ผกก.ลุมพินีแจ้งเอาผิดไฮโซนัทหมิ่นเจ้าพนักงาน เจ้าตัวเตรียมขอโทษ

“ผกก.สน.ลุมพินี” แจ้งความดำเนินคดี “ไฮโซ ลูกนัท” 2 ข้อหา ทั้งความผิดฐานหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังทีมกฎหมาย บก.น.5 ตรวจสอบแล้วพบความผิด

ผกก.ลุมพินีแจ้งเอาผิดไฮโซนัทหมิ่นเจ้าพนักงาน เจ้าตัวเตรียมขอโทษ

“ผกก.สน.ลุมพินี” แจ้งความดำเนินคดี “ไฮโซลูกนัท” 2 ข้อหา ทั้งความผิดฐานหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังทีมกฎหมาย บก.น.5 ตรวจสอบแล้วพบความผิด ยันสามารถจับกุมได้เลยตั้งแต่วันเกิดเหตุที่คอนโดฯ แต่เกรงว่าจะเกิดเหตุบานปลาย ด้านไฮโซคนดังยอมรับผิด ติดต่อคนกลางประสานเข้าขอโทษพร้อมกระเช้าสวยๆ ส่วนการแจ้งข้อหาถือเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของตำรวจ “ทนายตั้ม” เข้ายื่นหนังสือ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ให้ตรวจสอบอดีตตำรวจยศ “พล.ต.ต.” เกรงว่าเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทำให้เหยื่อเปลี่ยนคำให้การให้เบาลง ถึงขนาดให้ตรวจสอบโทรศัพท์มือถืออดีตตำรวจ เพื่อดูการติดต่อทั้งกับครอบครัวเหยื่อและบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้องพรรค การเมือง โวติดต่อเหยื่อรายที่ 2 ที่ประเทศอังกฤษได้แล้ว ถือเป็นผู้เสียหายรายที่ 16 ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด คดียังไม่จบเหมือนที่เป็นข่าว ถึงเวลาผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว

กรณี “ทนายตั้ม” นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน โพสต์รูปภาพ นศ.สาววัย 18 ปี มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง เข้าขอคำปรึกษาเรื่องคดีความ หลังถูกนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทำอนาจารที่ร้านอาหารกึ่งผับอโบฟ อีเลฟเว่น บนดาดฟ้าโรงแรมเฟรเซอร์ สวีทส์ ซอยสุขุมวิท 11 กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต หลังจากนั้นมีผู้เสียหายแห่เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ลุมพินี เพิ่มรวม 15 คน ขณะที่นายปริญญ์แถลงลาออกทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อออกมาสู้คดีในกระบวนการยุติธรรม และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจาก สน.ลุมพินี เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 22 เม.ย. พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. ดูแลด้านกฎหมายและคดี พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก. สน.ลุมพินี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้อง ร่วมกันประชุมความคืบหน้าคดีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในที่ประชุมมีความเห็นให้ พ.ต.อ.นิมิตรแจ้งความเอาผิดนายธนัตถ์ ธนากิจ อำนวย หรือลูกนัท กรณีไปดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณคอนโดมิเนียมทาวเวอร์ พาร์ค ซอยสุขุมวิท 3 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.

หลังการประชุมนาน 1 ชม. พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายในคดีทั้งหมด 15 ราย แบ่งเป็นคดีข่มขืน 3 ราย อนาจาร 7 ราย ข่มขืนและอนาจาร 1 ราย อนาจารและพราก ผู้เยาว์ 1 ราย ขาดอายุความ 1 ราย คดีในต่างประเทศ 1 ราย และกำลังพิจารณาว่าคดีขาดอายุความหรือไม่ 1 ราย คดีที่ สน.ลุมพินี มี 9 ราย ส่วนผู้เสียหายที่มี คลิปเสียงการสนทนากับผู้ต้องหาประสงค์ให้การเป็นพยานเท่านั้น เพราะได้รับการชดใช้มาส่วนหนึ่งแล้ว แต่ตำรวจพิจารณาแล้วเป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ จึงกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อรับเป็นคดีอีก 1 คดี

“กรณีทนายตั้มอ้างว่ามีนายตำรวจยศ พล.ต.ต.เข้ามาแทรกแซงคดี พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.ลุมพินี โทรศัพท์พูดคุยกับมารดาผู้เสียหายแล้ว ยังยืนยันจะดำเนินคดีผู้ต้องหา ตำรวจนายนี้เป็นข้าราชการบำนาญเกษียณราชการที่ผู้เสียหายเคารพนับถือรู้จักมานาน สอบถามเรื่องข้อกฎหมายเท่านั้น และอดีตตำรวจนายนี้ไม่เคยมายุ่งเกี่ยวกับคดี ผู้เสียหายยังคงเชื่อมั่นการทำงานตำรวจ ไม่กลับคำให้การหรือถอนแจ้งความ เพียงแต่เด็กกับครอบครัวต้องการความเป็นส่วนตัว ยืนยันว่านับตั้งแต่รับคดีวันแรกไม่มีใครเข้ามายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือกดดันการทำงาน ตำรวจ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.กำชับให้ทำงานด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม รวดเร็วและรอบคอบ คดีแรกที่รับไว้จะปิดสำนวนอีกไม่นาน เพียงรอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และการพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา สัปดาห์หน้าจะมีความคืบหน้าการขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม” รอง ผบช.น.กล่าว

พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือลูกนัท ส่งเสียงโวยวาย ชูนิ้วกลางและต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมทาวเวอร์ พาร์ค ซอยสุขุมวิท 3 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. พ.ต.อ.นิมิตร ทำหนังสือชี้แจงว่า ขณะเกิดเหตุดังกล่าวสามารถจับกุมได้ทันทีเพราะเป็นเหตุซึ่งหน้า แต่พิจารณาแล้วว่า หากดำเนินการแบบนั้นจะทำให้เกิดความวุ่นวาย อาจเป็นเหตุให้ประชาชนเข้าใจผิด จึงทำหนังสือรายงานไปยังฝ่ายกฎหมาย บก.น.5 ทีมกฎหมายตรวจสอบแล้วพบว่า นายธนัตถ์มีความผิด 2 ข้อหาได้แก่ ฐานหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา พ.ต.อ.นิมิตรแจ้งความร้องทุกข์ พ.ต.ต.ประกัน กาวี สว. (สอบสวน) สน.ลุมพินี ด้วยตัวเอง หลังจากนี้จะออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถาม “ไฮโซลูกนัท” นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย เผยว่า ประชุมกับทีมทนายความพร้อมตั้งทีมสืบค้นข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจค้นคอนโดฯแล้ว หมายค้นจากศาลไม่ได้เกี่ยวข้องกับการนำผู้เสียหายไปชี้จุดเกิดเหตุ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจเจ้าหน้าที่จะให้ผู้เสียหายขึ้นคอนโดฯหรือไม่ แต่ด้วยความแปลกของหลักปฏิบัติวันดังกล่าว ตนเกิดข้อสงสัย ทำให้ไม่สบายใจ นำไปสู่การแสดงออกที่เสียมารยาทและไม่สุภาพยอมรับในส่วนนี้ ตนติดต่อผ่านหมอของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ เนื่องจากสามารถประสาน พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.ลุมพินี ได้ ตนพร้อมรับผิดชอบและเข้าไปขอโทษตำรวจ พร้อมกระเช้าสวยๆตามเวลาและความเหมาะสม มองว่าการแจ้งข้อหาถือเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของตำรวจ หลังจากนี้จะขอให้หมอของขวัญนัดเข้าพบตำรวจอีกครั้ง

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เช้าวันเดียวกัน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขา ธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคม เดินทางยื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ให้ตรวจสอบกรณีอดีตตำรวจยศ พล.ต.ต.พยายามแทรกแซงคดีผู้เสียหายหญิงวัย 18 ปี เหยื่อ รายแรกเข้าแจ้งความดำเนินคดีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ข้อหากระทำอนาจาร มี พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์ บุญแก้ว ผกก.ฝอ.5 อก.บช.น.เป็นผู้รับเรื่อง นายษิทรา เผยว่า ยื่นหนังสือถึง ผบช.น.ประเด็นมี พล.ต.ต.ทราบว่าจะแทรกแซงชักจูงเสียหาย ขอให้ตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือแม่เหยื่อว่าใช้เบอร์ไหนคุยกับ พล.ต.ต.คนนี้ และให้ ตรวจสอบว่า พล.ต.ต.นายนี้โทร.ติดต่อบุคคลใดในพรรคการเมืองพรรคใดหรือไม่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหรือไม่ จะได้สืบสวนต่อไปว่าคุยเรื่องอะไร เหตุใดถึงต้องไปคุยทั้ง 2 ฝั่ง พล.ต.ต.นายนี้เกษียณราชการไปแล้ว เคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออก รวมทั้งอยากให้ตำรวจตรวจสอบว่า มีการข่มขู่บังคับหรือจูงใจ พยาน แนะนำอะไรที่ทำให้เป็นผลเสียต่อรูปคดีหรือไม่

ถามว่าเหตุใดถึงเชื่อว่าเป็นการแทรกแซงคดี นายษิทรากล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. มีการคุยกับครอบครัวเหยื่อ เขาบอกว่ามีอะไรจะปรึกษา พล.ต.ต.นายนี้ตลอดเวลา ตนแนะนำอะไรก็บอกว่า ขอปรึกษาพล.ต.ต.คนนี้ก่อน ท้ายที่สุดไม่ได้ทำตามสิ่งที่ควรทำ เขาบอกว่า พล.ต.ต.คนนี้เป็นลุง ตนคิดว่าคงแค่นับถือกันไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด ผู้เสียหายเริ่มไม่ให้ความร่วมมือตั้งแต่วันไปศาลเพื่อยื่นคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นกลับคำให้การแต่ในอนาคตไม่แน่ต้องป้องกันไว้ก่อน เท่าที่ทราบน่าจะติดต่อกับ พล.ต.ต.ตั้งแต่วันเกิดเหตุที่ถูกลวนลาม ก่อนผู้เสียหายจะมาปรึกษาตน วันที่ 12 เม.ย.ยังไม่มี ใครแนะนำให้แจ้งความ วันที่มาปรึกษาตนถึงให้ไปแจ้งความทันที ตนกังวลเหมือนกันถึงตอนนี้ยังไม่มีการแก้ไขคำให้การ ถ้าคดีไปถึงชั้นอัยการอาจให้สอบปากคำเพิ่มเติม พอสื่อมวลชนไม่สนใจแล้วอาจให้การลักษณะไม่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ทุกวันนี้ยังมีคนไลน์มาบอกข้อมูล คงต้องคัดกรองมากขึ้น เกรงว่าจะสอดไส้ทำลายความน่าเชื่อถือโดยใช้เกมการเมือง ทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องไม่จริงถึงต้องระวัง

นายษิทรากล่าวถึงกรณีอาจมีผู้ปะปนเข้ามาแจ้งเท็จเพื่อทำให้คดีเสียหายว่า ยืนยันว่าผู้เสียหายทั้ง 15 ราย ที่ดำเนินคดีและให้การฐานะพยาน ยังไม่พบสิ่งไม่ชอบมาพากล แต่ต้องระวังไว้เพราะฝ่ายผู้ต้องหาเริ่มตั้งหลักได้แล้ว คงจะหากลยุทธ์อะไรก็แล้วแต่เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง หลังจากผู้เสียหาย 15 รายนี้ คงต้องระวังให้มากขึ้น มั่นใจว่าผู้เสียหายทุกคนไม่มีใครกระทำการดังกล่าว ส่วนการเก็บหลักฐานคดีที่ผู้เสียหายรายแรกเป็นคดีที่มีน้ำหนักมากที่สุด ตำรวจเก็บหลักฐานได้ครบถ้วน ทั้งคำให้การผู้เสียหาย แม่ผู้เสียหาย คำให้การพยานคนขับรถแท็กซี่ รวมถึงพยานหลักฐานกล้องวงจรปิด ด้านคดีตนไม่ได้กังวลว่าจะถูกฟ้องกลับ เรื่องนี้ตนรู้ว่าฝั่งตรงข้ามเป็นใครพยายามให้สัมภาษณ์ไม่ระบุตัวตนป้องกันไม่ให้ถูกฟ้อง และไม่มีพรรคการเมืองไหนติดต่อขอข้อมูลจากตนเลย

ถามว่าถ้ามีผู้ใหญ่มาขอให้หยุดเคลื่อนไหว ทนายตั้มตอบว่า คงหยุดไม่ได้เพราะผู้เสียหายเยอะ มันเป็นเรื่องของภัยสังคม ถ้าเราไม่หยุดเขาตั้งแต่วันนี้อาจมีลูกหลานใครโดนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ขณะนี้มีผู้เสียหายประสานเข้ามาเพิ่ม ตนพูดคุยกับเหยื่อรายที่ถูกข่มขืนที่ประเทศอังกฤษแล้ว ประสานบุคคลที่สามารถเดินเรื่องให้ได้ที่ประเทศอังกฤษ ผู้เสียหายบอกจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบเขาบอกด้วยว่าหากหลักฐานยังอยู่ เช่น เสื้อผ้าที่เหยื่อสวมใส่วันถูกข่มขืนเพราะมีสารคัดหลั่งและภาพจากกล้องวงจรปิด ถ้าหลักฐานทั้งสองยังอยู่พร้อมให้ศาลดำเนินคดีต่อ

นายษิทราขยายเหตุการณ์เหยื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศที่อังกฤษด้วยว่า เหตุเกิดเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ขณะเหยื่อเรียนปริญญาโท ผู้ก่อเหตุทำงานธนาคารแห่งหนึ่งที่เคยโพสต์ไปแล้วให้คำสัญญาบอกฝ่ายหญิงว่าสามารถคุยกับผู้บริหารให้มาทำงานที่แบงก์ได้ จากนั้นหลอกล่อเหยื่อไปอพาร์ตเมนต์แล้วข่มขืน เหยื่อแจ้งความดำเนินคดี น้องตอนนั้นสภาพจิตใจย่ำแย่มากที่โดนขืนใจตัดผมตัวเอง ตอนหลังโกนศีรษะ น้ำหนักลดฮวบและต้องย้ายที่อยู่เขาบอกด้วยว่า ที่เสียใจที่สุดคือ มีหญิงไทยคนหนึ่งเกี่ยวข้องกับสถานทูตมาบอกว่า อย่าดำเนินคดีเลย ส่วนพ่อเหยื่อเองทำงานดีมีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต หลังเกิดเหตุเหยื่อไม่ได้กลับเมืองไทยและยืนยันจะดำเนินคดีผู้กระทำผิด ถือเป็นเหยื่อรายที่ 16 ตนถามน้องว่า เรื่องผ่านมาเกือบ 20 ปีสามารถเอาเรื่องที่ดร็อปไว้มาดำเนินคดีได้หรือไม่ เขามั่นใจว่าได้เพราะมีกรณีหนึ่งดร็อปไว้ถึง 30 ปี น้องฝากบอกผู้สื่อข่าวด้วยว่า คดียังไม่แพ้และยังไม่ได้ตัดสินตามที่ปล่อยข่าว

นายษิทรากล่าวด้วยว่า เห็นการทำงานของ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. และตำรวจ สน.ลุมพินี เก็บหลักฐานทุกอย่าง สอบปากคำผู้เสียหายและพยานอย่างละเอียด ชี้จุดที่เกิดเหตุ ไม่ได้กังวลการทำงานตำรวจ เพราะทำด้วยความรวดเร็วและรอบคอบ กลัวเรื่อง พล.ต.ต.อาจโน้มน้าวผู้เสียหายเปลี่ยนไปในทางที่เป็นคุณกับผู้ต้องหา ถามว่าหากมีการโน้มน้าวถอดทนายตั้มออกจากคดี ทนายตั้มกล่าวว่า อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานไว้แค่ไหน ยืนยันว่าการทำอนาจารหน้าธารกำนัลเป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดินไม่สามารถยอมความได้ ต้องขึ้นศาล พยานหลักฐานที่ตำรวจมีขณะนี้เพียงพอแล้ว หากไปสอบกันใหม่บอกว่า ไม่ได้เกิดต่อหน้าธารกำนัลสามารถถอนแจ้งความได้ อันนี้เป็นเทคนิคทางกฎหมาย แต่ตนยังเชื่อมั่นในตำรวจ ส่วนคดีไฮโซลูกนัทถูกแจ้งความดำเนินคดีเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีผลต่อเนื้อหาคดี

คุณกำลังดู: ผกก.ลุมพินีแจ้งเอาผิดไฮโซนัทหมิ่นเจ้าพนักงาน เจ้าตัวเตรียมขอโทษ

หมวดหมู่: การเมือง

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/politic/2374832

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด