“ซัมมิท” ผนึกพันธมิตร รุกธุรกิจยานยนต์สมัยใหม่

ซัมมิท โอโต บอดี้ ยักษ์ใหญ่ตลาดชิ้นส่วนยานยนต์ในไทย เร่งปรับตัวรับเทรนด์อุตสาหกรรมโลก เล็งแตกไลน์การผลิตและวิจัยวัสดุใหม่ไร้น้ำหนักต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ รับประกอบรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี)

“ซัมมิท” ผนึกพันธมิตร รุกธุรกิจยานยนต์สมัยใหม่

กลุ่มบริษัทซัมมิทเริ่มต้นกิจการจากการประกอบธุรกิจซ่อมเบาะรถยนต์และรถจักรยานยนต์จากนั้นต่อยอดกิจการบริการสู่การเป็นผู้ผลิตเบาะและชิ้นส่วนภายในรถยนต์และก่อตั้งกลุ่มบริษัทซัมมิทภายใต้ชื่อซัมมิทโอโตซีทอินดัสตรีขึ้นในปี2515โดยมีหุ้นส่วนเป็นคนไทยทั้งหมดโดยในปี2529เริ่มขยายกิจการสู่การผลิตชิ้นส่วนตัวถังรถยนต์ภายใต้ชื่อบริษัทซัมมิทโอโตบอดี้อินดัสตรี

นอกจากนี้เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี2537จึงตัดสินใจก่อตั้งบริษัทซัมมิทแหลมฉบังโอโตบอดี้เวิร์คจำกัดภายในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังจ.ชลบุรีเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ในพื้นที่

โดยหลังจากนั้นกลุ่มบริษัทซัมมิทได้มีการจัดตั้งบริษัทใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมอีก2แห่งได้แก่บริษัทซัมมิทแหลมฉบังโอโตบอดี้เวิร์คจำกัด(สาขาระยอง)ภายในนิคมอุสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ดจ.ระยองและบริษัทซัมมิทโอโตบอดี้อินดัสตรีจำกัด(อยุธยา)ภายในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะจ.พระนครศรีอยุธยา

เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าในฐานะผูผลิตOEMและรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์จนกลายเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ปั้มขึ้นรูปโลหะส่งมอบให้กับผู้ประกอบรถยนต์ทุกยี่ห้อที่มีฐานการผลิตในประเทศไทย

กรกฤชจุฬางกูรประธานบริหารบริษัทซัมมิทโอโตบอดี้อินดัสตรีจำกัดกล่าวว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่หรือยานยนต์ไฟฟ้า(EV)ซึ่งจะสร้างความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ในอดีตและส่งผลกระทบถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องซึ่งในฐานะบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาความสามารถทางวิศวกรรมที่ใช้ในการออกแบบยานยนต์อย่างต่อเนื่องทั้งด้านวัสดุศาสตร์ด้านเทคโนโลยีการผลิตและการทดสอบเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันรวมทั้งเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทได้ร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี2555โดยมีความร่วมมือด้านงานวิจัยหลายโครงการโดยหนึ่งในนั้นคือการโครงการพัฒนาชิ้นงานกลุ่มมีน้ำหนักเบา(light weight)อาทิคาร์บอนไฟเยอร์ซึ่งบริษัทมองว่าจะเป็นวัสดุที่เป็นที่ต้องการของตลาดในอนาคตซึ่งที่ผ่านมาบริษัทจะใช้เหล็กเป็นวัสดุหลัก

นอกจากนี้ปัจจุบันการศึกษาและลงทุนในเทคโนโลยีวัสดุน้ำหนักเบายังมีต้นทุนสูงและคาดว่าต้องใช้ระยะเวลานานซัมมิทจึงได้หารือร่วมกับบริษัทนิชไซคลิ่งจำกัดผู้ผลิตล้อเฟรมคาร์บอนและชิ้นส่วนจักรยานเกรดแข่งขันร่วมกันจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในชื่อบริษัทซัมมิทนิชจำกัดหรือ“SUMMIT NICH”ด้วยทุนจดทะเบียน16ล้านบาทโดยมีสัดส่วนการลงทุนของซัมมิทโอโตบอดี้ที่75%นิชไซคลิ่ง25%โดยมีแผนเพิ่มยอดการส่งออกจักรยานผลิตตามสั่ง (custom made)ประเภทperformance road bikeรวมถึงเพิ่มช่องทางการขายในรูปแบบออนไลน์เบื้องต้นประเมินกำลังการผลิตต่อเดือนที่100คันโดยตั้งเป้าหมายรายได้20ล้านบาทต่อปี

“การร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่จากผลิตภัณฑ์เดิมของซัมมิทโดยซัมมิทรับหน้าที่ส่วนการวิจัยและพัฒนาและเป็นฐานการผลิตซึ่งบริษัทมีความพร้อมด้านซอฟต์แวร์การออกแบบรวมถึงการทดสอบที่ครบวงจรทำให้สามารถคัดเลือกวัสดุที่เหมาะสมดีไซน์แปลกใหม่และทนทาน”

รวมทั้งซัมมิทยังได้ต่อยอดธุรกิจใหม่เพื่อเตรียมพร้อมในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่โดยการเป็นผู้รับประกอบรถอีวีในประเทศ(sub-assembly)ของค่ายรถแบรนด์เอ็มจีสัญชาติจีนที่เข้ามาบุกเบิกตลาดเมืองไทยโดยการจ้างซัมมิทซึ่งมีความพร้อมด้านพื้นที่และแรงงานในประเทศเป็นผู้ประกอบรถอีวีเบื้องต้นเพื่อประหยัดต้นทุนค่าแรงในช่วงทดลองตลาดโดยหลังจากนี้หากบริษัทต้องการสร้างฐานการผลิตในไทยจะได้มีการพูดคุยเรื่องความร่วมมือต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้จากมุมมองของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ยังไม่สามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอีวีได้โดยเงื่อนไขสำคัญสุดที่จะทำให้อีวีโตเร็วคือต้นทุนของรถอีวีขณะเดียวกันผู้ผลิตต้องการตลาดในประเทศด้วยแต่รถอีวียังมีราคาสูงจึงยังไม่ตอบโจทย์กำลังซื้อลูกค้าในไทยดังนั้นการจะทำให้รถอีวีประสบความสำเร็จขึ้นไม่ได้ขึ้นกับเทคโนโลยีอย่างเดียวแต่ขึ้นกับต้นทุนการผลิตอีวี

อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย5ปีในการสร้างความมั่นใจกับผู้บริโภคในหลายด้านเกี่ยวกับอีวีอาทิเทคโนโลยีสมรรถภาพรถการมีศูนย์บริการที่ครอบคลุมความเข้าใจเกี่ยวกับชิ้นส่วนประกอบการบำรุงรักษา

นอกจากนี้ในปี2565ซัมมิทได้ร่วมกับฮุนไดโกลวิสและอีสเทิร์นแอร์โลจิสติกส์จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทฮุนไดโกลวิสโลจิสติกส์(ประเทศไทย)เพื่อยกระดับด้านโลจิสติกส์ในการข่นส่งชิ้นส่วนยานยนต์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอาหารด้วยรถบรรทุกไฟฟ้านำไปสู่เป้าหมายการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน

คุณกำลังดู: “ซัมมิท” ผนึกพันธมิตร รุกธุรกิจยานยนต์สมัยใหม่

หมวดหมู่: รถยนต์

แหล่งที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/auto/1019450

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด