริษัท อีสวอเตอร์ให้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุด แต่กลับถูกยกเลิกประมูล และเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทีโออาร์ คณะกรรมการคัดเลือกชุดใหม่ในการประมูลรอบสอง ทำให้บริษัท วงษ์สยามก่อสร้างชนะประมูล ทำไมต้องเปลี่ยนแปลงทีโออาร์และคณะกรรมการคัดเลือก ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมปลดนายสันติออกจาก รมช.คลัง และต้องนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจล้มรัฐบาล ในฐานะนายกฯและประธาน อีอีซี หนีไม่พ้นนายกฯจะออกตัวมีหน้าที่แค่กำกับดูแล ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงไม่ได้ ถ้าไม่แก้อะไรจะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผิดมาตรา 157

“สันติ” โต้อีสท์วอเตอร์ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงว่ากรมธนารักษ์ไม่มีประสบการณ์บริหารจัดการท่อส่งน้ำ จึงจ้าง ม.เกษตรศาสตร์ เป็นที่ปรึกษาออกแบบและสำรวจระบบส่งน้ำทุกด้าน ได้รับคำแนะนำว่า ให้เชิญบริษัทใหญ่ๆที่เชี่ยวชาญ ประสบการณ์ในภาคตะวันออก มาให้ความเห็นประกอบการวิเคราะห์ กระบวนการทุกขั้นตอนรัดกุม รอบคอบ ไม่ให้ใช้วิธีเปิดประมูลทั่วไป ให้ใช้วิธีคัดเลือกเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อระบบส่งน้ำ 5 บริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าประมูลเป็นบริษัทใหญ่ ทั้งบริษัทอมตะ บริษัทอีสท์วอเตอร์ บริษัทดับบลิวเฮชเอ บริษัทวงษ์สยามก่อสร้าง และบริษัท วิค จำกัด (มหาชน) ส่วนที่บริษัทอีสท์วอเตอร์ ไม่ได้รับการประมูลทั้งที่เป็นรัฐวิสาหกิจ เดิมปี 35 บริษัทอีสท์วอเตอร์ เป็นรัฐวิสาหกิจ มีการประปาส่วน ภูมิภาค (กปภ.) ถือหุ้น 100% แต่หลังจากนั้นเปลี่ยนแปลงให้บุคคลอื่นมาถือหุ้นได้ ทำให้ กปภ.ถือหุ้นแค่ 40% และอีก 60% เป็นคนทั่วไป ขณะนี้บริษัทอีสท์วอเตอร์จึงไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ แต่เป็นบริษัทเอกชน ส่วนการยกเลิกประมูลครั้งแรก เนื่องจากทีโออาร์ไม่สมบูรณ์ ไม่ชัดเจนเรื่องปริมาณน้ำ ทำให้บริษัทที่เข้าร่วมประมูลใช้ปริมาณน้ำต่างกัน จำเป็นต้องประมูลและกำหนดทีโออาร์ใหม่ กำหนดปริมาณน้ำให้ชัดเจน โดยให้สิทธิบริษัทเดิมเข้าแข่งขัน สงสัยว่าอีสท์วอเตอร์รู้ว่าเป็นผู้เสนอราคาสูงสุดรอบแรกได้อย่างไร ทั้งที่ยังไม่มีการเปิดซองประกวดราคา เรื่องนี้ต้องสอบคณะกรรมการคัดเลือกชุดแรกด้วย

สอบหมื่นล้านหายให้รัฐปีละ 500 ล้าน

นายสันติกล่าวว่า การจ่ายค่าตอบแทนให้รัฐช่วง 30 ปีที่ผ่านมาอีสท์วอเตอร์เป็นเจ้าของสัมปทานให้ค่าตอบแทนกรมธนารักษ์ปีละกว่า 500 ล้านบาทเท่านั้น แต่การประมูลล่าสุดในรอบแรก อีสท์วอเตอร์ให้ค่าตอบแทนรัฐ 3,000 ล้านบาท และการประมูลรอบสอง อีสท์วอเตอร์เพิ่มค่าตอบแทนให้รัฐเป็น 24,000 ล้านบาท ขณะที่บริษัทวงษ์สยามฯ ให้ค่าตอบแทน 25,000 ล้านบาท ดูแล้วน่าตกใจที่การบริหารจัดการน้ำมีมูลค่านับหมื่นล้าน แต่ทำไมที่ผ่านมารัฐได้ค่าตอบแทนแค่ 500 ล้านบาทต่อปี เงินเป็นหมื่นล้านหายไปไหน ต้องตรวจสอบเจ้าหน้าที่ให้ชี้แจงว่ารายได้รัฐหายไปไหนช่วงที่ผ่านมา ส่วนความน่าเชื่อถือที่ระบุบริษัทอีสท์วอเตอร์ มีสินทรัพย์ 11,069 ล้านบาท บริษัทวงษ์สยามฯ มีสินทรัพย์ 1,247 ล้านบาท ไม่สนใจเรื่องที่ตั้งหรือหน้าตาบริษัท เพราะบริษัทหน้าตาดีแต่โกงมีเยอะแยะ จะดูแต่ภายนอกไม่ได้ ที่ผ่านมานายกฯเป็นห่วงเรื่องนี้ เรียกไปสอบถาม และได้ตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบแล้ว แต่ผลประโยชน์ที่หายไปช่วงที่ผ่านมาต้องตรวจสอบ ไม่อยากให้แถไปเรื่อยๆ เป็นผู้แทนต้องซื่อสัตย์กับประชาชน

“อัครเดช” ฉะ รมว.พลังงานหนีกระทู้

เมื่อเวลา 12.00 น. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวไม่เห็นด้วยกรณีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน เลื่อนตอบกระทู้เรื่องนโยบายการชดเชยราคาน้ำมันและกระทู้การกำหนดสัดส่วนบอร์ด ปตท.ที่กระทบต่อการดูแลราคาเชื้อเพลิงของประชาชนว่า ได้ยื่นกระทู้วงหน้าไปตั้งแต่ช่วงปิดสมัยประชุมแล้ว เป็นประเด็นสำคัญกระทบความเป็นอยู่ประชาชน จึงไม่เห็นด้วยที่รัฐมนตรีเลื่อนตอบกระทู้ ทราบจากสื่อว่าเดินทางกับคณะนายกฯไปประเทศญี่ปุ่น รมว.พลังงาน ควรหยุดเกาะนายกฯได้แล้ว หันมาดูแลประชาชนดีกว่า กระทรวงพลังงานดำเนินนโยบายราคาน้ำมันดีเซลผิดพลาด สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน หลังประกาศขึ้นราคาน้ำมันแบบขั้นบันได ผู้ประกอบการขึ้นค่าขนส่งและราคาสินค้า ประชาชนเดือด

ผิดพลาดขึ้นดีเซลไล่ส่งไม่ควรเป็น รมต.

“เป็นความผิดพลาดของรัฐบาล โดยเฉพาะ รมว.พลังงาน จะรับผิดชอบอย่างไร เคยเรียกร้องอย่าขึ้นราคาน้ำมันดีเซล ควรคงไว้ที่ 30 บาท แต่กระทรวงพลังงานกลับประกาศปรับขึ้นไปที่ 35 บาท ความเป็นจริงขึ้น 32 ค่าขนส่งและสินค้าขึ้นไปหมดแล้ว ส่วนต่าง 3 บาทใครจะรับผิดชอบ นายกฯกำชับให้รัฐมนตรีมาตอบกระทู้ แต่รัฐมนตรีเลื่อนไม่รับผิดชอบต่อสภา ไม่ควรอยู่ในตำแหน่งนี้ ควรลาออก ฝ่ายค้านไม่สามารถทำอะไรรัฐบาลได้ แต่คนเป็นรัฐมนตรีนี่แหละที่จะทำให้รัฐบาลพัง รมว.พลังงานคนนี้ยังควรอยู่ในตำแหน่งนี้หรือไม่” นายอัครเดชกล่าว

กมธ. สภาฯถกสโมสรหรูเว่อร์

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาฯ มีนายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย รองประธานกมธ. ทำหน้าที่ประธานเพื่อหารือประเด็นสโมสรรัฐสภาหรูมีทั้งห้องสปา ฟิตเนส และลีลาศ ทั้งนี้ กมธ.ได้หารือกันถึงแบบแปลนอาคารรัฐสภา ที่กำหนดห้องต่างๆของสโมสรรัฐสภาต้องไปสอบถามคณะกรรมการที่คัดเลือกแบบเข้ามาด้วย ขณะที่นายศักดากล่าวว่า สมาชิกคงไม่มีเวลาไปใช้ห้องต่างๆหรือเต้นลีลาศ หรือไปตีกอล์ฟ เพราะมีปัญหาของประชาชนจำนวนมากที่ต้องแก้ไข

“ชินวรณ์” ยันไม่เกี่ยวงบฯแผ่นดิน

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)รองประธาน กมธ. กิจการสภาฯ กล่าวว่า มี ส.ว.คนหนึ่งต้องการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นข่าว สื่อมวลชนจะได้ตรวจสอบตนจะเสนอให้ กมธ. กิจการสภาฯไปดูระเบียบข้อบังคับของสโมสรรัฐสภา และพื้นที่การดำเนินกิจการของสโมสร ที่ต้องมาจากเงินบำรุงของสมาชิก ตามระเบียบเดิมข้อบังคับของสโมสรรัฐสภามีค่าบำรุงสมาชิกคนละ 500 บาทต่อปี เพื่ออำนวยความสะดวกให้สมาชิก ช่วงนอกเวลาสามารถใช้พบปะสังสรรค์ หรือต้อนรับประชาชนได้ แต่ไม่ถึงกับมีสนามกอล์ฟ ห้องสปา ฟิตเนส และลีลาศ เป็นงบฯที่ได้จากสมาชิกไม่เกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดิน

“ชวน” สั่งเปิดให้ใช้แค่ห้องฟิตเนส

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ห้องทั้งหมดมีจริงออกแบบไว้เมื่อปี 54 เซ็นสัญญาจ้างตั้งแต่ปี 56 ถึงจะเตรียมส่งมอบพร้อมอาคารรัฐสภาทั้งหมด สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นประธานรัฐสภา แต่เป็นการดำเนินการทางธุรการตามระเบียบราชการ ทำไมต้องมีคงต้องไปสอบถามผู้มีอำนาจขณะนั้น นายชวนสั่งการชัดเจนว่าในฐานะผู้แทนจากประชาชน นอกเหนือจากสถานที่ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ไม่อนุญาตให้เปิดใช้หรือเข้าใช้ห้องเหล่านี้ ให้ศึกษากฎหมายราชพัสดุ ให้รอบคอบ เนื่องจากที่ตั้งรัฐสภาเป็นที่ราชพัสดุ มี พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ ควบคุมการใช้งานเพื่อประโยชน์ราชการเท่านั้น ต่างจากขอใช้สร้างที่พักข้าราชการรัฐสภา

“ชัชชาติ” แฉเอกชนลอกท่อแค่ถ่ายรูป

เมื่อเวลา 06.00 น. ที่สวนบางกอกใหญ่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่สวนบางกอกใหญ่ เขตบางกอกใหญ่ รับทราบปัญหาต้องการปรับปรุงขยายสวนสาธารณะ นายชัชชาติได้ร่วมวิ่ง เต้นแอโรบิก ขณะที่ชาวชุมชนรอบสวนบางกอกใหญ่ พากันร้องเพลงอวยพรวันเกิดย้อนหลังให้ นายชัชชาติ เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายไปลงพื้นที่เขตดอนเมือง ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากหมู่บ้านปิ่นเงิน ซอยช่องอากาศอุทิศ 16 ช่วงเย็นไปไหว้พระทำบุญที่เขตสายไหมกับ น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคไทยสร้างไทย ส่วนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม สั่งให้กรมราชทัณฑ์ขอนำนักโทษช่วยขุดลอกท่อช่วงหน้าฝนดีมากๆ แต่ติดสถานการณ์โควิดมา 2 ปี เชื่อว่าผู้ต้องขังลอกท่อได้ดีมาก ทำงานสะอาด ให้เอกชนทำฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน มีแค่เปิดฝาท่อถ่ายรูป หลายครั้งทำฝาท่อแตก ไม่สะอาดด้วย การลอกท่อแผนดำเนินการปีละ 3,000 กม. มีท่อทั้งหมด 6,000 กม. จะลอกท่อ 2 ปีครั้ง

ศาลปล่อย “ทานตะวัน” 1 เดือน

ที่ศาลอาญา นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความนำนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล มาเบิกความในชั้นไต่สวนขอปล่อยชั่วคราว น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ อายุ 20 ปี อดีตสมาชิกกลุ่มทะลุวังจำเลยคดีดูหมิ่นสถาบันฯ ตาม ป.อาญา มาตรา 112 โดยใช้ตำแหน่ง ส.ส.เป็นหลักทรัพย์และขอเป็นผู้กำกับดูแล นายกฤษฎางค์กล่าวว่า ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว 1 เดือน ให้นายพิธาเป็นผู้กำกับดูแล (ไม่ต้องวางหลักทรัพย์) รวมทั้งให้สวมกำไลอีเอ็ม ห้ามออกจากบ้านยกเว้นพบแพทย์ และห้ามกระทำการอันกระทบ หรือกระทำการตามที่ถูกกล่าวหา มีรายงานว่า เย็นวันที่ 25 พ.ค. พนักงานอัยการได้สั่งฟ้อง น.ส.ทานตะวัน เป็นจำเลยไป ฐานหมิ่นสถาบันฯ ตามมาตรา 112 นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ตาม ป.อาญา มาตรา 138 มาตรา 368

“บิ๊กตู่” โชว์กึ๋นอ้อนนักลงทุนญี่ปุ่น

สำหรับภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เข้าร่วมการประชุมนานา ชาติว่าด้วยอนาคตเอเชียครั้งที่ 27 (International Conference on the Future of Asia) หรือนิกเคอิ ฟอรัม ระหว่างวันที่ 25-27 พ.ค. ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเวลา 13.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 2 ชม.) ที่ห้องฟูจิ โรงแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถาในที่ประชุมว่า ยินดีที่ได้พบนายกฯมาเลเซียที่มาร่วมรับฟัง และขอบคุณการต้อนรับที่อบอุ่น ขอขอบคุณรัฐบาล นักธุรกิจ และนักลงทุนญี่ปุ่นที่เชื่อมั่นศักยภาพ สนับสนุนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไทยยินดีต้อนรับการลงทุนจากญี่ปุ่น โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ยืนยันไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปก 2022 เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนในเอเชีย-แปซิฟิกทุกคน โดยเสนอให้ผู้นำรับรองเอกสารระดับผู้นำ “เป้าหมายกรุงเทพฯว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG” ที่จะวางรากฐานเอเปกอย่างยั่งยืนครบถ้วนที่สุด เป็นเอกภาพเติบโตไปด้วยกันอย่างเต็มที่

ฟุ้งยึดหลักอริยสัจสี่ต่อยอดอีอีซี

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ไทยมีอีอีซีเป็นหลัก และเร่งรัดให้มีอีก 4 ภาคต่อยอดจากอีอีซี เพื่อให้ไทยเป็นจุดเชื่อมต่อภูมิภาคอีก 9 ประเทศ ยืนยันว่าการทำแบบนี้ใช้เวลาไม่ใช่น้อย ไม่ใช่ทำวันนี้คิดวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะเกิด หลายอย่างต้องทำมา 7-8 ปี ทั้งร้อยเรียงและวิธีการแก้ปัญหา เรียกว่า อริยสัจ 4 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยมากขึ้น ขออย่าทำให้เสีย เข้าหน้าฝนขออย่ากลัว ต้องทำให้ซอฟต์ เพาเวอร์ โลว์ซีซันเป็นไฮซีซัน ดินแดนแห่งฝน ดินแดนแห่ง สีเขียว ดินแดนแห่งความสวยงาม ทั้งอาหาร ท่องเที่ยว ธรรมชาติ ประเพณี อัตลักษณ์ ไทยไม่ได้มีแค่ข้าวเหนียวมะม่วงอย่างเดียว ส่วนการแลกเปลี่ยนอาวุธยุทโธปกรณ์กับญี่ปุ่น ไม่ได้จะนำอาวุธไปรบกับใคร แต่หมายถึงการร่วมมือ ไปตีความกันเลอะเทอะไม่ได้ ต่อมาเวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้หารือทวิภาคีกับนายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกฯญี่ปุ่น ที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี ก่อนทั้ง 2 สองฝ่ายร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ร่วมการประชุม ที่โรงแรมอิมพีเรียล

จำคุก 5 ปีมือโพสต์ขู่ลูกแฝดนายกฯ

นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน กล่าวว่า จากที่ได้รับมอบอำนาจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เข้าแจ้งความดำเนินคดีนายวุฒิชัย สฤษฎ์เลิศวรสิน มือโพสต์ทวิตเตอร์ข้อความยุยงเชิญชวนให้คุกคาม น.ส.ธัญญาและ น.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา บุตรสาวฝาแฝดของ พล.อ.ประยุทธ์กับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ตามความผิด ป.อาญา ม.85 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เมื่อวันที่ 23 มี.ค.64 มี พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.น.1 และ พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันชัย รอง ผกก. (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง โดยออกหมายเรียกตัวนายวุฒิชัยมาพบพนักงานสอบสวน 29 มี.ค.64 แต่ผู้ต้องหาเข้ามาพบก่อน คดีนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ตัดสินจำคุกนายวุฒิชัย 7 ปีครึ่ง แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ต้องหาไม่เคยกระทำผิดมาก่อน และให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จึงลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 5 ปีไม่รอลงอาญา

คุณกำลังดู: ตบปากรัฐมนตรีโกง “ธรรมนัส” ขย่มรัฐบาล ข่มขวัญซักฟอก โอ่มี ส.ส.เกิน 40

หมวดหมู่: การเมือง

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/politic/2403246

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด