‘งานสังสรรค์มิมูนา’ สายใยอิสราเอล-โมร็อกโก

นับตั้งแต่ปี 2563 ปีทองของทางการทูตอิสราเอล ที่ได้สถาปนาความสัมพันธ์กับโลกอาหรับหลายประเทศ ตั้งแต่สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (ยูเออี) บาห์เรน ตามด้วยซูดานและโมร็อกโก นับถึงวันนี้ความสัมพันธ์ผลิบานประจักษ์ได้บนแผ่นดินไทย เมื่อสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลโดยเอกอัครราชทูตออร์นา ซากิฟและสถานเอกอัครราชทูตโมร็อกโกโดยเอกอัครราชทูตอับเดอร์ราฮิม ราห์ฮาลี่ ร่วมกันจัดงานสังสรรค์มิมูนาเป็นครั้งแรก

‘งานสังสรรค์มิมูนา’  สายใยอิสราเอล-โมร็อกโก

มิมูนาเป็นประเพณีดั้งเดิมที่เฉลิมฉลองกันในหมู่ชาวยิวในโมร็อกโก โดยจะจัดขึ้นหลังหลังเทศกาลพาสโอเวอร์ หรือเพสสะห์ ในภาษาฮีบรู พาสโอเวอร์เป็นวันสำคัญทางศาสนาของชาวยิว เฉลิมฉลองที่ชาวยิวหลุดพ้นจากการเป็นทาสในอียิปต์ ระหว่างเทศกาลพาสโอเวอร์นี้ ชาวยิวจะไม่รับประทานอาหารใดๆ ที่มีส่วนประกอบของธัญพืชที่ขึ้นฟูหรือหมัก เช่น ขนมปัง เส้นพาสตา เบียร์ เหล้า เป็นต้น

งานสังสรรค์มิมูนาเป็นการกลับมารับประทานอาหารต่างๆ ที่ห้ามบริโภคในช่วงเทศกาลพาสโอเวอร์ ตามประเพณีปฏิบัตินั้นชาวยิวในโมร็อกโกจะ “เปิดบ้าน” เลี้ยงฉลองกันในหมู่เพื่อนฝูงและเพื่อนบ้าน อาหารจานหลักจะเป็นของหวานหลากชนิด รวมถึง “โมเฟล็ตตา” ซึ่งมีลักษณะเหมือนเครปแผ่นบางทำจากน้ำ แป้ง และน้ำมัน ปกติจะรับประทานขณะที่ยังอุ่นๆ พร้อมกับน้ำผึ้ง

ทูตซากิฟเล่าว่าช่วงบ่ายวันสุดท้ายของเทศกาลพาสโอเวอร์ ชาวยิวทั้งในโมร็อกโกและอิสราเอลจะเตรียมแป้ง น้ำผึ้ง นม และเนยเพื่อเตรียมทำอาหารค่ำเฉลิมฉลองหลังสิ้นสุดพาสโอเวอร์

ชาวยิวโมร็อกโกใช้โอกาสนี้เปิดบ้านต้อนรับแขกเหรื่อเพื่อนฝูง จัดเตรียมเค้กและขนมหวานอลังการไว้มากมาย หนึ่งในของโปรดคือโมเฟล็ตตา บนโต๊ะเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ของความโชคดีและอุดมสมบูรณ์ รวมถึงสัญลักษณ์เลข 5 เช่น เครื่องประดับทองคำ 5 ชิ้น หรือถั่ว 5 เม็ดเรียงกันบนแผ่นแป้ง ที่ต้องเน้นย้ำเลข 5 เพราะหมายถึงสัญลักษณ์ 5 นิ้ว “ฮัมซา” ที่พบได้ทั่วไปในชุมชนชาวยิวและมุสลิมทั้งในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง หมายถึงความโชคดีและมั่งคั่ง

ในอิสราเอลงานสังสรรค์มิมูนาเป็นงานประจำปีที่ได้รับความนิยมมาก มีการจัดปาร์ตี้กลางแจ้ง ปิกนิก บาร์บีคิว งานใหญ่จัดที่เยรูซาเลมคนมาร่วมงานราว 100,000 คน ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีก็มา (เธอกระซิบว่านักการเมืองอิสราเอลชอบงานมิมูนามาก)

ตามธรรมเนียมจะมีการเสิร์ฟของหวานมากมายระหว่างงานสังสรรค์มิมูนา และเปิดประตูไว้กว้างๆ เปิดให้ใครก็ได้เข้ามารับประทานอาหาร ส่วนใหญ่เป็นคุกกี้ทำจากถั่วลิสง อัลมอนด์ ถั่วเปลือกแข็ง มะพร้าวและไข่ขาวตีฟู ขนมอื่นๆ นอกจากโมเฟล็ตตา ก็มีสฟินจี (โดนัทชนิดหนึ่ง บางคนเรียกว่าโดนัทโมร็อกโก) ชบาคิยา (แป้งทอดเสิร์ฟกับน้ำผึ้ง น้ำกุหลาบ และงา)

ในปี 2550 นักศึกษาที่ไม่ใช่ชาวยิวเริ่มตั้ง “มิมูนาคลับ” ขึ้นที่มหาวิทยาลัยอัล-อฮาวันในโมร็อกโก ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมหมัดที่ 6 ต่อมามีสโมสรแบบนี้เกิดขึ้นในเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อเฉลิมฉลองความหลากหลายด้านวัฒนธรรมของสังคมโมร็อกโก

ปีนี้ ชาวอิสราเอลและชาวยิวกว่า 15,000 คน ร่วมเฉลิมฉลองมิมูนาทั่วประเทศโมร็อกโกร่วมกับชาวมุสลิมท้องถิ่น ถึงวันนี้ชุมชนชาวยิวในโมร็อกโมมีจำนวนถึง 4,000 คน มากที่สุดในบรรดาประเทศอาหรับ

"อิสราเอลและโมร็อกโกสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเต็มรูปแบบในเดือน ธ.ค.2563 และเปิดสถานทูตในเทลอาวีฟและกรุงราบัต ตั้งแต่นั้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศก็ดีวันดีคืน นักท่องเที่ยวไปมาหาสู่ระหว่างกัน ตัวแทนธุรกิจเดินทางไปมาสำรวจหาโอกาส มีการลงนามข้อตกลงมากมาย ทั้งในด้านสุขภาพ น้ำ กลาโหม และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ตัวแทนระดับสูงทั้งรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภาผลัดกันเยี่ยมเยือนเรามีเที่ยวบินตรงระหว่างอิสราเอลกับโมร็อกโก วัฒนธรรมของเราสองประเทศคล้ายกันมากค่ะ แม้แต่ภาษาก็มีที่คล้ายกัน ศักยภาพระหว่างเรายอดเยี่ยมมาก และเรากำลังคอยทำให้สิ่งนั้นเป็นจริง" ทูตอิสราเอลกล่าวทิ้งท้ายถึงความสัมพันธ์กับโมร็อกโก

เช่นเดียวกับทูตราห์ฮาลี่ที่กล่าวเปิดงานด้วยคำอวยพร“Trabhou w tsaadou” หรือ “ขอให้คุณประสบความสำเร็จและโชคดี” พร้อมเล่าว่างานสังสรรค์มิมูนาที่มีต้นกำเนิดในโมร็อกโก จากนั้นชาวยิวทั่วโลกรับไปปฏิบัติและกลายเป็นวันหยุดประจำชาติในอิสราเอลและประเทศอื่นๆ การเฉลิมฉลองมิมูนาในราชอาณาจักรโมร็อกโก เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการยอมรับ เคารพ และอดทนอดกลั้นต่อศาสนาที่แตกต่าง โดยเฉพาะการมีชุมชนชาวยิวในใจกลางประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นส่วนใหญ่

สิ่งที่ปฏิบัติในหมู่ชาวโมร็อกโกคือ บ่อยครั้งที่ชาวยิวโมร็อกโกมอบแป้ง ยีสต์ และธัญพืชที่เหลือทั้งหมดจากเทศกาลพาสโอเวร์ให้กับเพื่อนบ้านชาวมุสลิม และชาวมุสลิมมักจะเป็นแขกชุดแรกที่มาเยี่ยมบ้านชาวยิวหลังพาสโอเวอร์ นำอาหารและของหวานต่างๆ ที่เคยถูกห้ามรับประทานมามอบให้

ท่านทูตเล่าด้วยว่า ชาวยิวอาศัยอยู่ในโมร็อกโกมาหลายร้อยปีแล้ว สร้างอัตลักษณ์โมร็อกโกให้รุ่มรวยเช่นเดียวกับกลุ่มชาติพันธุ์และศาสนาอื่นๆ ในประเทศ

ปัจจุบันชาวยิวที่มีต้นกำเนิดในโมร็อกโกมีมากกว่า 1 ล้านคน พวกเขาชื่นชมกับประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์พิเศษกับสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมหมัดที่ 6 ในฐานะผู้นำแห่งศรัทธา ความสัมพันธ์ระหว่างชาวยิวกับกษัตริย์โมร็อกโกมีมายาวนานย้อนไปถึงศตวรรษที่ 15 ตอนที่ชาวยิวถูกขับออกจากอันดาลูซีอา (สเปน) แล้วได้รับการต้อนรับให้มาอยู่ในโมร็อกโก

ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ สมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมหมัดที่ 5 ผู้ล่วงลับทรงปฏิเสธกฎหมายต่อต้านยิวของรัฐบาลวิชีในฝรั่งเศส ทั้งยังไม่ทรงส่งมอบชาวโมร็อกโกให้กับรัฐบาลนาซี ส่วนสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมหมัดที่ 6 ทรงสืบสานมรดกประวัติศาสตร์นี้ มีรับสั่งให้ปรับปรุงสุสานและสถานที่ศักดิ์สิทธิเกือบ 170 แห่งในโมร็อกโก ฟื้นฟูโบสถ์ยิวอีกกว่า 20 แห่ง

ปัจจุบันหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนโมร็อกโกพูดถึงชาวยิวในฐานะส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ซึ่งยังคงเป็นความจริงอันเป็นอัตลักษณ์ในโลกอาหรับและอิสลามอีกทั้งโมร็อกโกยังเป็นประเทศอาหรับและประเทศอิสลามประเทศเดียวที่ชุมชุนชาวยิวยังมีโบสถ์ยิว มีศาล และมีโครงสร้างทุกอย่างเป็นส่วนประกอบปกติแห่งอัตลักษณ์โมร็อกโก ยิ่งไปกว่านั้นรัฐธรรมนูญของโมร็อกโกยังกล่าวถึงการมีส่วนร่วมของชาวยิวด้วย

“มิมูนาไม่ได้สะท้อนถึงช่วงเวลาดีๆ ในการแบ่งปันวัฒนธรรมในหมู่ชาวโมร็อกโกเท่านั้น แต่ยังเป็นห้วงเวลาที่ต้องหวนคิดถึงความสำคัญของ‘การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน’ และการยอมรับคนอื่น” ทูตโมร็อกโกกล่าวต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติผู้เป็นประจักษ์พยานมิตรภาพที่เติบโต

คุณกำลังดู: ‘งานสังสรรค์มิมูนา’ สายใยอิสราเอล-โมร็อกโก

หมวดหมู่: ต่างประเทศ

แหล่งที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/world/1006550

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด