“สุชาติ ชมกลิ่น” ล็อบบี้พรรคเล็ก โดนตั้งแง่อุ้มรัฐบาล “ธรรมนัส” ยังกั๊กโหวต

“สุชาติ ชมกลิ่น” ล็อบบี้พรรคเล็ก โดนตั้งแง่อุ้มรัฐบาล “ธรรมนัส” ยังกั๊กโหวต

“ธรรมนัส” พร้อมนั่ง หน.พรรค ศท. มีโลก ใบใหม่แล้ว ไม่หวนคืน พปชร. 7 มิ.ย.เลือก กก.บห. ใหม่ ยังเป็นพรรคร่วมฯ แต่ถ้าบ้านเมืองยังเป็นแบบนี้ ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ก๊วนพรรคเล็กแบะท่าซบ “ผู้กองมนัส” “พีระวิทย์” รอลุ้นสูตรคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ “สุชาติ” โร่ล็อบบี้ผวาแนวร่วมตีจาก “พิเชษฐ” ยักท่า รับฟังแต่ไม่รับปากโหวตให้นายกฯ “บิ๊กป้อม” ถกแกนนำสแกนพ่ายยับ สนาม กทม. ตั้งคณะทำงานลุยโซเชียลกู้เรตติ้งให้ “นฤมล” คุมทีมทำนโยบาย “บิ๊กตู่” โอดอยู่มานานรู้ปัญหาแต่ทำไม่ได้ เพราะความร่วมมือไม่เกิด “โทนี่” ขยี้ซ้ำคนไทยคิดเป็นรับเงินแต่ไม่เลือก หยัน “ประยุทธ์” มือไม่ถึงหงุดหงิดบ่อยไปพักดีกว่า “ชัชชาติ” ไม่ทะเลาะ “ลุงตู่” เล็งขอลดค่าตั๋วรถไฟฟ้าสายสีเขียว ไม่ขัดต่อสัญญาแต่ต้องผ่าน พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ

ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ส่อขยายผลกลายเป็นปัญหาต่อรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยเฉพาะเสียง ส.ส.ที่จะโหวต ลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายสำคัญและการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแม้แกนนำพรรค ศท.ยืนยันว่ายังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

“บุญสิงห์” แจง 15 กก.บห.ไขก๊อก

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 25 พ.ค. ที่รัฐสภา นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) และอดีตนายทะเบียนพรรค ศท. กล่าวถึงความขัดแย้งภายในพรรค ว่าเป็นปัญหาขัดแย้งในพรรคที่ค่อนข้างรุนแรง ระหว่างหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค เมื่อกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ทราบได้หารือร่วมกันว่าหากปล่อยให้เนิ่นนานไปจะทำให้พรรคเสียหายบอบช้ำ กก.บห. 15 คน จาก 22 คน จึงยื่นหนังสื่อลาออกให้ กก.บห. สิ้นสภาพลงทั้งหมดตามข้อบังคับพรรค จากนั้นพรรคต้องจัดประชุมใหญ่ภายใน 45 วันเลือก กก.บห.ชุดใหม่ เราเคยมีประสบการณ์ช่วงที่อยู่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เกิดความขัดแย้ง ความเห็นไม่ตรงกัน แต่ปล่อยเนิ่นนานจนรุนแรงมากขึ้นจะเดินต่อไปลำบาก จนสุดท้ายต้องขับสมาชิกพรรค จึงไม่อยากให้สภาพปัญหาเกิดขึ้นที่พรรค ศท. อีก เพื่อมานั่งคุยกันในพรรค จะได้จัด กก.บห.ชุดใหม่ โดยคำนึงถึงปัญหาของพรรคว่าต้องรีบแก้ไข มุ่งเน้นให้พรรคเข้มแข็งและเป็นสถาบันทางการเมือง ด้วยการจัดระบบภายในพรรคใหม่ให้เข้มแข็งมากกว่าเดิม

ย้ำ ศท.ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

นายบุญสิงห์กล่าวว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่พรรค ศท. จัดประชุมใหญ่เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ทุกคนได้พบกันหมด จากนั้น ส.ส.พรรคลงพื้นที่ตลอดจนมาทราบความขัดแย้งจริงๆเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ถ้ามีโอกาสอยากบอก พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตหัวหน้า พรรค และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการพรรค เหมือนกันว่าให้คุยปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคเพราะเรามีระบบบริหารพรรคอยู่ ไม่อยากให้ความเห็นไม่ตรงกันออกไปข้างนอก เพื่อหารือภายใน และหาแนวทางเดินไปข้างหน้าร่วมกัน เมื่อถามย้ำว่า อดีต กก.บห. 15 คน ที่ลาออกได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส ก่อนหรือไม่ นายบุญสิงห์กล่าวว่า ไม่ได้คุยทั้งหัวหน้าและเลขาธิการพรรค เป็นการตัดสินใจกันเองของพวกเรา 15 คน เรามีประสบการณ์เคยพบปัญหานี้ มาก่อน เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าความเห็นไม่ตรงกัน เรื่องการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ใช่หรือไม่ นายบุญสิงห์กล่าวว่าพรรค ศท.ได้แสดง ท่าทีชัดเจนแล้วว่าเรายังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มี ส.ส. 18 คน เป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีและยังสนับสนุนในสิ่งที่เกิดประโยชน์กับประชาชน เพื่อขับเคลื่อนบ้านเมืองให้เดินไปข้างหน้าได้ เช่น การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 66 เป็นเรื่องใหญ่และประชาชนได้ประโยชน์ แม้ว่างบฯบางส่วนเป็นงบฯฟุ่มเฟือยหรือไม่คุ้มค่า ค่อยมาแก้ไขหรือตัดในขั้นตอนการแปรญัตติได้

ปัดเล่นเกมการเมืองไล่ “บิ๊กน้อย”

เมื่อถามว่าทำไมอดีต กก.บห.ทั้ง 15 คนไม่รอให้ พล.อ.วิชญ์ และ ร.อ.ธรรมนัสคุยกันก่อนจะลาออกเหมือนกับเป็นเกมปลด พล.อ.วิชญ์ นายบุญสิงห์กล่าวว่า ยืนยันไม่ได้เป็นเกม แต่เป็นกลไกของพรรค ศท. เกิดความขัดแย้งไม่เป็นอะไร แต่ต้องพูดคุยกันภายในพรรค หากนำออกไปสื่อสารข้างนอกต้องรีบหยุดปัญหา ใช้วิธีที่เป็นกลไกพรรค เมื่อถามว่า อดีตหัวหน้าพรรคนำปัญหาของพรรคออกไปพูดข้างนอกก่อนจึงตัดสินใจเช่นนี้ นายบุญสิงห์ตอบว่า เรื่องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ถ้าเกิดปัญหาต้องเรียกประชุม กก.บห.พรรคคุยกัน ทุกพรรคมีระบบพรรคอยู่ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจึงนำปัญหาความขัดแย้งออกไปข้างนอกจนเกิดผลกระทบต่อพรรค เมื่อถามว่า พล.อ.วิชญ์ตัดพ้อว่าไม่ได้รับความสำคัญ ไม่มีอำนาจ นายบุญสิงห์กล่าวว่า ตั้งแต่ประชุมพรรคครั้งใหญ่ เราอยู่ในพื้นที่มาตลอด จากวันนั้นจนถึงวันนี้ยังไม่มีการประชุม กก.บห.อีก การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 66 ภาพรวมเราคุยกันว่างบฯต้องเดินไปข้างหน้า แต่หากมีงบฯรายการไหนไม่เกิดประโยชน์ ไม่คุ้มค่า ต้องไปพิจารณาตามขั้นตอนของ กมธ.

“ผู้กองนัส” พร้อมนั่ง หน.ไม่กลับ พปชร.

ต่อมาเวลา 16.15 น. ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา อดีตเลขาธิการพรรค ศท. แถลงว่า พรรคมีจุดยืนชัดเจนอยู่ข้างประชาชน ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ทุกเรื่องสำคัญ รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะพิจารณาเป็นประเด็นไป การทุจริตคอร์รัปชันทำให้ประเทศชาติเสียประโยชน์ จะไม่เห็นด้วยเด็ดขาด โครงการท่อส่งน้ำอีอีซี หรือรถไฟฟ้าสายสีต่างๆให้ ส.ส.18 คนไปทำการบ้านมา แล้วรอฟังข้อมูลฝ่ายค้านและผู้อภิปราย หากกระทบต่อบ้านเมืองหรือประชาชนจะไม่สนับสนุน และตนพา ส.ส.18 ชีวิตออกมาจากพรรค พปชร.ฝากความหวังและอนาคตการเมืองไว้กับตน กก.บห.ชุดที่ผ่านมาคือชุดเฉพาะกิจ จะปรับให้พรรคมีจุดขายชัดเจน จัดประชุมใหญ่พรรควันที่ 7 มิ.ย. ตนไม่มีปัญหา พร้อมทำทุกหน้าที่ ที่มีข่าว พล.อ.ประวิตรอาจเชิญกลับไปพรรค พปชร. ถามว่าเรากลับไปจะไปทำอะไร เขาแบ่งหน้าที่รับผิดชอบกันหมดแล้ว กลับไปก็ทะเลาะกันเหมือนเดิม มันไม่ใช่ ออกมาแล้ว มีโลกใบใหม่แล้ว ถ้ากลับไปยังเป็นสังคมเดิมๆก็ไม่กลับ พล.อ.ประวิตรแม้อยู่คนละพรรคก็เคารพนับถือ เข้าไปปรึกษาหารือแต่ไม่ใช่เรื่องการเมือง

ถ้า ปชช. เดือดร้อนอาจต้องทำบางอย่าง

เมื่อถามอีกว่า วันนี้ยังคงอยู่เคียงข้าง พล.อ.ประยุทธ์ได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า จุดยืนพรรคชัดเจนว่าหากรัฐบาลทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ทำให้เสียหายต่อบ้านเมือง ประชาชนได้ประโยชน์ จะสนับสนุนรัฐบาล แต่หากรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า จำเป็นต้องรักษาจุดยืน อาจต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนที่มีข่าวว่าอาจไปร่วมกับฝ่ายค้านเพื่อล้ม พล.อ.ประยุทธ์ในศึกอภิปรายฯ บ้านเมืองบอบช้ำมามากพอแล้ว การคิดจะทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล เอาแต่อารมณ์ตัวเองไม่ได้เด็ดขาด หากสิ่งไหนฝ่ายค้านเห็นว่าไม่ถูกต้องและมีข้อมูล เราจะมานั่งดู แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เห็นด้วยกับทุกเรื่อง ไม่ใช่สไตล์ของพรรค ศท. ได้คุยกับพรรคเล็กโดยเฉพาะกลุ่ม 16 ทุกวันทางโทรศัพท์ จะนัดหารือเรื่องรัฐธรรมนูญ ใน 1-2 วันนี้

พรรคเล็กแบะท่าซบ “ผู้กองมนัส”

นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม กล่าวว่า วันที่ 26 หรือ 27 พ.ค.กลุ่มพรรคเล็กประมาณ 20 คน จะนัดทานอาหารกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการพรรค ศท.กำหนดทิศทางการเมือง หลัง ร.อ.ธรรมนัสกลับจากประเทศสิงคโปร์แล้ว เป็นไปได้ที่พรรคเล็กอาจไปรวมกับพรรคอื่น จุดหลักอาจเป็นพรรคของ ร.อ.ธรรมนัสเพราะสนิทสนมกัน แต่เป็นเอกสิทธิ์แต่ละพรรค มีหลายปัจจัยต้องพิจารณา อาทิ การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ใช้ 100 หาร แต่อาจพลิกไปใช้ 500 หารได้ หากเป็น 100 คนหาร ต้องปรับกลยุทธ์กันใหม่ ทราบกันดีว่าบรรดาบิ๊กๆชิงดีชิงเด่นเรื่องหาร 100 หาร 500 เหมือนกัน สงครามยังไม่จบ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ส่วนการไปทานอาหารกับพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ได้หารือถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรค พท.ให้ข้อมูลว่ามี 4 ประเด็น พรรคเล็กมีข้อมูลระดับหนึ่งต้องคุยกันว่าจะพิจารณาร่วมอภิปรายหรือไม่

“สุชาติ” โร่ล็อบบี้พรรคเล็กผวาตีจาก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังมีข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการพรรค ศท.จะนัด พรรคเล็กทานอาหารหารือสถานการณ์การเมือง ช่วงสายวันที่ 25 พ.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.พรรค พปชร.และได้รับมอบหมายให้ผู้ประสานงานกับพรรคเล็ก ได้นัดพูดคุยทำความเข้าใจ กับ ส.ส.กลุ่ม 16 อาทิ นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ เพื่อทำความเข้าใจและขอความร่วมมือกับกลุ่ม 16 ช่วยรักษาองค์ประชุมสภา การลงมติให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 66 วาระ 1 ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.-2 มิ.ย. และการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอให้ช่วยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพราะเกรงว่า ส.ส.กลุ่ม 16 จะไปอยู่ร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส

กลุ่ม 16 ไม่รับปากโหวตให้นายกฯ

นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 กล่าวว่า นายสุชาติมาขอความร่วมมือจากกลุ่ม 16 จริง ขอให้ช่วยทั้งเป็นองค์ประชุมสภา โหวตสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 66 โหวตสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจขอให้อยู่ฝ่ายรัฐบาล เพราะทำงานปี สุดท้ายอยากให้ร่วมมือกันทำงาน กลุ่ม 16 รับฟังไว้ แต่ไม่ได้รับปากต้องไปหารือกันในกลุ่มถึงทิศทางการทำงานและลงมติที่จะไปทางเดียวกันก่อน ยังตอบไม่ได้จะโหวตให้หรือไม่

ยุบรวมพรรครอลุ้นสูตรปาร์ตี้ลิสต์

นายพิเชษฐกล่าวอีกว่า กลุ่ม 16 ได้เล่าถึงปัญหาวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่หารด้วย 100 ทำให้พรรคเล็กประสบปัญหานายสุชาติก็รับฟัง กระแสข่าวพรรคเล็กจะไปอยู่ร่วมกับพรรคเศรษฐกิจไทยของ ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่ชัดเจน ขอรอดูวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อก่อน จะหารด้วย 100 หรือ 500 ขณะนี้ยังไม่แน่จะใช้การหารด้วย 100 ตามวิธีที่กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองเสนอมา สุดท้ายการลงมติวาระ 2-3 อาจพลิกเป็นหารด้วย 500 ได้ เพราะฝ่ายรัฐบาลกลัวเกิดปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ หากใช้วิธีหารด้วย 100 ต้องรอให้วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อชัดเจนก่อน พรรคเล็กจึงจะมีแนวทางที่ชัดเจน

“บิ๊กป้อม” ย้ายที่ประชุมเลี่ยงเจอสื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ถึงความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า พล.อ.ประวิตรมีภารกิจเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 5/2565 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล แต่ช่วงเช้าวันเดียวกันทีมงาน พล.อ.ประวิตร แจ้งเปลี่ยนสถานที่ไปใช้ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯแทน คาดว่า พล.อ.ประวิตรอาจไม่ต้องการตอบคำถามถึงความขัดแย้งภายในพรรค ศท.ที่ กก.บห. สาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 15 คน ลาออกเพื่อกดดันจน พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ต้องลาออกจากหัวหน้าพรรค

สั่งลุยโซเชียลกู้เรตติ้ง พปชร.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค พปชร.ว่า เมื่อค่ำวันที่ 24 พ.ค. พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร.ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าภาค ประชุมด่วนที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.พรรค ประเมินผลหลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. เตรียมนโยบายหาเสียงเลือกตั้งและปรับปรุงการทำงานพรรค เช่น การสื่อสาร โดยนายอภิชัย เตชะอุบล ผอ.ศูนย์อำนวยการการเลือกตั้ง ส.ก.รายงานว่าที่ พปชร.ได้ ส.ก.มาแค่ 2 ที่นั่ง มาจากหลายปัจจัยรวมถึงการทำงานของทีมงาน พรรคไม่ส่งผู้ว่าฯ กทม.ทำให้หาเสียงยากเล็กน้อย ผู้สมัครที่ได้คะแนนมากปัจจัยหนึ่งมาจากการใช้โซเชียลมีเดีย

ผุดคณะทำงาน “ชัยวุฒิ” รับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตรระบุว่าโซเชียลมีเดียมีส่วนอย่างมากในการทำงาน นอกจากกระแสบุคคล อยากให้ปรับการทำงานในพรรค ปัญหาที่เกิดขึ้นผ่านมาแล้วให้ผ่านไป ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน นายสุริยะสะท้อนปัญหาภายในพรรคต้องแก้ไขจริงจัง ยึดการทำงานร่วมกัน นำโซเชียลมาใช้ในการสื่อสาร ให้ ส.ส.นำนโยบายพรรคลงไปสู่การปฏิบัติให้ประชาชนได้เห็นเป็นรูปธรรม พล.อ.ประวิตรจึงให้ตั้งคณะทำงานดูแลโซเชียลมีเดีย มีนายชัยวุฒิรับผิดชอบ

ตั้ง “นฤมล” คุมทีมทำนโยบายพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมยังตั้งคณะทำงานนโยบายพรรค เตรียมพร้อมเลือกตั้งในช่วงเวลา 10-11 เดือนที่เหลือ มีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค เป็นผู้รับผิดชอบ รวมทั้งได้พูดคุยถึงความพร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ให้หัวหน้าภาค ทั้ง 10 ภาคคัดกรองบุคคล ยึดหลักพิจารณาผู้สมัครคนเก่าก่อน และดูว่าบุคคลที่จะส่งลงสมัครต้องมีสิทธิ์ชนะ หากพื้นที่ใดมีมากกว่า 1 รายชื่อให้แต่ละภาคคัดกรองก่อนนำรายชื่อไม่เกิน 2 คน เสนอกรรมการบริหารพรรคพิจารณา

นายกฯท่องคาถาขอทำให้ดีที่สุด

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการเปิดงานการสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่องความ ปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 15 “ทศวรรษใหม่ วิถีใหม่ ขับขี่ปลอดภัยต้องมาก่อน” ก่อนพิธีเปิดนายกฯ เยี่ยมชมบูธนิทรรศการนำเสนอผลงานต่างๆ จากนั้นได้กล่าว ปาฐกถาหัวข้อ “บทบาทผู้นำประเทศ” ตอนหนึ่งว่า เราต้องทำให้ได้ การขับขี่อย่างปลอดภัย ปี 65 ถือเป็น การเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 ของความปลอดภัยถนน (พ.ศ. 2564-2573) เรามีเป้าหมายลดการเสียชีวิตและบาดเจ็บบนท้องถนน 12 คนต่อประชากร 1 แสนคน ภายในปี 70 เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แม้ สถิติลดลง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่าพอใจ ยอมรับว่า แรงกดดันกดทับมาจากหลายส่วน แต่อยากให้ทุกภาคส่วน เยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมหาวิธีการแก้ไขปัญหา สำคัญที่สุดคือการสร้างความรับรู้ สร้างความร่วมมือ นี่คือประเด็นสำคัญที่สุดของประเทศไทยเวลานี้ทุกเรื่อง การแก้ปัญหาหนึ่งจะมีอีกปัญหาหนึ่งตามอีก หรืออีกหลายปัญหาเสมอจะใช้วิธีการเดียวเป็นไปไม่ได้

อยู่นานรู้ปัญหาแต่ไม่ได้ความร่วมมือ

นายกฯกล่าวว่า ไม่ได้ตำหนิใคร แต่ต้องการเล่าให้ฟังว่าตนอยู่กับปัญหาอะไรมาบ้าง พยายามจะ แก้ไขปัญหา เราอยู่กันมานานแล้ว โดยเฉพาะตนอยู่มานานในตำแหน่งนายกฯ จึงรู้ปัญหา วิธีการแก้ไข ปัญหาที่มีอยู่ ทำได้แต่ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะความ ร่วมมือยังไม่เกิด ทุกปัญหาของประเทศไทย ต้องกลับมา โทษที่ตัวเองว่าตนทำไม่ได้ จะไปโทษใครไม่ได้อยู่แล้ว ต้องทำต่อไป สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ทุกคนยอมรับกติกา สร้างการรับรู้เรียนรู้ ไม่ได้อยู่ด้วยความเกลียดชัง อยู่ด้วยความเข้าใจร่วมกันด้วยความสันติได้อย่างไร อยู่ภายใต้กฎหมาย กฎระเบียบทางสังคม ต้องหาวิธีการ ร่วมมือกันให้ได้ ไม่ใช่ติคนนั้นคนโน้น ติแล้วทำไม่ได้ แน่นอน เป็นความรับผิดชอบของทุกคน นายกฯ รับผิดชอบทุกเรื่อง เพราะมันเป็นหน้าที่ หาวิธีการทำให้ได้ ทุกอย่างอยู่ที่จิตสำนึก ก่อนที่นายกฯ จะทุบ ที่อกข้างซ้าย 3 ครั้ง ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจนายกฯ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ เดินทางกลับทำเนียบรัฐบาลทันที

พท.โอ่ ศท.เป็นแนวร่วมฝ่ายค้าน

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ว่า แม้ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 66 ไม่ผ่านก็ใช้งบฯ ปี 65 ไปพลางก่อน เว้นแต่งบลงทุนที่จะสร้างใหม่ แต่แผนงานโครงการประจำทำได้ต่อไป เป็นทางเลือก ที่ฝ่ายค้านต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน การไม่ให้ผ่านอาจเกิดประโยชน์กับประชาชนมากกว่า แล้วปล่อยให้รัฐบาลชุดใหม่มาจัดสรรงบฯแทน ส่วนกรณีพรรคเศรษฐกิจไทยกำลังมีปัญหาภายในพรรค จะดึงเข้ามา เป็นแนวร่วมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น ปัญหาภายในพรรคเป็นมิติทางการเมือง สาเหตุปัญหา เป็นเพราะอะไร ประชาชนต้องติดตามว่า ทำไมถึงไปด้วยกันไม่ได้ ถ้าเป็นสมมติฐานที่ตนตั้งว่าเกิดจาก การสนับสนุนรัฐบาลหรือนายกฯ คนนี้ ต้องมาดูว่าสิ่งที่พรรคเศรษฐกิจไทยแสดงจุดยืนมา จะมาในทิศทาง การเมืองที่ฝ่ายค้านมุ่งหวังหรือไม่ คงไม่ต้องดีลให้มา เป็นแนวร่วมฝ่ายค้านเพราะเขามาเอง

“โทนี่” ชี้คนคิดเป็นรับเงินแต่ไม่เลือก

ช่วงดึกวันที่ 24 พ.ค. นายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ กล่าวผ่านเฟซบุ๊กแคร์ คิด เคลื่อนไทย หัวข้อ “เปิดใจโทนี่ เบื้องหลังรัฐประหารที่ไม่เคยเล่า” ช่วงหนึ่ง ถึงผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.ว่า เป็นปรากฏ การณ์ที่เหลือเชื่อ เท่าที่ทราบพบการซื้อเสียงจำนวนมาก และมากกว่าหนึ่งพรรค แต่ผลคะแนนพรรคกลับไม่เยอะ เพราะประชาชนรับเงินแต่ไม่เลือก แสดงว่าคนไทยเริ่มคิดว่ามันถึงเวลาประชาธิปไตยแล้ว ต้องเลือกฝ่าย ประชาธิปไตย เลือกคนที่มั่นใจว่าทำงานได้ เริ่มคิดเป็น ว่าเขาจะโหวตอย่างไร เลือกตั้งครั้งหน้าซื้อเสียงไม่มี ความหมาย ประชาชนรับเงินแต่ไม่เลือก ส่วนที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุว่า ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ไม่สะท้อนภาพการเมืองใหญ่ สนามนี้เหมือนการทำแซนด์บ็อกซ์ทดลองทดสอบ เชื่อว่าผลที่เกิดขึ้น ใน กทม.ส่งผลไปยังทั่วประเทศแน่นอนจากการใช้โซเชียลมีเดีย ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะ คนรุ่นใหม่ อธิบายให้พ่อแม่เข้าใจได้

ส.ส.ขายตัวไม่ได้กลับเข้าสภาฯแน่

นายทักษิณกล่าวถึงกระแสภาพยนตร์อินเดียเรื่อง คังคุไบ กฐิยาวาฑี หรือหญิงแกร่งแห่งมุมไบว่า หนังเรื่องนี้สะท้อนการเป็นผู้นำ ต้องเข้าใจเห็นใจคนอื่น เคารพตัวเองก่อน อย่ายอมแพ้ เคารพกติกา ตัวละครคังคุไบ เป็นโสเภณีนักสู้ พยายามให้อาชีพ ตัวเองได้รับการยอมรับ และเคารพจากคนอื่น แต่ย้อนดู ประเทศไทย นักการเมืองโสเภณีมีอยู่เยอะมาก เรียกว่า เปิดซ่องได้ เอางบฯไปแลกไปล่อ รับรองว่าเลือกตั้งครั้งหน้าไม่รอดกลับเข้ามาในสภาฯอีกแน่ การเมืองตอนนี้คนรุ่นเก่าวิธีคิดยังเก่า คิดแค่ว่าเข้าไปโกงแล้วซื้อเอามาแบบนี้เจ๊ง ไม่รู้ว่านายกฯรู้หรือไม่ว่า มีการโอนงบฯกลางไปที่อุดมศึกษาไปที่มหาวิทยาลัย 2-3 แห่ง แล้วคนที่ท่านใช้ไปเห่าหอนขอเปอร์เซ็นต์ ถ้าอยากได้ชื่อให้โทร.มาถามมหาวิทยาลัยไหน หรืออยากรู้อะไรพิเศษให้มาถาม

หยัน “บิ๊กตู่” มือไม่ถึงหงุดหงิดบ่อย

นายทักษิณยังเล่าย้อนเหตุการณ์ถูกลอบปองร้าย ก่อนรัฐประหารปี 49 ถูกดักยิงด้วยสไนเปอร์ ในจังหวัด ภาคเหนือแต่ไม่สำเร็จ คนอยู่เบื้องหลังเล่าให้ฟังเอง รวมถึงคาร์บอมบ์ลอบสังหาร ทีมสังหารเผลอไปกินข้าว อาจกดไม่ทันรึกดไม่ติด มารู้ทีหลังคนประกอบระเบิด คือเพื่อนรุ่นเดียวกับตนนั่งติดกันตั้งแต่เด็ก ลูกเรียนอเมริกา เป็นมะเร็งเป็นผู้เชี่ยวชาญระเบิด มีคนจ้างเลยทำ เป็นคาร์บอมบ์ไม่ใช่คาร์บ๊อง มีซีโฟร์เต็มรถ มีการจับ “จ่ายักษ์” ซึ่งตายไปแล้วให้การก่อนตาย “จ่ายักษ์” สารภาพมีเทปหมด แต่ ไม่ปล่อย ไม่ต้องการให้บ้านเมืองวุ่นวาย เห็นแก่บ้านเมือง แต่เป็นผู้ถูกกระทำมา 10 กว่าปี แต่เมื่อไหร่ต้องใช้ หลักฐานก็ต้องใช้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ก่อนจะเกษียณ ก็ปรับย้าย ผบ.หลายคนเป็นเตรียมทหาร รุ่น 6 หมด ยังสงสัยว่าทำไมไปตกที่ ตท.รุ่น 6 เดี๋ยวก็ปฏิวัติกันหมด พล.อ.ประวิตรบอกไม่หรอก หลอกตน เมื่อถูกถามถึงความเห็นต่างของหลายฝ่ายออกมาชุมนุม แต่ถูกสั่งห้ามตอนนี้ นายทักษิณตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นคนมีความเข้าใจมนุษย์น้อยมาก อยู่แต่กับทหาร เมื่อมาทำงานที่ซับซ้อนกับคนหลายกลุ่มหลายสถานะ มันเกินขีดความสามารถท่านเลยหงุดหงิด ขอให้พัก ดีกว่า เพื่อครอบครัวเพื่อประชาชน อย่าไปคิดว่าประเทศ ไม่มีท่านแล้วจะไปไม่ได้

“ชัชชาติ” อัดเสียงมัดคอผู้รับเหมา

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม.ยังคงลงพื้นที่เก็บข้อมูลตามพื้นที่ต่างๆอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ช่วงเช้ามืดวันที่ 25 พ.ค. นายชัชชาติไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนรถไฟเพื่อสำรวจพื้นที่สีเขียวและดูแนวทางพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ตามนโยบายเส้นทางวิ่งดี ออกกำลังกายดี เดินดี 500 กิโลเมตร ท่ามกลางประชาชนที่มาออกกำลังกายยามเช้า ร่วมขอถ่ายรูปให้กำลังใจจำนวนมาก จากนั้นเวลา 14.00 น.ไปลงพื้นที่ดูปัญหาการก่อสร้างรถไฟฟ้าและการจราจรบริเวณแยกลำสาลี ถนนรามคำแหง ถนนศรีนครินทร์และถนนลาดพร้าว พื้นที่เขตบางกะปิ ที่มีการก่อสร้างรถไฟสายสีส้ม รามคำแหง-สุขาภิบาล รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ศรีนครินทร์-ลาดพร้าว และสะพานข้ามแยกลาดพร้าว-สุขาภิบาลพร้อมกัน 3 โครงการ ผู้รับเหมาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มรับปากจะคืนพื้นที่จราจรภายในวันที่ 25 มิ.ย.65 นายชัชชาติได้ให้ทีมงานบันทึกเสียงเอาไว้ยืนยัน

ขอลดตั๋วสายสีเขียว-ไม่ทะเลาะ “ลุงตู่”

นายชัชชาติกล่าวว่า หากรับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.เป็นทางการแล้วจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆ อาทิ กรมการขนส่งทางบก แก้ปัญหารถควันดำ กสทช. นำสายสื่อสารลงดิน รวมถึงองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โทร.มายินดีฝากค่าโดยสารบีทีเอส สัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ไม่ได้คัดค้านต่อสัญญาสัมปทาน แต่ควรผ่าน พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ มีกระบวนการพิจารณาละเอียดถี่ถ้วน ค่าโดยสาร 65 บาท ที่คำนวณมาไม่ทราบตัวเลขมาจากไหน คุ้มค่าจริงหรือไม่ ต้องดูรายละเอียดอีกครั้งจะพยายามลดให้มากที่สุด เมื่อถามว่านายกฯพูดถึง 214 นโยบาย หากทำได้จริงอำนาจคงยิ่งกว่านายกฯ นายชัชชาติตอบว่า ขอบคุณกำลังใจที่นายกฯมอบให้ แสดงว่าท่านให้ความสำคัญกับนโยบาย ท่านเป็นผู้ใหญ่เรารับฟังยิ่งทำให้มีกำลังใจ มีแรงกระตุ้นต้องทำให้ดีที่สุด น่าดีใจคือยังไม่เข้าไปทำงานหลายสำนักงานเขต สำนักงานต่างๆตื่นตัว เริ่มนำนโยบายไปปรับทำงานแล้ว มีประชาชนเข้ามา แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายในเว็บไซต์ตนกว่า 2,000 ความคิดเห็นแล้ว ดังนั้น มาวิเคราะห์นโยบายเหตุผลดีกว่ามาทะเลาะกัน น้อมรับทุกคำติชม

กก.รับไม่ได้ทำห้องเอนเตอร์เทน ส.ส.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมเปิดให้ ส.ส.หารือปัญหาต่างๆ โดยนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล หารือว่า ขอเรียกร้องนายชวนให้ทบทวนและตรวจสอบการมีสโมสรรัฐสภาที่พบมีการจัดหนักจัดเต็มทั้งห้องสันนทนาการ ลู่วิ่ง ห้องสปา ห้องซ้อมลีลาศ สภาฯคือสถานที่ทำงาน ไม่ใช่สถานที่เอนเตอร์เทน รับไม่ได้ที่ใช้ภาษีประชาชนและทรัพยากรสภาไปทำเช่นนี้ การมีสโมสรทำได้ แต่ต้องจัดในสัดส่วนที่เหมาะสม ก่อนหน้านี้เคยผลักดันให้มีห้องให้นมบุตร ห้องทำงานเจ้าหน้าที่ให้มีเพียงพอแต่ก็ไม่มี ที่ผ่านมาสภาล่มบ่อย แต่กลับมีสโมสรสันทนาการไปทำไม ขอให้ทบทวนด่วน สภาฯต้องรับผิดชอบต่อประชาชน นายชวนได้ตอบว่า ยังไม่ได้ไปดูสถานที่ดังกล่าว แต่สอบถามเลขาธิการสภาฯ ทราบว่าเป็นแบบที่ทำไว้แต่เดิม แต่จะเข้าไปดูให้

คุณกำลังดู: “สุชาติ ชมกลิ่น” ล็อบบี้พรรคเล็ก โดนตั้งแง่อุ้มรัฐบาล “ธรรมนัส” ยังกั๊กโหวต

หมวดหมู่: การเมือง

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/politic/2402211

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด