งดสัมภาษณ์! "ลุงตู่งอน" ถามแทงใจดำ เยาวราชถูกไล่ "บิ๊กป้อม" ปัดปาด

งดสัมภาษณ์! "ลุงตู่งอน" ถามแทงใจดำ เยาวราชถูกไล่ "บิ๊กป้อม" ปัดปาด

3 ป.ปิดห้องคุยก่อนถก สมช. “บิ๊กป้อม” โอดข้อหาปาดหน้า “น้องรัก” ยันไปไหว้พระทำบุญปกติ “บิ๊กตู่” ทำนิ่งงดจ้อสื่อหลังเจอทั้งเชียร์-ทั้งไล่ จัดคิวไปนครสวรรค์-พิจิตร 30 ม.ค. “ธนกร” ชี้เรื่องปกติมีคนชอบไม่ชอบ ยันนายกฯลงพื้นที่ไม่เอาเปรียบใคร เพื่อไทยเย้ย “สองลุง” ทำคนระอา “อนุทิน” มั่นใจปักธงสนามเมืองกรุง โอ่กระแสฮอตไม่ต่างจาก “ลุงตู่” ขอเลิกได้แล้ว “ไล่หนูตีงูเห่า” “รัมภามาศ” โต้ไม่เคยร่วม กปปส. ขอโทษแทนคนในครอบครัว “ชวลิต” ไปตายดาบหน้ากับ ทสท. รทสช.ทยอยเปิดตัวบิ๊กเนม ก๊วน ปชป.จ่อไปอีกชุดใหญ่ วุฒิฯไฟเขียวจัดงบ 500 ต่อหัว ค่าจ้างเดินทางไปเลือกตั้ง เสื้อแดงทวงคืนยุติธรรม 99 ศพ กลุ่มยืนหยุดขังมาราธอน ต้าน ม.112 เป็นวันที่ 2

หลังเปิดเกมชิงไหวชิงพริบปาดหน้ากันลงพื้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ปิดห้องคุยกัน 3 คน นาน 5 นาที ขณะที่ พล.อ.ประวิตรบ่นกับคนใกล้ชิด ปฏิเสธว่าไม่ได้ไปเยาวราชปาดหน้านายกฯ แค่ไปไหว้พระทำบุญปกติ

“บิ๊กตู่” ทำนิ่งเจอทั้งเชียร์ทั้งไล่

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ม.ค.ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ครั้งที่ 1/2566 ว่า เพิ่งผ่านพ้นเทศกาลตรุษจีนมา ขอให้ทุกคนมีความสุข ความเจริญ อายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรง ขอบคุณในผลงานที่ผ่านมา เราได้อะไรมาแล้วบ้าง และจะทำอะไรต่อไปเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม ให้ประชาชนมีความสุขอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต หลังประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้ทักทายสื่อมวลชน แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่เยาวราช ที่เจอทั้งผู้สนับสนุน และผู้คัดค้านที่ออกมาตะโกนขับไล่ เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที

งดจ้อสื่อหลังประชุม สมช.เสร็จ

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 1/2566 ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง หลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้ถือเอกสารผลการประชุมเดินลงมายังโพเดียมแถลงข่าว วางเอกสารบนโพเดียมกล่าวกับสื่อมวลชนว่า “การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทุกอย่างเป็นไปตามเอกสารแถลงข่าว” พร้อมเคาะลงบนโพเดียมเสียงดังก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถ สั่งให้เจ้าหน้าที่ปิดรถ ไม่ลดกระจกลงมาเหมือนทุกครั้ง และเดินทางกลับออกไปท่ามกลางสื่อมวลชนที่รุมล้อม

“ป้อม” โอดถูกหาปาดหน้าน้องรัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนประชุม พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึงคนแรก ตามมาด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ โดยทั้ง 3 คนเข้าไปที่ห้องรับรอง ใช้เวลา 5 นาที ทันทีที่ พล.อ.ประวิตรเดินทางมาถึง ได้บ่นกับคณะที่มารอรับว่า “ไปหาว่าเราปาดหน้านายกฯ ไม่ใช่ เราไปไหว้พระอยู่แล้วที่มูลนิธิเทียนฟ้า ไปไหว้ประจำ ทำบุญมาตลอดอยู่แล้ว” และหลังการประชุม พล.อ.ประวิตรเดินออกจากห้องประชุมเป็นคนแรก นั่งรถเดินทางกลับออกไปทันที ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ ออกมาไล่เลี่ยกัน

นายกฯจัดคิวนครสวรรค์-พิจิตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 30 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.นครสวรรค์ และพิจิตร ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำ “สี่แควโมเดล” ก่อนไปพบปะประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่แปลงนาปลอดภัย ต.บ้านมะเกลือ อ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อร่วมทำกิจกรรมในแปลงนาข้าวปลอดภัย อาทิ ขับรถดำนา บังคับโดรนพ่นสารชีวะพันธุ์ จากนั้นเดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลบรรพตพิสัย ชมนิทรรศการและแผนพัฒนางานด้านสาธารณสุข รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ “บึงบอน” และเดินทางต่อไปยัง จ.พิจิตร ที่โรงพยาบาลบึงนาราง เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาการรักษาพยาบาลทั่วไป และกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉิน ก่อนไปโรงพยาบาลบางมูลนาก เป็นประธานในพิธีเปิดป้ายอาคารตึกผ่าตัด

“ธนกร” ชี้คนเชียร์คนไล่เรื่องปกติ

นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์จะมีทั้งผู้เชียร์และผู้ขับไล่ท่านบอกเป็นเรื่องปกติในทางการเมือง ที่จริง พล.อ.ประยุทธ์ลงไปเยาวราชแบบส่วนตัว ตั้งใจไปไหว้พระและเป็นวันหยุด ยังไลน์คุยกับตนที่อยู่ระหว่างไปทำบุญที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย ยังบอกว่าไปขอพรให้นายกฯที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และพระพุทธเมตตา นายกฯก็บอกว่ากำลังจะไปเยาวราชไหว้พระเหมือนกัน มีประชาชนมาสะท้อนว่าวันนี้ประเทศฟื้นตัวแล้ว เศรษฐกิจดีขึ้น มีนักท่องเที่ยวเข้ามามาก นายกฯก็ชื่นใจที่ได้เห็นประชาชนมีความสุข

ลงพื้นที่ไม่คิดเอาเปรียบใคร

เมื่อถามว่านายกฯบอกหรือไม่ว่าหลังจากนี้จะลงพื้นที่ในนามพรรค รทสช.มากขึ้น นายธนกรตอบว่า พรรคคงมีโปรแกรมอยู่แล้ว นายกฯคงใช้เวลานอกราชการลงไปทำงานการเมือง ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้เอาเปรียบใคร เข้าใจว่าหลายฝ่ายจับตาอยู่ แต่ทั้งตนและนายกฯ หรือทีมกฎหมายรู้กฎหมายดี เราไม่เอาเปรียบอยู่แล้ว ประชาชนเข้าใจว่าเป็นเรื่องของการช่วงชิงในเรื่องของผลงาน หรือนโยบายมากกว่าจะไปหาเสียง เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุววรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ปาดหน้า พล.อ.ประยุทธ์มาหลายครั้ง นายธนกรตอบว่า เรื่องการปาดหน้า ปาดหลัง ไฟแดง ไฟเขียว ไม่ใช่สาระสำคัญ เป็นเรื่องปกติของท่านที่คงมีกำหนดการ นายกฯไม่ได้ให้ความสำคัญกับตรงนี้ ทุกคนมีสิทธิ์ไปตรงไหนก็ได้ และนายกฯเองมีสิ่งที่ท่านจะไปอยู่แล้ว

“ลุงป้อม” แจงขอพรให้สุขภาพดี

ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมและกล่าวมอบนโยบายการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ประจำปีงบประมาณ 2566 ในการปฏิบัติราชการในภูมิภาค เขต 1, 7, 13 และ 16 ครอบคลุม 17 จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางและภาคใต้ ร่วมกับส่วนราชการต่างๆว่า รัฐบาลห่วงใยประชาชน มุ่งเน้นขับเคลื่อนแก้ปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนระดับพื้นที่ ต่อมา พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่เยาวราชว่า ไปคนเดียว ไปไหว้พระ ไม่มีอะไรหรอก เมื่อถามว่าได้ขอพรอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “โอ๊ย จะขอพรอะไรล่ะ ก็ขอให้เราสุขภาพแข็งแรง” เมื่อถามว่าได้เสียงตอบรับมีกำลังใจขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรไม่ได้ตอบคำถาม และปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงกำหนดการลงพื้นที่หลังจากนี้ ที่มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าพยายามปาดหน้า พล.อ.ประยุทธ์ตลอด

พปชร.จ่อเปิดทีมผู้สมัคร กทม.

สำหรับกำหนดการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในวันที่ 24 ม.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร. จะมาร่วมเปิดตัวด้วย มีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค และนายสกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ร่วมเป็นหัวหน้าทีมดูแลเลือกตั้ง ส.ส.กทม. ภายใต้สโลแกน “พลังใหม่ พลังกรุงเทพ พลังประชารัฐ ไม่ขายฝัน ทุกนโยบาย ทำได้จริง” โดยจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ก่อน 30 คน และทยอยเปิดอีก 5 คน และวันที่ 24 ม.ค. นายสกลธีจะสมัครกลับเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคด้วย

“อนุทิน” มั่นใจปักธงในเมืองกรุง

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การลงพื้นที่ใน กทม.ครั้งแรกได้รับการตอบรับจากประชาชนดี ตั้งใจจะส่งผู้สมัคร ส.ส.กทม.ให้มากที่สุด และหวังจากทุกเขต ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด เมื่อถามว่ามั่นใจจะปักธงใน กทม.ได้หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ต้องมั่นใจ เพราะ กทม.ถือเป็นเมืองสำคัญ ภท.ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับจังหวัดอื่นหมดแล้ว เหลือแต่ กทม.ที่ยังมีผู้แทนไม่ได้ อยากเสนอตัว เมื่อถามว่าคิดว่านโยบายอะไรที่จะโดนใจคน กทม. นายอนุทินตอบว่า เราใช้ผลงานในช่วงที่เป็นรัฐบาล 4 ปี สามารถนำนโยบายที่สัญญาไว้ให้เป็นรูปธรรมแทบทุกนโยบาย เราเป็นพรรคที่ไม่ขัดแย้งกับใคร

โอ่กระแสฮอตไม่ต่างจาก “บิ๊กตู่”

เมื่อถามว่ามองกระแส พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่เยาวราชอย่างไร นายอนุทินตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ลงคนเดียว แต่ลงกันถึง 3 พรรค ทั้งพรรค พปชร. พรรคก้าวไกล และ รทสช. ส่วนตนไปเขตห้วยขวาง ซึ่งไม่ได้ต่างกัน และโปรแกรมเยาวราชคงต้องไปเช่นกัน ต้องให้กำลังใจท่าน ให้กำลังใจทุกพรรค เมื่อถามย้ำว่ากังวลหรือไม่กับกระแสตอบรับของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ค่อนข้างดีขณะนี้ นายอนุทินตอบว่า “ผมว่ากระแสลุงหนูก็ดี เวลาลงพื้นที่ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากประชาชน” การที่เราเข้ามาใน กทม. ทำให้รู้ว่าประชาชนรู้จัก ภท.มากขึ้น แต่จะประสบความสำเร็จแค่ไหนอยู่ที่ชาว กทม. ได้ ส.ส.ก็ทำงาน หรือต่อให้ไม่ได้ ส.ส. เราก็ทำงานอยู่ดี

บอกเลิกได้แล้ว “ไล่หนูตีงูเห่า”

นายอนุทินกล่าวว่า เราควรเลิกพูดกันได้แล้วว่าใครอยู่พรรคนี้เป็นประชาธิปไตย ใครไม่อยู่พรรคนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย หรือ ภท.พรรคดูด ภท.ก็ถูกดูด มีคนเข้ามามีคนออกไป ฉะนั้นคำว่าไล่หนูตีงูเห่า รับใช้เผด็จการ ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ด้วยการกระทำและสิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนแล้วว่าทุกพรรคเหมือนกันหมด เราไม่เคยพูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย พูดอย่างเดียวคือทำงานรับใช้บ้านเมืองและประชาชน ยิ่งครั้งหน้ายิ่งชัดเจนว่าเป็นการต่อสู้ของพรรคการเมืองทั้งหมด ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนผ่านวงจรอำนาจจาก คสช.มาเป็นรัฐสภา ถ้าเสียงไม่พอ ไม่เป็นที่ต้องการของพรรคอื่นก็ไปเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านก็ทำงานได้

พท. ฉะ 2 ป. หาเสียงคนระอา

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรค พท. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร. สวมบทจอมปาด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯว่า ขยันปาดหน้ากันลงพื้นที่สร้างความเดือดร้อนสับสนให้ประชาชน ที่มีคนตะโกนด่า พล.อ.ประยุทธ์ คือภาพสะท้อนว่าประชาชนเบื่อหน่าย ก่อนจะไปพูดนโยบายของพรรคใหม่ช่วยเคลียร์นโยบายพรรคเก่าที่ทำไม่ได้ก่อน ผลสัมฤทธิ์ของการทำงานในฐานะรัฐบาล ไม่ได้อยู่ที่ว่านายกฯหรือรองนายกฯใครเข้าพื้นที่หาเสียงได้ก่อนกัน แต่จะแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างไรในเวลาที่เหลืออยู่ การอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 อาจได้เห็นพรรค พปชร.ที่เคยเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ เปิดศึกอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ด้วย ถ้าถึงจุดนั้น พล.อ.ประยุทธ์จะทำใจได้หรือ

ก.ก. ประชุมใหญ่พรรค 28 ม.ค.

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกลยุทธ์การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ว่า วันที่ 28 ม.ค.นี้ พรรคก้าวไกลเตรียมจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีเพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรคให้สอดคล้องกับกติกาเลือกตั้ง และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บางส่วน รวมถึงสรรหาคณะกรรมการสรรหาว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง อีกส่วนคือการแสดงวิสัยทัศน์ของหัวหน้าพรรค และผู้ที่เกี่ยวข้อง ขอให้ติดตามอาจมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บางคน ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าพรรคมีความพร้อมเป็นรัฐบาลอย่างแท้จริง

“รัมภามาศ” ขอโทษแทนครอบครัว

ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.รัมภามาศ ทีฆธนานนท์ ผู้ประสงค์สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอยืนยันในจุดยืนทางการเมืองว่าเชื่อมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ชื่นชอบในนโยบายพรรคเพื่อไทยที่ออกมาช่วยเหลือประชาชน ชื่นชอบการทำงานของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่สามารถผลักดันราคาสินค้าเกษตรให้ดีขึ้น ยิ่งขณะนี้พรรคเพื่อไทยมีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถอย่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ถือว่าเป็นไอดอลของตน ทำให้หลงรักพรรคเพื่อไทยด้วยความจริงใจและฝากชีวิตทางการเมืองไว้ ยืนยันส่วนตัวไม่เคยไปร่วมชุมนุมกับ กปปส. แม้แต่ครั้งเดียวและไม่เคยให้การสนับสนุนไม่ว่าทางใด ตนและคนในครอบครัวมีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันพอสมควร ปัจจุบันทุกคน ตาสว่างและเข้าใจเหตุการณ์แล้ว มองว่าเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง “ในฐานะที่เอมเป็นลูก คนในครอบครัวอาจเคยทำบางสิ่งที่ผิดพลาด ขอโทษแทนด้วย แต่ยืนยันว่าปัจจุบันครอบครัวเรายืนข้างประชาชน และเรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย”

“ชวลิต” ตายดาบหน้ากับ ทสท.

ช่วงเช้าที่สำนักงานพรรคเพื่อไทย อ.นาแก จ.นครพนม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม
แถลงว่า ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว ยังคงให้ความเคารพนับถือผู้ใหญ่ของพรรค ผู้บริหารพรรค รวมถึง 2 อดีตนายกฯเสมอมาไม่เปลี่ยนแปลง แต่ช่วงที่ผ่านมาตกผลึกความคิดว่า นับจากปี 2549 จนถึงปัจจุบัน การเมืองอยู่ในวังวนแห่งความขัดแย้ง แบ่งเป็นฝักฝ่ายทำลายล้างกัน คิดว่าต้องหาพรรคที่มีจุดยืนอุดมการณ์ประชาธิปไตย และต้องมีนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง เป็นทางออกให้กับบ้านเมือง คือพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นหัวหน้า สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งนี้ ในการแถลงข่าวของนายชวลิต ประชาชนในพื้นที่มาร่วมรับฟังจำนวนมาก หลายคนพกข้าวปลาอาหารและดอกไม้มาให้กำลังใจ

“ตั๊น” ซื้อใจเกษตรกรศรีสะเกษ

ที่วัดโนนดู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนางฐิตารีย์ ไตรสรณปัญญา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ ปชป. ลงพื้นที่พบปะพูดคุยรับฟังปัญหากลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ กลุ่มชาวนาและผู้เลี้ยงโคกระบือที่ได้รับผลกระทบเรื่องที่ดินทำกิน (สปก.) และกลุ่มเกษตรกรต่างๆ น.ส.จิตภัสร์กล่าวว่า มาศรีสะเกษอีกครั้งเพื่อตอกย้ำว่าประชาธิปัตย์ไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องชาวอีสาน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร พรรคมีนโยบายสำคัญคือ นโยบายการประกันรายได้ผลผลิตทางการเกษตร 5 ประเภท คือ ข้าว ข้าวโพด ปาล์ม ยาง และมัน ที่ประสบความสำเร็จสูง ประชาชนชื่นชอบ วันนี้จึงมารับฟังปัญหาทั้งในเรื่องตลาดสินค้าเกษตร ปัญหาเกษตรแปลงใหญ่ ปัญหาที่ดิน โค กระบือ นำกลับไปรายงานนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เลขาธิการพรรคต่อไป

คน ปชป.แห่ซบ รทสช.อีกชุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือเตรียมย้ายเข้าพรรค รทสช. ตาม พล.อ.ประยุทธ์ด้วย อาทิ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) อดีตเลขาธิการพรรค ปชป. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีต รมว.อุตสาหกรรม และอดีตรองหัวหน้าพรรค นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู หรือแม่เลี้ยงติ๊ก ส.ส.หลายสมัย นอกจากนี้ยังมีชื่อนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ อดีตส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย นายบุญจง วงไตรลักษณ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อดีต รมช.มหาดไทย นายประนอม โพธิ์คำ หรือกำนันนอม อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรค พปชร. และกลุ่มนายเอกภาพ พลซื่อ อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่จะส่งภรรยาลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในนามพรรค รทสช.ด้วย รายชื่อนักการเมืองระดับบิ๊กเนมเหล่านี้จะทยอยเปิดตัวเป็นระยะ

สอท.ไหว้ศาลเจ้าพ่อเฮ่งเจีย

เวลา 13.30 น. ที่ศาลเจ้าเง็กฮกตึ๊ง (เจ้าพ่อเฮ่งเจีย) เขตตลิ่งชัน กทม. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายวิเชียร เชาวลิต รองหัวหน้าพรรค ทพ.กันตพงศ์ ดีชัยยะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.กว่า 20 คน สักการะศาลเจ้าเง็กฮกตึ๊งหรือเจ้าพ่อเฮ่งเจีย เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลตรุษจีน และพบปะพี่น้องประชาชน นายสนธิรัตน์กล่าวว่า พรรคสร้างอนาคตไทยเกิดขึ้นมา เพราะต้องการสร้างการเมืองดีๆ พรรคเรามีแต่คนหนุ่มสาว มีความตั้งใจ ไม่ใช่นักการเมืองเขี้ยวลากดิน ไม่ใช่คนมีประวัติสีเทา สีดำ จะทำทุกทางทำการเมืองที่ดีให้ประชาชน ทีมผู้บริหารพรรค นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค แคนดิเดตนายกฯ เป็นที่ยอมรับว่าเป็นคนที่มีฝีมือดี

แย้ม 2 สัปดาห์ชัดควบรวมพรรค

จากนั้นนายอุตตมให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการควบรวมกับพรรคไทยสร้างไทยว่า ยังพูดคุยกันอยู่ ยังไม่มีข้อยุติ การรวมพรรคต้องการให้เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ไม่ได้หวังจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ ตนและนายสนธิรัตน์พูดคุยกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ตลอด ทีมงานเรายังเดินหน้าอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่าแคนดิเดตนายกฯสร้างอนาคตไทยจะเสียเปรียบพรรคอื่นหรือไม่ นายอุตตมตอบว่า ไม่เสียเปรียบแน่ ยืนยันนายสมคิดมีความพร้อม เป็นผู้นำประเทศในยามนี้ ขณะที่นายสนธิรัตน์กล่าวเสริมว่า เรื่องควบรวมพรรคคืบหน้าไปมากแล้ว ยืนยันไม่น่าเกิน 2 สัปดาห์จะประกาศจุดยืนทางการเมือง หลังพูดคุยจนยุติทั้งหมด

“สุวัจน์” โวนโยบาย ชพก.เจ๋ง

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) กล่าวถึงการเปิดตัวนโยบายด้านเศรษฐกิจ พรรค ชพก.ว่า มั่นใจว่านโยบายภายใต้ธีม “งานดี มีเงิน ของไม่แพง” 12 ด้าน จะโดนใจประชาชน เช่น นโยบายการสร้างเศรษฐกิจใหม่มาหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจที่จะนำไปสู่เม็ดเงินประมาณ 5 ล้านล้านบาท จัดโครงสร้างภาษีใหม่ลดค่าใช้จ่ายประชาชน แก้ปัญหาสินเชื่อ การใช้ระบบดิจิทัลในระบบราชการ ของต้องไม่แพง การสร้างเกษตรใหม่ การสร้างเถ้าแก่ใหม่ และนโยบายทางด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น นอกจากนี้เรามีนโยบายสําหรับ จ.นครราชสีมาโดยเฉพาะ เพราะเราเป็นพรรคเกิดที่โคราช เพื่อให้ชาวโคราชสบายใจมั่นใจกับพรรค เรามั่นใจว่านโยบายเศรษฐกิจของเรา ตอบโจทย์ต่อปัญหาของประเทศอย่างแน่นอน

ยินดี “เศรษฐา” ลุยการเมือง

เมื่อถามว่า นายเศรษฐา ทวีสิน ซีอีโอเครือแสนสิริ เปิดตัวและจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุวัจน์ตอบว่า “Welcome” ยินดีต้อนรับ ให้กำลังใจขอให้ประสบความสำเร็จ ถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะนายเศรษฐาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เป็นนักธุรกิจอินเตอร์ มีความรู้ ความสามารถที่จะนำประสบการณ์มาช่วยประเทศชาติได้ วันนี้เราจะชวนคนมาเล่นการเมืองก็ยาก เพราะภาพลักษณ์การเมืองยังไม่สวยสดงดงามเท่าไร การตรวจสอบก็เข้ม การเสียดสี แรงเสียดทานก็สูง ถือว่านายเศรษฐาเสียสละ ส่วนตัวอยากเชิญชวนมาช่วยกันสร้างสรรค์การเมืองไทยเพื่อให้ได้นักการเมืองที่มีคุณภาพ มาช่วยกันทํางานแก้ไขปัญหาประเทศ

ดักคอ “ตู่” อย่า “ศรีธนญชัย”

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคพท. เปิดเผยว่า การอภิปรายตามมาตรา 152 สะท้อนความล้มเหลวตลอด 8 ปี ไม่ทำตามนโยบายที่แถลงไว้กับสภา ผลาญงบประมาณมหาศาล เงินตกอยู่กับคนกลุ่มไหนใครได้ประโยชน์บ้าง พล.อ.ประยุทธ์หัวหน้ารัฐบาลต้องรับผิดชอบกับการทุจริตที่เกิดขึ้น ไม่ควรกล่าวอ้างว่าให้ไปหาหลักฐานมา ใช้สำนวนโวหารแบบศรีธนญชัยเอาตัวรอดไปวันๆ ตอบให้ตรงคำถาม อย่าอ่านแต่โพยที่ข้าราชการชงมาให้ อีกเพียง 2 เดือนรัฐบาลจะหมดวาระ ประชาชนอยากให้มีการเลือกตั้งยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะทนไม่ไหวกับ พล.อ.ประยุทธ์ ความเป็นอยู่ลำบากมาก ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศตัวเป็นนักการเมืองเต็มตัวประชาชนยิ่งกังวลใจว่า หากกลับมาอีกคงอดตายแน่

วุฒิสภาถกรายงานแก้ซื้อเสียง

ที่รัฐสภาเมื่อเวลา 10.30 น. มีการประชุมวุฒิสภา มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานการศึกษาแนวทางการส่งเสริมและการพัฒนาการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. เป็นประธานฯ โดยนายวงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี ส.ว. เลขานุการ กมธ.ชี้แจงว่า การเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาพบการซื้อเสียงทุกพื้นที่ แยบยลมากขึ้น หรือการเลือกตั้งท้องถิ่น อาทิ เลือกนายกเทศบาลเลือกนายก อบต.พ่วงสมาชิก ซื้อเสียงเป็นพวง พวงละ 1-2 หมื่นบาท ต้องสร้างความรู้ให้ประชาชนต่อต้านทุจริต บังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งต้องเข้มงวด แก้กฎหมายให้ผู้ขายสิทธิไม่ใช่ผู้กระทำผิดเพื่อกันไว้เป็นพยาน เอาผิดคนซื้อเสียง ให้รางวัลนำจับผู้ให้เบาะแสซื้อเสียง ปัญหารับเงินซื้อเสียงมาจากความจำเป็นทางเศรษฐกิจ

จ้างเข้าคูหา–ตัดทิ้งปาร์ตี้ลิสต์

นายวงศ์สยามกล่าวว่า กมธ.เสนอให้ กกต.หรือภาครัฐจ่ายค่าเดินทางผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งคนละ 500 บาท โดยใช้เงิน 2 หมื่นล้านบาท จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 40 ล้านคน เลือกตั้ง 4 ปี มีครั้ง เพื่อให้ประชาชนตอบแทนคุณแผ่นดิน เลือกคนดีไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ต่างจังหวัดต้องเดินทางไกล มีค่าใช้จ่าย 80-100 บาท ให้ประชาชนรู้สึกว่าประชาธิปไตยกินได้ตั้งแต่วันออกมาใช้สิทธิและควรแก้ระบบเลือกตั้ง ส.ส.เขตใช้บัตรใบเดียว ไม่ต้องมี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ใครได้คะแนนสูงสุดลำดับ 1 เป็น ส.ส.เขต ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ผู้สมัคร ส.ส.เขตที่แพ้เลือกตั้ง แต่ได้คะแนนสูงสุดในบรรดาผู้ที่ไม่ได้รับเลือก ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ เรียงลำดับไปจนครบจำนวนที่กำหนด จะได้ ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อจากผู้ได้รับคะแนนสูงสุดจากประชาชน

ไร้เสียงคัดค้านป้อน รบ.สานต่อ

จากนั้นที่ประชุมได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง อาทิ นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล ส.ว. สนับสนุนให้ กกต.จ่ายค่าเดินทางให้ผู้ไปใช้สิทธิ 500 บาท นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ตั้งข้อสังเกตถึงข่าวนักการเมืองย้ายพรรค เหมา ส.ส.ด้วยกล้วย บางพรรคแจกกล้วย 80 กิโลกรัม รวมทั้งเรื่องข้อเสนอแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 158 ไม่จำกัดวาระนายกฯ ที่นักการเมืองท้องถิ่นสนับสนุนเพราะจะช่วยปลดล็อก นายก อบจ. นายก อบต.นายกเทศมนตรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ต้องจำกัดวาระไปด้วย ขณะที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ส.ว.ในฐานะ กมธ.ฯเสนอให้ กกต.ไปติดป้ายรางวัลแจ้งเบาะแสซื้อเสียง 1 แสนบาทให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง ด้านนายจเด็จ อินสว่าง ส.ว.กล่าวว่า ถ้าดูจากการหาเสียงของพรรคการเมืองขณะนี้ มีการสัญญาว่าจะให้เสี่ยงผิดกฎหมาย หรือให้คนไม่เป็นสมาชิกพรรคชี้นำครอบงำพรรค การซื้อสิทธิขายเสียงไม่ใช่อย่างเดียวที่ทำลายประชาธิปไตย แต่มีอีกหลายเรื่องที่บ่อนทำลายเป็นกับดักประชาธิปไตย หลายหมู่บ้านหลายตำบลยอมรับวัฒนธรรมซื้อเสียงเป็นเรื่องชอบธรรม ทั้งนี้หลังจากอภิปรายกันครบถ้วนแล้ว ไม่มีใครคัดค้านรายงานฉบับดังกล่าว ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ให้นำเสนอต่อรัฐบาลไปพิจารณา

เสื้อแดงทวงคืนยุติธรรม 99 ศพ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) คณะประชาชนทวงคืนความยุติธรรม 2553 (คปช.53) นำโดย นพ.เหวง โตจิรากร และนางธิดา ถาวรเศรษฐ พร้อมมวลชนราว 50 คน เข้ายื่นหนังสือติดตามเร่งรัดสำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ ถึง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มี พ.ต.อ.เสรี ภูษาชีวะ รองผบก.ตป. เวรอำนวยการ ศปก.ตร. เป็นผู้รับ โดยหนังสือที่ยื่นประกอบด้วย รายชื่อผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมเดือน เม.ย.-พ.ย.2553 ที่ยังไม่ได้ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ นางธิดากล่าวว่า การชุมนุมปี 53 มีผู้เสียชีวิตจากการใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมตามคำสั่งของนายกฯ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 99 ศพ แต่ยัง มีผู้เสียชีวิตที่ยังไม่ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ เพราะนับแต่รัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.57 กระบวนการยุติธรรมถูกเบี่ยงเบนและหยุดชะงักลง ทั้งการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และผู้เกี่ยวข้องไม่มีความคืบหน้า ล่วงเลยมา 12 ปีเศษแล้ว อยากให้ ตร.มีคำสั่งเร่งรัดจัดทำสำนวนชันสูตรพลิกศพส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องต่อศาลตามกระบวนการยุติธรรม โดยปราศจากการแทรกแซงไม่ว่าฝ่ายใด

ยืนหยุดขังมาราธอนต้าน 112

ส่วนความเคลื่อนไหวของเครือข่ายม็อบราษฎร ที่บริเวณหน้าหอศิลปะและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ สี่แยกปทุมวัน กลุ่มทะลุฟ้า นำโดยนายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือปูนทะลุฟ้า พร้อมสมาชิกมารวมตัวแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ “ยืนหยุดขัง 112 ชั่วโมง” หลัง น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ ขอถอนสิทธิประกันตัว เรียกร้องให้ศาลอนุมัติการประกันตัวผู้ถูกดำเนินคดี ม.112 ในทุกกรณี บรรยากาศตลอดวันยังคงมีแกนนำสำคัญของกลุ่มราษฎรและประชาชนที่สนับสนุนเข้าร่วมการยืนประท้วงแบบมาราธอนที่ดำเนินมาสู่วันที่ 2 ขณะที่นายรัฐภูมิ เลิศไพจิตร โฆษกกลุ่ม We Volunteer นำสมาชิก เดินทางไปยังสถานทูตสหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, แคนาดา, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น ฯลฯ เพื่อยื่นหนังสือรายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยหลังการประชุมเอเปก 2022 ว่านอกจากจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายแล้ว บางรายถูกถอนสิทธิประกันตัว ขอให้ผู้นำชาติต่างๆไม่นิ่งเฉยปล่อยให้รัฐไทยละเมิดหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชน

“ตะวัน-แบม” อาการน่าห่วง

นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และโฆษกประจำกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ตามที่ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงศ์ หรือแบม ผู้ต้องหาคดี ม.112 ถูกส่งตัวไปยังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หลังอดอาหารและน้ำมาตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค. เป็นเวลา 5 วันนั้น อาการล่าสุดทั้งคู่มีอาการนอนไม่หลับ ปากแห้ง คลื่นไส้ และยังคงปฏิเสธการรับยาและสารน้ำทางหลอดเลือด มีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด และช่วงเย็นวันที่ 22 ม.ค. น.ส.ทานตะวันลื่นล้มในห้องน้ำ ศีรษะกระแทกผนัง แพทย์ตรวจร่างกายเบื้องต้นพบมีอาการแดงบวมที่ศีรษะ หน้าผากด้านขวา ประเมินแล้วเห็นควรดำเนินการตรวจด้วยวิธี X-Ray ศีรษะ และเฝ้าระวังสังเกตอาการ 24 ชั่วโมง แต่ น.ส.ทานตะวันปฏิเสธการรักษา ผ่านมาแล้ว 24 ชั่วโมงยังไม่พบอาการผิดปกติ จากการพบทนายความล่าสุด ทั้ง 2 รายประสงค์ขอออกไปรักษาตัวโรงพยาบาลภายนอก หากไม่ได้รับอนุญาตก็ขอกลับเข้าควบคุมตัวที่ทัณฑสถานหญิงกลางเหมือนเดิม กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ถือเป็นโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานตามหลักกระทรวงสาธารณสุขครบถ้วน เทียบเท่ากับโรงพยาบาลภายนอก

คุณกำลังดู: งดสัมภาษณ์! "ลุงตู่งอน" ถามแทงใจดำ เยาวราชถูกไล่ "บิ๊กป้อม" ปัดปาด

หมวดหมู่: การเมือง

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/politic/2610511

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด