เปิดตัวปีนี้ ส่งรถปีหน้า มาซะที MG Cyberster electric sports car

MG Cyberster electric sports car ทดสอบในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนเปิดตัวในเดือนเมษายนนี้ และพร้อมส่งมอบรถให้กับลูกค้าในช่วงต้นปีหน้า (2567)

เปิดตัวปีนี้ ส่งรถปีหน้า มาซะที MG Cyberster electric sports car

อัปเดตล่าสุดของโรดสเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปี แบรนด์ MG หลังจากเปิดรับจองในไทยนานเป็นปีก็มีข่าวคราวออกมาแล้ว MG Cyberster electric sports car จะมาพร้อมหลังคาผ้าพับเก็บได้ด้วยไฟฟ้า ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าพร้อมพวงมาลัยแบบใหม่ที่แปลกประหลาด และจอแสดงผลใน Cockpit ที่ใส่มาให้ถึงสามจอCyberster ได้รับการขนานนามว่าเป็นรถโรสเตอร์เปิดหลังคาพลังงานไฟฟ้าราคาย่อมเยา และจะวางขายภายในปีนี้ (หรือต้นปีหน้า) ข่าวดีก็คือมันใช้แพลตฟอร์มไฟฟ้าร่วมกับ MG4 Electric ซึ่งเป็นรถแฮชแบคไฟฟ้าที่ขับสนุกเหลือกำลังลาก!

ในงานแสดงรถยนต์มอเตอร์เอ็กซ์โปช่วงปลายปี ปี 2021 ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี MG ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่เกี่ยวกับการพัฒนารถสปอร์ตสองที่นั่ง โดยนำ MG Cyberster Concept ยานยนต์ต้นแบบแนวคิดรูปทรงสปอร์ตมาจัดแสดงพร้อมเปิดรับจอง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ MG ในปี 2024และในปีนี้ (2023) Cyberster เวอร์ชันโปรดักชันจะเปิดตัวในรูปแบบรถสปอร์ตเปิดประทุนหลังคาผ้าพร้อมราคาที่ย่อมเยา แว่วๆ มาว่า MG Cyberster จะเข้าสู่สายการผลิตสำหรับตลาดโลก ทั้งพวงมาลัยซ้ายและพวงมาลัยขวา เหมือนกับ MG4 Electric ที่ขายในอังกฤษ ยุโรปบางประเทศ รวมถึงไทย

'Cyberster' เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ชอบรถเปิดประทุนแบบสองที่นั่ง (โรสเตอร์) แต่มีงบประมาณจำกัด สำหรับชื่อรุ่น MG ในยุโรปอาจขอให้ SAIC ใช้ชื่อที่สั้นกว่านี้ เพื่อเชื่อมโยงกับรถสปอร์ตที่เคยสร้างตำนานในอดีตของแบรนด์ ล่าสุด SAIC ได้ยื่นขอเครื่องหมายการค้าสำหรับ 'MGC EV' ที่สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของสหภาพยุโรป (EUIPO) มีความเป็นไปได้ที่รถสปอร์ตรุ่นนี้อาจถูกตั้งชื่อว่า 'MGE' แทนที่จะเป็น 'MGC' เมื่อดูประวัติของ MG ก่อนที่จะตกมาอยู่ในมือของกลุ่มทุนจีน ในฐานะแบรนด์รถยนต์อังกฤษที่มีรถสปอร์ตหลายรุ่น ซึ่งบางรุ่นเป็นรถที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้น รถสปอร์ต MG ยุคแรกเหล่านั้น มีชื่อรุ่นว่า A/TB และ F

ศูนย์การออกแบบในลอนดอนของ SAIC รับหน้าที่ในการดีไซน์รูปทรงของ MG Cyberster (เวอร์ชันต้นแบบและรุ่นผลิตออกขาย) นักออกแบบได้ดึงเอามรดกตกทอดของแบรนด์ มาผสมผสานกับแกนหลักของวัฒนธรรมการขับรถสปอร์ตเปิดหลังคาในยุโรปมาใช้ ดีไซน์ภายนอกตั้งแต่การร่างภาพรถทั้งคัน ไปจนถึงการจำลองแบบดิจิทัล และการสร้างแบบจำลองขนาดเท่ารถจริง ในขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการออกแบบ ทั้งหมดเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร

Cyberster เป็นรถเปิดประทุน (โรสเตอร์) ที่มีส่วนหน้ายาวและต่ำ กระจกบังลมที่ลาดเอียง หลังคาผ้าความหนาสองชั้นแบบพับเก็บได้ เป็นรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าแบบ 2 ประตู 2 ที่นั่ง ใช้การออกแบบที่เชื่อมโยงกับ MGB Roadster ไฟหน้า 'Magic Eye' ที่จะเปิดขึ้นเมื่อกดปุ่มสตาร์ต กระจังหน้าสีดำ 'Windhunter' สะท้อนถึงอดีตที่เคยรุ่งเรืองของรถสปอร์ตแบรนด์ MG ด้วยไฟหน้าที่อยู่เหนือกระจังหน้า ทีมดีไซน์ของ MG แจ้งว่ารถสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้มีด้านหลังแบบ 'kamm tail' โดยมีการออกแบบให้ส่วนท้ายแบนราบ ล้ออัลลอยด์ 'hacker blade' ลายห้าก้านคู่สีดำสลับสีเงิน โดยภาพรวม MG Cyberster มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับรถสปอร์ตโรสเตอร์BMW Z4 มันดูดุดันด้วยเส้นสายที่เฉียบคม ชิ้นส่วนบางจุดออกแบบมาเพื่อสร้างแรงกดตัวถัง กระจังหน้ามีการออกแบบจุดติดตั้งเซนเซอร์สำหรับฟังก์ชันขับอัตโนมัติ L2/L2+

หลังคาผ้าน้ำหนักเบาสามารถกางออก หรือพับเก็บกลับเข้าไปได้อย่างง่ายดาย ด้วยการทำงานของระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งใช้การออกแบบกลไกของจุดพับที่ซับซ้อน หลังคาผ้ามีน้ำหนักเบา ไม่กินพื้นที่เก็บสัมภาระส่วนท้ายเหมือนหลังคาโลหะแบบพับได้ การเลือกใช้หลังคาผ้า ทำให้ต้นทุนการผลิตถูกกว่าหลังคาโลหะแบบพับได้ Carl Gotham หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ MG UK กล่าวว่า เวอร์ชันโปรดักชันจะมีการออกแบบที่เรียบง่ายและกระชับรัดกุมมากกว่า เมื่อเทียบกับ Cyberster คันต้นแบบ เขากล่าวเสริมว่า รถสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นใหม่ของ MG คันนี้ จะยึดเอา DNA ในอดีตของ MG ด้วยการขับขี่ที่เน้นความสนุก โดยมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ใส่มาให้ลูกค้าได้ใช้งานอย่างจุใจ

MG Cybersterติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกม พร้อมจอแสดงผลสามจออยู่ในแดชบอร์ดคอนโซลเดียว พวงมาลัยออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก F1 ซึ่งทำให้ผู้ขับสามารถมองเห็นหน้าจอข้อมูลหลักและถนนข้างหน้าได้อย่างเปิดกว้าง แต่รถคันจริงที่ผลิตออกขายน่าจะใช้พวงมาลัยทรงสามก้านแบบสปอร์ตมากกว่า เนื่องจากพวงมาลัยในตัว Concept นั้นอาจทำให้จับได้ไม่ถนัดเท่าที่ควร คอนโซลกลางมีหน้าจอสัมผัสสำหรับควบคุมระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารและระบบสาระบันเทิง โทนสีแดงและสีขาวแบบทูโทน พื้นผิวโลหะแวววาวของโรลโอเวอร์ (อุปกรณ์ป้องกันเมื่อเกิดการพลิกคว่ำ) ช่วยเสริมลุคให้ภายในของมันดูพรีเมียมขึ้น โหมดการขับขี่อัจฉริยะ เทคโนโลยี 'การอัปเกรดแบบแอ็กทีฟ' การเชื่อมต่อ 5G และความสามารถในการขับอัตโนมัติระดับ 3

MG Cyberster คันต้นแบบที่เคยนำใมาจัดแสดงในไทย นำเสนอเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบไร้โมดูล ที่ทำระยะทางได้ไกลถึง 800 กิโลเมตร ทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3 วินาที ส่วนสเปกรุ่นขายจริงน่าจะทำระยะทางได้ประมาณ 450-500 กิโลเมตร เร่ง 0-100 ใน 4.5-5.5 วิก็ถือว่าเร็วมากแล้ว เร็วระดับ 3.0 วินาที เกรงว่าลูกค้าจะเกิดอุบัติเหตุจากการควบคุมเพราะเร่งได้เร็วระดับเดียวกับซุปเปอร์คาร์ ถ้าระบบช่วยทรงตัวทำงานไม่เร็วพออาจก่อให้เกิดปัญหาเมื่อออกตัวจากจุดหยุดนิ่งแบบใช้คันเร่งเต็มเหนี่ยว Cyberster ใช้แพลตฟอร์ม Nebula หรือ Modular Scalable Platform (MSP) เป็นแพลตฟอร์มใหม่ซึ่งถูกเปิดตัวใน MG4 Electric ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง ที่มีความยาวฐานล้อ 2,650-3,100 มิลลิเมตรModular Scalable Platform (MSP) มีความยืดหยุ่นสูง สามารถแชร์แพลตฟอร์มใหม่นี้เพื่อสร้างโมเดลไฟฟ้าที่มีรูปแบบตัวถังหลากหลายมากขึ้น Nebula เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาสำหรับยานยนต์ EV โดยเฉพาะ ในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยีการชาร์จ DC 800 โวลต์ ช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จไฟให้น้อยลง ชาร์จแค่ 5 นาที สามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้ไกล 200 กิโลเมตร ชาร์จจาก 0 ถึง 80% ในเวลาเพียง 15 นาที (ระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่ขณะชาร์จ DC 800V ต้องมีประสิทธิภาพสูงมากเลยทีเดียว!)

MG Cyberster จะแชร์แพลตฟอร์ม Nebula (MSP) และระบบแบตเตอรี่ One Pack (แม้ว่าจะมีสเปกต่างกัน) กับ MG4 Electric รถแฮตช์แบคขนาดกะทัดรัดใช้แบตเตอรี่ที่แบนที่สุดของ SAIC ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่มีขนาดความสูงแค่ 110 มิลลิเมตร นั่นคือความสูงที่อยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (แบตฯยิ่งต่ำยิ่งดี เพราะทำให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ) ตามทฤษฎีแล้ว MG สามารถเพิ่มความจุแบตเตอรี่ One Pack ได้ 40-150 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความต้องการพลังงานของรถรุ่นนั้นๆ นอกจากนี้ ชุดแบตเตอรี่ One Pack ยังสามารถถอดเปลี่ยนได้ ซึ่งหมายความว่าลูกค้าสามารถเลือกใช้แบตฯ ชุดที่เล็กกว่าในตอนแรก แล้วจึงเปลี่ยนหรืออัปเกรดเป็นชุดแบตเตอรี่ที่มีระยะการใช้งานยาวขึ้นเมื่อจำเป็น

MG Cyberster จะเปิดตัวในเดือนเมษายน 2023 การส่งมอบในสหราชอาณาจักรและยุโรปบางประเทศจะเริ่มในครึ่งแรกของปี 2024 ตามรายงานของ Autocar ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2022 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2565 ภาพสปายช็อตของรถโรดสเตอร์ลายพรางถูกถ่ายภาพในประเทศจีนและปรากฏขึ้นในโซเชียล เห็นได้ชัดว่า MG กำลังทดสอบ Cyberster ในขั้นตอนสุดท้ายบนถนนสาธารณะก่อนการเปิดตัว รถต้นแบบไม่ได้เปิดเผยอะไรใหม่เกี่ยวกับรูปลักษณ์ภายนอก ยกเว้นล้อแบบหลายก้านมีผิวสีทูโทน อย่างไรก็ตามมันอาจเป็นล้อที่ใส่เอาไว้ชั่วคราวสำหรับการทดสอบเท่านั้น

ปัจจุบัน รถสปอร์ตเป็นยานพาหนะที่มียอดขายตามหลังรถเอสยูวีไกลลิบ คนส่วนใหญ่ชอบความสวยงามและประสิทธิภาพแต่กลับไม่ควักเงินซื้อทำให้ตัวเลขยอดขายของรถยนต์สองที่นั่งเปิดหลังคาลดลงไปเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นำไปสู่การยุติสายการผลิตรถสปอร์ตในตำนานจำนวนมาก การมาถึงของ Cyberster พร้อมราคาที่พอรับได้ น่าจะทำให้ความนิยมในรถยนต์สองที่นั่งแบบเปิดหลังคา กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เหมือนที่ Mazda MX-5 เคยทำได้เมื่อปี 1989.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณกำลังดู: เปิดตัวปีนี้ ส่งรถปีหน้า มาซะที MG Cyberster electric sports car

หมวดหมู่: รถยนต์

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/auto/evcar/2606635

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด