สลด ควาญตกงาน พาช้างกลับบ้าน ปล่อยหากิน สารพิษคร่าแม่-ลูกเฝ้าศพไม่ห่าง

"พิษโควิดฯ" ควาญตกงาน ปล่อยช้างหากินอิสระ สลดพัง "โม๊ะเก๊ะจือ" อายุ 31 ปี ช้างอมก๋อย "สารพิษ" คร่า ตายคาสวนชาวบ้าน เศร้า ลูกน้อยวัย 11 เดือน วนเวียนเฝ้าศพไม่ห่าง

สลด ควาญตกงาน พาช้างกลับบ้าน ปล่อยหากิน สารพิษคร่าแม่-ลูกเฝ้าศพไม่ห่าง

"พิษโควิดฯ" ควาญตกงาน ปล่อยช้างหากินอิสระ สลดพัง"โม๊ะเก๊ะจือ" อายุ 31 ปี ช้างอมก๋อย "สารพิษ" คร่า ตายคาสวนชาวบ้าน เศร้า ลูกน้อยวัย 11 เดือน วนเวียนเฝ้าศพไม่ห่าง

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.65 นางแสงเดือน ชัยเลิศ ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางมูลนิธิฯได้รับแจ้งจากชาวบ้านทีจืออะลอคี ต.แม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ว่า พบช้างเพศเมียนอนตายใกล้สวนของชาวบ้าน โดยมีลูกน้อยเดินวนเวียนอยู่ไม่ห่างศพของแม่ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ช้างน่าจะกินปุ๋ยและยาฆ่าแมลงที่ชาวสวนกองทิ้งไว้เรี่ยราดในสวนเกษตรของชาวบ้าน

นางแสงเดือน กล่าวต่อว่า จากการสอบถามทราบว่า ช้างเชือกที่ตายเป็นช้างของชาวบ้านต้นงิ้ว ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิดฯ เจ้าของช้างตกงานจึงนำช้างกลับมาเลี้ยงที่บ้าน ซึ่งกลางวันจะปล่อยให้ช้างหากินตามอิสระ พอตกกลางคืนจะล่ามไว้ในป่า โดยเมื่อประมาณ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา ช้างได้หายไปจากหมู่บ้านจำนวน 3 เชือก โดยช้างตัวเมีย 2 เชือกยังลากโซ่ที่ขาดติดเท้าไปด้วย ซึ่งชาวบ้านและเจ้าของช้างสงสัยว่า ช้างป่าตัวผู้จะมาขโมยช้างตัวเมียของพวกตนไป และล่าสุดมีคนพบช้างทั้ง 3 เชือกเดินตามช้างป่าเข้าไปในป่า

นางแสงเดือน กล่าวต่อว่า สำหรับช้างที่เสียชีวิตเชือกนี้ มีชื่อว่า "โม๊ะเก๊ะจือ" เป็นช้างเพศเมีย อายุประมาณ 31 ปี และมีลูกชื่อ "พาเก้แหม่" เป็นเพศผู้ อายุประมาณ 11 เดือน ซึ่งช้างทั้ง 2 เชือก เดินข้ามมาจาก อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ มาตายในพื้นที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยใช้เวลาเดินทางผ่านหลายพื้นที่หลายหมู่บ้าน และผ่านพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ที่เต็มไปด้วยสารพิษ ปุ๋ย และยาฆ่าแมลง

"นี่ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ที่เกิดขึ้นกับประชากรช้างบ้านและซ้ำเติมเจ้าของคนเลี้ยงช้างในช่วงวิกฤติโควิดฯ ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา มีช้างเสียชีวิตเป็นจำนวนมากโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากการกินสารพิษ ที่มีอยู่รายรอบพื้นที่ที่ช้างอยู่อาศัย เนื่องจากในปัจจุบันพื้นที่เลี้ยงช้างและปล่อยช้าง ในพื้นที่ปลอดภัยแทบจะไม่มีเหลืออีกต่อไป แต่พื้นที่ที่อดีตเป็นพื้นที่ป่าได้ถูกแปรเป็นแปลงเกษตร ที่มีการใช้สารพิษรวมทั้งแม่น้ำลำธารก็ไม่ใช่แหล่งน้ำดื่มที่ปลอดภัยสำหรับช้างอีกต่อไปแล้ว"นางแสงเดือน ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับลูกช้างและช้างตัวเมียอีก 1 เชือกที่เหลือนั้น ตอนนี้ควาญช้างกำลังเฝ้าดูอาการ อีกทั้งมูลนิธิอนุรักษ์ช้างฯได้ส่งทีมงานเข้าไปในพื้นที่แล้ว เพื่อทำการประสานงานและช่วยเหลือช้างต่อไป

คุณกำลังดู: สลด ควาญตกงาน พาช้างกลับบ้าน ปล่อยหากิน สารพิษคร่าแม่-ลูกเฝ้าศพไม่ห่าง

หมวดหมู่: ภูมิภาค

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/north/2374862

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด