นายกฯ ปฏิเสธ! ออกใบสั่ง ตั้งพรรค รทสช. เพื่อไทยห่วงมีอภินิหารพลิกกฎหมาย

นายกฯ ปฏิเสธ! ออกใบสั่ง ตั้งพรรค รทสช. เพื่อไทยห่วงมีอภินิหารพลิกกฎหมาย

“บิ๊กตู่” โต้ปัดออกใบสั่ง “พีระพันธุ์” ตั้ง พรรค รทสช. คิดอยู่สมัครสมาชิก พปชร. กำชับ ครม.ระวังตัว สังคมจ้องจับตาดูอยู่ “สมศักดิ์” ปิดประตูตายบัตรใบเดียว ไม่พูดเรื่องอนาคตกับ พปชร. “ไพบูลย์” ย้ำมติ กก.บห. หนุนบัตร 2 ใบ “ชัยวุฒิ” ขอยึดมั่นพรรคเดิมไม่ไปไหน “ระวี” ตีปี๊บ กกต.ไม่ค้านหาร 500 เพื่อไทยยังห่วงอภินิหารกฎหมาย 3 ป.สั่งซ้ายหันขวาหันได้ “ภูมิธรรม” ทวงยางอายผู้นำคืนอำนาจ ปชป.เลือดไหลไม่หยุด “บังมาด” ไปอีกคน ผบ.ทอ.อ้อน กมธ.งบฯไฟเขียวซื้อเอฟ-35 “ป้าเป้า” รอดคุกศาลรอลงอาญา

การเมืองนับถอยหลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง บรรดาพรรคการเมืองใหญ่น้อย ทั้งใหม่และเก่าเคลื่อนไหวทยอยเปิดตัว เดินสายลงพื้นที่กันคึกคัก แต่กติกาการเลือกตั้งยังลูกผีลูกคน เมื่อผู้มีอำนาจในรัฐบาลยังไม่ได้สะเด็ดน้ำว่าจะเอาแบบไหน สูตรปาร์ตี้ลิสต์หาร 500 หรือหาร 100 ระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียว หรือ 2 ใบ

นายกฯรณรงค์วันแม่แห่งชาติ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ส.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศ ไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานฝ่ายผลิตและ จำหน่ายดอกมะลิ และคณะ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รณรงค์เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติประจำปี 2565 นายกฯได้บริจาคเงินซื้อดอกมะลิด้วย ต่อมานายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นำคณะเข้าพบเพื่อประชา สัมพันธ์งาน “ภูษาศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล” เนื่องในวันผ้าไทยแห่งชาติ 12 ส.ค. น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์สืบสานผ้าไทยมรดกภูมิปัญญา อันล้ำค่าของชาติ จัดขึ้นวันที่ 11-14 ส.ค.ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน นายกฯได้เดินเยี่ยมชมกิจกรรมการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมเอเปกครั้งที่ 28 และการประชุมคณะทำงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเอเปกครั้งที่ 54 จะจัด ที่ จ.ภูเก็ต วันที่ 5-10 ก.ย.

ปัดออกใบสั่ง “พีระพันธุ์” ตั้ง รทสช.

ต่อมาเวลา 12.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ หลังประชุม ครม. ถึงกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เข้าพบเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ว่า เจอใครไม่ได้เลยหรือ นายพีระพันธุ์มารายงานเรื่องที่ตั้งให้เป็นคณะทำงานติดตามการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จังหวัดไหนบ้างที่ลงพื้นที่ แก้ปัญหาไปกี่รายแล้ว เรื่องการเมืองไม่ได้คุยอะไรกันมาก เป็นพรรคของนายพีระพันธุ์ เมื่อถามว่ามีกระแสข่าว รทสช.สนับสนุนเป็นนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เป็นนโยบายของแต่ละพรรค ผมจะไปเกี่ยวข้อง อะไรกับเขา ก็ให้กำลังใจทุกพรรค” เมื่อถามว่าแต่ชื่อรวมไทยสร้างชาตินายกฯเป็นคนพูดตั้งแต่ต้น พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมพูดในฐานะนายกฯ เขาเอาไปตั้งเป็นชื่อพรรค ไม่ได้ไปสั่งให้ตั้งชื่อพรรคเสียเมื่อไหร่ ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคด้วย”

แย้มสมัครเป็นสมาชิก พปชร.

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัดสินใจหรือยังจะไปอยู่กับพรรคใด พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “วันนี้ผมอยู่กับพรรค พปชร.ไม่ใช่หรือ แล้วจะไปที่ไหนล่ะ เขาสนับสนุนให้ผมเป็นนายกฯใช่หรือเปล่า” เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าเลือกตั้งสมัยหน้ายังอยู่กับพรรค พปชร. พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ตอนนี้ยังยืนยันเช่นนี้ มีปัญหาอะไรหรือ เมื่อถามว่ามีแนวคิดสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังคิดอยู่ เมื่อถามว่าอนาคตจะเข้าไปเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.เองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ยังไม่พูด ทำไมต้องไปนู่นไปนี่ ต่อไปถ้าสื่อถามแบบนี้ฉันไม่ตอบ อยู่ที่ไหนฉันก็ทำได้” ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนในการปรับ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ยังไม่คิด ไม่มีอะไรทั้งนั้น อย่าไปเขียนอะไรเรื่อยเปื่อย คิดเองเขียนเอง”

ปธ.เปิด “ด้วยรักแห่งแผ่นดิน”

ช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธาน ในพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ฯ “ด้วยรักแห่งแผ่นดิน : With Love for the Nation” ณ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เขตพระนคร กทม. มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ผู้บริหารจากหน่วยราชการในพระองค์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยนายกฯถวายธูปเทียนแพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง จากนั้นทำพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ โดยการวางกล้าไม้ “ต้นโมกราชินี” บนแท่น ในตอนท้าย นายกฯร่วมปลูกต้นกุหลาบควีนสิริกิติ์ผ่านระบบดิจิทัล

สั่ง ครม.ระวังสังคมจ้องจับตา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ครม. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้อธิบายถึงกรอบเวลาการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. หากไม่เสร็จภายในวันที่ 15 ส.ค. ต้องกลับไปใช้ร่างฉบับแรกที่ กกต.ยกร่างขึ้นมา ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุสั้นๆว่า “ก็ว่ากันไป ผมไม่เข้าไปยุ่ง” และช่วงท้ายการประชุม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับ ครม.ว่า ขอบคุณที่ทำทุกอย่างด้วยความเรียบร้อย แต่ขอให้ระวังทุกอย่าง เราถูกจับตามอง สังคมยังมองอยู่ ฉะนั้นต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อย ใช้งบประมาณให้ถูกต้อง

“สมศักดิ์” ปิดตายบัตรใบเดียว

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยสูตรหาร 500 ว่า เรื่องนี้ถกเถียงกันมานาน พบว่าตัวเลขที่ออกมามีผลกระทบมากมาย อยู่ที่รัฐสภา ยังมีเวลาอีก 2 สัปดาห์ ก่อนส่งให้ กกต. หลังจากนั้นอาจมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่ว่าจะเป็นสูตร 100 หรือสูตร 500 ว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่วนกระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว พรรคได้พูดคุยกับหลายฝ่าย ไม่มีบัตรใบเดียวแน่นอน ดังนั้นบัตรใบเดียวไม่น่าจะเป็นไปได้ เมื่อถามว่าปิดประตูตายบัตรใบเดียวเลยใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า เข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น

ไม่พูดเรื่องอนาคตกับ พปชร.

เมื่อถามถึงปรากฏการณ์ ส.ส.ย้ายพรรคในช่วงนี้ โดยเฉพาะพรรค พปชร.ที่เริ่มมีการย้ายออก นายสมศักดิ์ ตอบว่า อาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง ไม่น่าวิตกอะไร ส่วนหนึ่งมาจากกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญ พอกฎหมายจบเรื่องเหล่านี้ก็จะสงบ ส่วนอนาคตพรรค พปชร.จะมีขนาดเท่าไหนนั้น คงไม่แตกต่างไปจากเดิมมากนัก เพราะมีความตั้งใจกันอยู่ โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร. ที่ตั้งใจมาก คนในพรรคก็เห็นอกเห็นใจท่าน เมื่อถามว่ายังเหนียวแน่นกับพรรค พปชร.ใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า อย่าเพิ่งถามอย่างนี้เลย มันเร็วมาก เอาวันนี้ก่อนให้เดินไปเรียบร้อย แล้วทุกคนถึงตัดสินใจ เมื่อถามว่ามีพรรคไหนมาทาบทามหรือยัง นายสมศักดิ์ยกมือโบกพร้อมปฏิเสธว่า ไม่มี

“ไพบูลย์” ย้ำมติหนุนบัตรสองใบ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าวพรรค พปชร.จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวว่า มติที่ประชุมกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคมีความเห็นยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ใช้บัตรใบเดียว เพราะจุดยืนนโยบายเราชัดเจนว่าต้องการให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ตามที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค พปชร. ก็เห็นชอบในเรื่องนี้ ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาถี่มากขึ้น ถือเป็นปกติ เพราะใกล้จะเลือกตั้ง อาจมีบางฝ่ายประสงค์อยากได้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ทำให้พรรคตกอยู่ในกระแสข่าวนี้ด้วย

“ชัยวุฒิ” ขอปักหลักพรรคเดิม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.มีการพูดคุยถึงร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ที่เหลือเวลาพิจารณาอีก 2 สัปดาห์ แต่ไม่มีการกำชับอะไรเป็นพิเศษ เชื่อว่าจะพิจารณาทันตามกรอบเวลา เมื่อถามว่านายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ไม่ว่าจะสูตรหาร 100 หรือ 500 พรรคเพื่อไทยก็ชนะ นายชัยวุฒิตอบว่า กติกาจะหาร 100 หรือ 500 ไม่มีผลกับจำนวน ส.ส.มากนัก ขึ้นอยู่กับคะแนนนิยม ที่ฝ่ายค้านเขาพูดมาไม่ได้กังวลอะไร เพราะทุกกติกาทุกคนก็ได้เปรียบเสียเปรียบเหมือนกัน และพรรค พปชร.มีความพร้อมแล้วทุกจังหวัด เมื่อถามว่ายังยึดมั่นอยู่ในพรรค พปชร.ต่อไปใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิตอบว่า “ผมจะย้ายไปไหน เป็นรองหัวหน้าพรรค ต้องทำพรรคนี้ต่อ ผมไม่ใช่ผู้อยู่อาศัย เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค”

“สันติ” มั่นใจ พปชร.ไม่ไหลออก

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวว่า จากที่มีการเปิดตัวพรรคใหม่ ทั้งพรรครวมแผ่นดิน และรวมไทยสร้างชาติ มั่นใจ ว่าไม่มีสมาชิกและ ส.ส.พรรค พปชร.ย้ายไปสังกัดแน่นอน วันนี้บรรยากาศของพรรคดีแล้ว มีแต่ข่าวโคมลอยข่าวลือยังไม่มีใครย้ายพรรค ไม่เห็นรายชื่อคนจะย้ายออกไป ไม่เป็นความจริงที่บอกว่ามีสมาชิกย้ายไปสังกัดพรรคอื่น หรือพรรคตั้งใหม่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ขยันขันแข็ง ลงพื้นที่ตลอด สัปดาห์นี้จะลงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

“สุชาติ” โวหวังปักธงหนองคาย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผอ.พรรค พปชร. กล่าวถึงประเด็นการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่า มีผู้ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ต้องรอดู เพราะเป็นเรื่องของศาล ไม่กังวลอะไร เมื่อถามว่าพรรค พปชร.มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ในบัญชีรายชื่อนายกฯเพียงคนเดียวใช่หรือไม่ นายสุชาติตอบว่า อย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้น เมื่อถามว่าพรรค พปชร.เตรียมลงพื้นที่ จ.หนองคาย ที่เป็นพื้นที่พรรคเพื่อไทยกังวลหรือไม่ นายสุชาติตอบว่า จ.หนองคายถือเป็นพื้นที่ที่พรรค พปชร.มีโอกาสสูง เลือกตั้งรอบหน้ามี ส.ส. 4 คน เมื่อถามว่ามีโอกาสได้ ส.ส.ยกจังหวัดหรือไม่ นายสุชาติตอบว่า ไม่ถึงขนาดนั้น เราได้แบ่งมาบ้างก็โอเคแล้ว เรื่องนี้นายสุริยะ จึง รุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็นผู้ดูแลพื้นที่อีสาน

“ระวี” ตีปีก กกต.ไม่ค้านหาร 500

นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวว่า เชื่อว่าการพิจารณาน่าจะเสร็จทันตามกรอบเวลา เพราะเหลือไม่ถึง 10 มาตรา อีกทั้งทิศทางวิปรัฐบาลมีมติแล้วให้เดินหน้าโหวตผ่านในวาระ 3 ส่วนที่เห็นแย้งกันว่าจะให้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ไปว่ากันในชั้น กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่าในชั้นกรรมาธิการฯ ตัวแทน กกต.ให้ความเห็นไว้อย่างไร นพ.ระวีตอบว่า กรรมาธิการทุกคนรวมถึงตัวแทนจาก กกต.และคณะกรรมการกฤษฎีกา ยกเว้นกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยที่สนับสนุนให้ใช้สูตรหาร 500 มองไปในทิศทางหาร 100 แต่ไม่ได้บอกว่าสูตรหาร 500 ผิด แต่เมื่อมีมติให้กลับมาใช้สูตรหาร 500 แล้ว กกต.ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่ปรับใหม่

เพื่อไทยห่วงอภินิหารกฎหมาย

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสจะกลับไปใช้บัตรใบเดียวว่า ทางการเมืองบางครั้งข่าวลืออาจเป็นข่าวจริงที่มาก่อนเวลาอันควร 3 ป.ปิดห้องคุยเมื่อไรเป็นเรื่องทุกที พรรคร่วมรัฐบาลอาจออกอาการเขินๆบัตรเขย่ง เกรงกระแสตีกลับ แต่ทางปฏิบัติทุกพรรคพร้อมเอาด้วยกับ 3 ป. อภินิหารทางกฎหมายอาจเกิดขึ้นได้ แนวทางที่ตรงไปตรงมาคือบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ หาร 100 ก่อนหน้านี้ทุกพรรคเห็นชอบแนวทางนี้ การพลิกกลับไปมากลับลำอยู่หลายตลบ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบหวังสืบทอดอำนาจ ยิ่งกว่าครอบงำสภา เพราะสั่งซ้ายหันขวาหันได้ตามใจ 3 ป. ความกลัวทำให้เสื่อม ยิ่งพูดยิ่งประจานตัวเองว่ากลัวมากแค่ไหน การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะใช้บัตร 2 ใบหรือใบเดียว จะหาร 500 หรือ 100 ถ้าประชาชนไม่เลือกก็จบ รูดม่านปิดฉากระบอบสืบทอดอำนาจ

ทวงยางอาย “บิ๊กตู่” คืนอำนาจ

วันเดียวกัน นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษา ผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า 8 ปีภายใต้ระบอบการเมืองแบบ “ประยุทธ์” ที่ใช้อำนาจยึดมาจากรัฐบาลเลือกตั้ง บริหารประเทศจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่เคยใส่ใจทุกข์ยากประชาชน ทำสิ่งผิดเป็นถูกแบบหน้าไม่อาย ทำลายหลักนิติธรรม นิติรัฐ สกัดกั้นกลุ่มคนเห็นแตกต่างทุกรูปแบบ ได้เห็นการแก้รัฐธรรมนูญที่ไร้ความรับผิดชอบต่อหลักการประชาธิปไตย แก้ตามอำเภอใจไม่คำนึงถึงหลักการ ใช้อำนาจสั่งการแก้ไขให้ตนและพวกพ้องอยู่ในอำนาจยาวนานที่สุด ทำให้รัฐธรรมนูญขาดความน่าเชื่อถือ 8 ปีของ “ประยุทธ์” กล้าทำทุกเรื่องที่ผิดหลักการ ผิดกติกา เพราะถือดีว่ายึดกุมอำนาจการปกครองในประเทศไว้เพียงกลุ่มเดียว เพราะมีกลไก ส.ว. 250 คน ทำทุกอย่างตามใบสั่ง กลายสภาพจากที่ปรึกษาในสภาฯเป็นลิ่วล้อหุ่นยนต์ ยกมืออุ้ม “ประยุทธ์” คนเดียว แม้แต่รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้อยู่ในตำแหน่งนายกฯต่อเนื่องได้ไม่เกิน 8 ปี เริ่มมีท่าทีจะอยู่ในอำนาจต่อ วันที่ 23 ส.ค.นี้จะครองอำนาจครบ 8 ปี ขอเชิญชวนประชาชนจับตามอง ประเทศไทยไม่ได้เป็นของ “ประยุทธ์ และพวก” แต่เป็นของประชาชนทุกคน ถึงเวลามียางอาย คืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน

“สมชัย” ชี้ไม่ทันก็ใช้หาร 100

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการ เลือกตั้ง (กกต.) ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงข้อกังวลว่าจะพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ทันกรอบเวลา 180 วันว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 132 บัญญัติว่าถ้าพิจารณาไม่เสร็จภายใน 180 วัน ให้ใช้ร่างกฎหมาย ที่เสนอมาตามมาตรา 131 เป็นร่างที่ผ่านรัฐสภาได้เลย ไม่จำเป็นต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมอีก โดยทั้ง 4 ร่างที่เสนอเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา เนื้อหาไม่ต่างกันมาก คือการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยการหาร 100 แต่ร่างหลักคือร่าง ครม. หากรัฐสภาพิจารณาไม่ทันกรอบเวลาถือว่ารัฐสภาทำงานไม่เสร็จ เป็นความบกพร่องและเป็นความเสียหาย เสียเบี้ยเลี้ยงประชุมเปล่าๆ

“เอนก” แตะมือรวมไทยสร้างชาติ

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวถึงกระแสข่าวจะไปรวมกับพรรครวมไทยสร้างชาติว่า ตอนนี้ยังไม่ไปรวมกับใคร ส่วนจะรวมหรือไม่เป็นเรื่องอนาคต เมื่อถามว่าตอนนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ปรึกษาพรรครวมพลังประชาชาติไทย มีสถานะอยู่ในพรรคใด นายเอนกตอบว่า นายสุเทพยืนยันว่าอยู่กับพรรครวมพลังประชาชาติไทย ส่วนนายสุเทพกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่กำลังไปเป็นเลขาธิการพรรค รวมไทยสร้างชาตินั้น บางเรื่องพ่อลูกก็คิดอะไรไม่เหมือนกัน เวลาจะเป็นเครื่องบอกว่าใครคิดเหมาะสมกับสถานการณ์ ปัจจัยว่าพรรคเราจะอยู่หรือต้องไปรวมพรรคอื่น ต้องดูหลายอย่าง แต่ที่เห็นชัดๆคือ ถ้าใช้สูตรหาร 100 ก็จะเกิดความลำบากมากขึ้น ถ้าใช้ 500 หารก็ค่อยยังชั่ว เมื่อถามว่าจะจับมือเป็นพันธมิตรกับพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ นายเอนกตอบว่า มีมิตรภาพกันอยู่แล้ว หลายคนเคยร่วมกันทำงานมา ดังนั้นก็ถือว่าเป็นมิตรกัน

ปชป.เลือดไหล “บังมาด” ไปอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายสามารถ มะลูลีม อดีต ส.ส.กทม. ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คนล่าสุด เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา และสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติช่วงเย็นวันที่ 1 ส.ค. นายสามารถแจ้งความประสงค์ขอช่วยงานด้านกีฬา และกิจการโลกมุสลิมของพรรค ขณะที่นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เชื่อผมหรือยัง? เป็นอย่างที่ผมเคยพูดไว้ อีกท่านหนึ่งที่อยู่กับพรรคมาไม่ต่ำกว่า 30 ปี เป็นมาทุกตำแหน่ง ส.ข. ส.ก. ส.ส. และ ส.ว. อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มานาน วันนี้ไขก๊อกลาออกจากพรรค น่าเสียดาย ปชป.เลือดไหลไม่หยุด ถ้าไม่แก้ไข คนนี้คิดว่าคงไม่ใช่คนสุดท้ายแน่นอน”

ผบ.ทอ.อ้อน กมธ.ไฟเขียว F-35

ที่กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบ ประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ตัดงบจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-35 A ว่า โครงการจัดซื้อเครื่องบิน F-35 A อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ กับ กมธ.งบฯชุดใหญ่ ทอ.จัดซื้อแบบวิธีความช่วยเหลือทางการทหาร (FMS) เป็นการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล โปร่งใสตรวจสอบได้ ไม่มีผลประโยชน์ใด เคยจัดซื้อในรูปแบบดังกล่าวมาแล้วตอน F-16 คงกระพันมาเกือบ 40 ปี หาก F-35 A อนุมัติ เราใช้งานไปอีก 35-40 ปี หวังว่า กมธ.งบฯจะกรุณาสนับสนุนโครงการสำคัญนี้ ขอให้ประชาชนมีความเชื่อใจในความซื่อสัตย์ซื่อตรงของกองทัพอากาศ

ยก “ประยุทธ์” ผู้บังคับบัญชาที่ดี

เมื่อถามว่านายกฯเห็นชอบในการจัดซื้อเครื่องบิน F-35 A อย่างไรบ้าง พล.อ.อ.นภาเดชตอบว่า เรามีผู้บังคับบัญชาที่ดีมาก ไตร่ตรองอย่างรอบคอบในสภาวะเศรษฐกิจที่รุมเร้า แต่ ทอ.ใช้งบของตัวเองจัดซื้อ ไม่ได้ขอเพิ่มจากที่รัฐบาลตั้งกรอบไว้ให้ เมื่อถามว่ามีแนวโน้มจะผ่านสภาคองเกรสของสหรัฐฯมากน้อยเพียงใด พล.อ.อ.นภาเดชตอบว่า ต้องบอกว่ามันเป็นเรื่องยาก และโอกาสที่เราจะได้ก็ยาก แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาส เรายังมีโอกาส แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราได้รับการสนับสนุน เห็นพ้องต้องกันเป็นหนึ่งเดียว โครงการนี้ไม่มีสิ่งที่เป็นโทษ ไม่มีการทุจริต ไม่ได้ซื้อของไม่ดี หากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและประชาชน เชื่อว่าเปอร์เซ็นต์สำเร็จจะมีสูงมาก

“โจ้” หวดกระสันซื้อ F-35 ไม่คุ้ม

ที่รัฐสภาเมื่อเวลา 15.00 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 เพื่อพิจารณาเรื่องที่กองทัพอากาศยื่นเอกสารขออุทธรณ์ กรณีอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ และไอซีทีฯ ตัดงบโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35 A โดย กมธ.รุมซักถามความไม่ชัดเจนของ ทอ.อย่างเดียว เพราะ ทอ.ไม่ส่งตัวแทนเข้าชี้แจง ส่งแต่เอกสารระบุว่า โปรดพิจารณาปรับลดงบฯจาก 738.2690 ล้านบาท ลงเหลือ 369.1345 ล้านบาท เพื่อให้โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ระยะที่ 1 ดำเนินต่อไปได้ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตอนแรก ทอ.บอกว่า เป็นงบร้อยละ 10 จำนวน 738 ล้านบาท พอทำท่าจะไม่ได้ก็มาเหลืออยู่ 369.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 5 และท่าทีสหรัฐฯจะขายให้เฉพาะชาติพันธมิตรนาโต ไม่ใช่ซื้อง่ายๆ สิ่งที่ตามมาคือ F-35 A มีค่าบิน ชั่วโมงละ 1,300,000 บาท

โผทหาร-ผู้ว่าฯขอให้ใจเย็นๆ

อีกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวถึงนโยบายโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในช่วงปลายปีว่า การตรวจสอบมีคณะกรรมการคัดสรร โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นผู้ตรวจสอบระดับหนึ่งก่อนมาถึงตน ต้องตรวจสอบในหลายๆเรื่อง ทั้งด้านกฎหมาย และความเหมาะสม รวมถึงผลงาน ความประพฤติ และความอาวุโส เมื่อถามว่ากระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหมเริ่มคัดสรรแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยัง ตามระยะเวลาก็เดือน ส.ค.จะพิจารณาให้ทันในเดือน ก.ย. และมีผลในเดือน ต.ค. ขอให้ใจเย็นๆ

“พิชัย” เฉ่ง “บิ๊กตู่” มหันตภัย ศก.

ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจโลกถดถอย ดอกเบี้ยขาขึ้น ราคาพลังงานพุ่งสูง ซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย 8 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ บริหารขาดความรู้ ความสามารถ สังเกตได้รัฐมนตรีที่ออกไปแล้วตำหนิความด้อยความสามารถของ พล.อ.ประยุทธ์กันทุกคน ตั้งแต่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล นายสมหมาย ภาษี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เชื่อว่านายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รมว.พลังงาน ออกไปก็คงตำหนิเช่นกัน ปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ยังคิดได้เพียงโครงการคนละครึ่ง อ้างเศรษฐกิจดีขึ้นให้แค่ 800 บาท ทั้งที่ก่อนหน้านายอาคมเพิ่งบอกให้รัฐบาลเลิกแจกเงิน หันมาฟื้นฟูเศรษฐกิจแต่ไม่เข้าใจ คิดแจกเงินอย่างเดียว ภัยคุกคามทางเศรษฐกิจหนักที่สุดคือตัว พล.อ.ประยุทธ์ ที่พยายามรักษาอำนาจทุกวิถีทาง กลัวแพ้แก้กติกากลับไปมา ควรสำนึกได้แล้ว อย่าดันทุรังอีกเลย

เปิดกรุสมบัติ กสทช.ล้วนอู้ฟู่

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการเปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ 3 กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) 3 ราย โดย พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ แจ้งบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นตำแหน่งเมื่อวันที่ 13 เม.ย.65 มีทรัพย์สิน 2,513,068,104 บาท หนี้สิน 11,292,848 บาท เป็นของ พล.ท.พีระพงษ์ 109,234,478 บาท ของนางจรรยา สว่างจิตร คู่สมรสไม่จดทะเบียน 2,403,833,626 บาท นายต่อพงศ์ เสลานนท์ แจ้งกรณีเข้ารับตำแหน่งวันที่ 13 เม.ย.65 มี 5,934,545 บาท หนี้สิน 2,921,393 บาท เป็นของนายต่อพงศ์ 5,584,581 บาท ของ น.ส.ชนกาน เข็มผง คู่สมรสไม่จดทะเบียน 349,964 บาท ส่วน น.ส.พิรงรอง รามสูต กรณีเข้ารับตำแหน่งวันที่ 13 เม.ย.65 มี 117,222,917 บาท หนี้สิน 4,516,540 บาท เป็นของ น.ส.พิรงรอง 69,402,642 บาท ของนายนล รณะนันทน์ คู่สมรส 47,554,827 บาท

“ป้าเป้า” รอดคุกศาลรอลงอาญา

ที่ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนางวรวรรณ หรือป้าเป้า แซ่อั้ง อายุ 67 ปี นายนพดล สินบุญเชิญ นายธนา กำพูล นายเอกณัฏฐ์ สมบัติ ยิ่งวัฒนา นายวีรวัฒน์ คำภีร์ทูล (หนีประกัน) นายกฤษณะ มินา นายปภังกร โพธิ์เจริญ และนายกัณฐกะ พรมโต ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-8 ฐานร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญจะใช้กำลังประทุษร้ายฯ โดยคนหนึ่งคนใดมีอาวุธฯ, ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่, ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคโควิด กรณีวันที่ 11 ส.ค.2564 จำเลยทั้ง 8 กับกลุ่มชุมนุมราว 200 คน จัดกิจกรรม “11 สิงหาไล่ล่าทรราช” ที่ถนนราชวิถี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ศาลพิพากษาจำเลยมีความผิดฐานชุมนุม หรือทำกิจกรรมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคโควิด จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท แต่จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ทั้งประกอบอาชีพและมีภาระต้องเลี้ยงดูแลครอบครัว บางคนกำลังศึกษาอยู่ อยากให้เอาเป็นบทเรียนและทบทวนตัวเอง ให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี คุมประพฤติ 2 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้งภายในระยะเวลาที่กำหนด และทำงานบริการสังคมเป็นเวลา 24 ชั่วโมง

ศาลประทับรับ “กัลฟ์” ฟ้อง “โรม”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีที่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยนัดสอบคำให้การของจำเลยในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ คดีนี้สืบเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ของนายรังสิมันต์ โรม เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2564 ที่พาดพิงถึงบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ ที่เป็นบุคคลภายนอก ด้วยข้อมูลที่บิดเบือน ทำให้ได้รับความเสียหาย หลังการอภิปราย นายรังสิมันต์ยังนำข้อความอภิปรายไปเผยแพร่ซ้ำใน เฟซบุ๊กส่วนตัว ทำให้บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯต้องปกป้องสิทธิ ฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดีแพ่งเป็นเงิน 100 ล้านบาท

คุณกำลังดู: นายกฯ ปฏิเสธ! ออกใบสั่ง ตั้งพรรค รทสช. เพื่อไทยห่วงมีอภินิหารพลิกกฎหมาย

หมวดหมู่: การเมือง

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/politic/2462574

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด