'ซิโนไทย' เคลียร์พื้นที่อู่ตะเภา มั่นใจความพร้อมก่อสร้าง ต.ค.นี้

“ซิโนไทย” เปิดความคืบหน้างานออกแบบ - ปรับพื้นที่ ท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก คืบหน้าแล้วกว่า 50% ลั่นมีความพร้อมตอกเสาเข็มทันที หากอีอีซีไฟเขียว NTP เข้าพื้นที่งานก่อสร้าง พร้อมโชว์งานในมือปีนี้ 1.1 แสนล้านบาท คาดรายได้พุ่ง 10%

'ซิโนไทย' เคลียร์พื้นที่อู่ตะเภา มั่นใจความพร้อมก่อสร้าง ต.ค.นี้

โครงสร้างพื้นฐาน 2 โครงการมีความคืบหน้ามากขึ้น โดยภาครัฐจะมีการออกหนังสือให้เริ่มงาน หรือ NTP ให้เอกชนคู่สัญญาในเดือน ต.ค.2565 รวม 2 โครงการ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีกำหนดเสร็จในปี 2568-2569 และรัฐบาลอาจจัดงานคิกออฟทั้ง 2 โครงการ ประกอบด้วย

1.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งส่งมอบพื้นที่ช่วงสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา งานสาธารณูปโภครื้อเสร็จและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมส่งมอบพื้นที่ 100% ให้เอกชนเข้าพื้นที่เตรียมก่อสร้าง

2.โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกโดยการลงทุนส่วนภาครัฐนั้นกองทัพเรือออกแบบทางวิ่งที่ 2 เสร็จเรียบร้อย งานปรับถมดินลานจอดศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานแล้วเสร็จ 100% และงานปรับถมดินทางวิ่งที่ 2 ก้าวหน้าเกิน 80% และเอกชนคู่สัญญาเข้าพื้นที่เพื่อสำรวจและเตรียมก่อสร้างแล้ว

สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มีบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัดหรือ UTA เป็นเอกชนคู่สัญญา ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 45% ,บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 35% และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 20% และมีผู้บริหารสนามบินนานาชาตินาริตะเป็นพันธมิตรพัฒนาสนามบิน

ภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)ที่รับผิดชอบส่วนงานโยธา ระบุว่าบริษัทฯ อยู่ระหว่างออกแบบงานก่อสร้าง ปรับพื้นที่ และจัดหาอุปกรณ์ เพื่อเตรียมก่อสร้างโครงการท่าอากาศยานอู่ตะเภาทันทีที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ออกในอนุญาตให้เข้าพื้นที่เริ่มงานก่อสร้าง (NTP)

ปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับมอบจากทางUTA ในการทำข้อตกลงจัดสรรงบประมาณ 1,800 ล้านบาท เพื่อให้บริษัทฯ เริ่มงานออกแบบการก่อสร้างส่วนของอาคารผู้โดยสาร ซึ่งเป็นระยะแรกของการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งบริษัทฯ ได้ออกแบบงานดังกล่าวคืบหน้าไปแล้ว 50% และทยอยเริ่มงานก่อสร้างได้ทันทีหากได้รับอนุมัติเข้าพื้นที่

“กำลังทำในส่วนที่ดำเนินการได้ก่อน คือ การเตรียมพร้อมอุปกรณ์ก่อสร้าง เข้าไปปรับพื้นที่งานที่ทำได้ ส่วนการออกแบบแม้จะคืบหน้ากว่า 50% แต่ทยอยก่อสร้างได้ทันทีหากเข้าพื้นที่ได้ เพราะงานก่อสร้างไม่จำเป็นต้องดำเนินการในพื้นที่ทั้งหมด ทยอยก่อสร้างทีละส่วนได้”

ทั้งนี้สกพอ.น่าจะอยู่ขั้นตอนเจรจารายละเอียดรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA)รวมถึงแผนงานก่อสร้างของท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกที่ต้องเกี่ยวเนื่องกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3สนามบิน โดยกำหนดก่อนหน้านี้คาดว่าเข้าพื้นที่ได้ต้นปี 2565 แต่ภาพรวมขณะนี้แม้จะเข้าพื้นที่ล่าช้ากว่าแผน แต่ UTA มั่นใจว่าไม่กระทบภาพรวมโครงการ เพราะปัจจุบันเริ่มทำงานในส่วนที่ดำเนินการได้แล้ว

โครงการท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เป็นโครงการที่ต้องใช้งบลงทุนรวม 2.9 แสนล้านบาท เป้าหมายพัฒนาเพื่อรองรับการขนส่งทางอากาศทั้งการขนส่งผู้โดยสาร และการขนส่งสินค้า โดยต้องพัฒนา ได้แก่ ทางวิ่งมาตรฐาน 2 ทางวิ่ง มีความยาว 3,500 เมตร มีหลุมจอดอากาศยานรวม 124 หลุมจอด ส่วนอาคารผู้โดยสาร เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จทุกระยะ จะมีขนาดพื้นที่ 450,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 60 ล้านคนต่อปีแบ่งการพัฒนา ดังนี้

ระยะที่ 1แผนพัฒนาของ UTAวงเงินลงทุน 50,000 ล้านบาท พัฒนาอาคารผู้โดยสารพื้นที่ 157,000 ตารางเมตร พื้นที่กิจกรรมเชิงพาณิชย์ อาคารจอดรถ ศูนย์ขนส่งภาคพื้นดิน และหลุมจอดอากาศยาน 60 หลุมจอด เสร็จปี 2567 รองรับผู้โดยสารได้ปีละ 15.9 ล้านคน

ระยะที่ 2 พัฒนาอาคารผู้โดยสารให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้น 107,000 ตารางเมตร ติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) และระบบทางเดินเลื่อน รวมทั้งเพิ่มหลุมจอดอากาศยานอีก 16 หลุมจอดเสร็จปี 2573 รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 30 ล้านคนต่อปี

ระยะที่ 3 งานก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารเพิ่มเติมจากระยะที่ 2กว่า 107,000 ตารางเมตร เพิ่มรถขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) อีก 1 ขบวน รวมทั้งเพิ่มหลุมจอดอากาศยานอีก 34 หลุมจอด เสร็จปี 2585 รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 45 ล้านคนต่อปี

ระยะที่ 4 ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2มีพื้นที่เพิ่มขึ้น 82,000 ตารางเมตร พร้อมทั้งติดตั้งระบบ Check-in แบบอัตโนมัติ รวมทั้งเพิ่มหลุมจอดอากาศยานอีก 14 หลุมจอด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2598 และรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 60 ล้านคนต่อปี

คุณกำลังดู: 'ซิโนไทย' เคลียร์พื้นที่อู่ตะเภา มั่นใจความพร้อมก่อสร้าง ต.ค.นี้

หมวดหมู่: ข่าวเศรษฐกิจ/ธุรกิจ

แหล่งที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1019387

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด