นายกฯ ลงพื้นที่ห้วยกระเจา ตรวจโครงการน้ำบาดาล แก้ขาดแคลนน้ำตามพระราชดำริ

นายกฯ ลงพื้นที่ห้วยกระเจา ตรวจโครงการน้ำบาดาล แก้ขาดแคลนน้ำตามพระราชดำริ

บิ๊กตู่เยือนกาญจนบุรี ตรวจเยี่ยมโครงการน้ำบาดาลที่ห้วยกระเจา เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งตามพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาประชาชนขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค ทำให้นำน้ำบาดาลมาใช้ได้ 1.75 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี

จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อ เวลา 09.30 น. วันที่ 4 ส.ค. 65 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อม พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย นายอรรถวิทย์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ ร่วมคณะเดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามความเรียบร้อยโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ท้องที่บ้านทุ่งคูณ หมู่ 19 ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี โดยมีประชาชนชาวห้วยกระเจา กว่า 500 คนร่วมต้อนรับ

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานสรุปโครงการแก้ปัญหา หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีมอบถังบรรจุน้ำขนาด 20 ลิตรแก่ตัวแทนชาวบ้าน

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้มาตรวจเยี่ยมโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่มีคุณประโยชน์ต่อประชาชน ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพบปะกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรีอีกครั้ง และถือเป็นโอกาสดีที่ได้มาตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ณ โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านทุ่งคูณในวันนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปณิธาน สืบสาน รักษา ต่อยอด ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับ โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง 15 โครงการ ครอบคลุม 11 จังหวัด ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แก่ราษฎรจากภาวะวิกฤติภัยแล้ง ซึ่งพื้นที่ห้วยกระเจา เป็น 2 ใน 15 โครงการดังกล่าว

ที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้การช่วยเหลือแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในจังหวัดกาญจนบุรี โดยได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลดำเนินการ ได้แก่

1. การสำรวจพื้นที่ขุดเจาะน้ำบาดาล ซึ่งมีการค้นพบพื้นที่ที่เหมาะสม จำนวน 3 จุด จากทั้งหมด 15 จุด ทั่วประเทศ ซึ่งปริมาณน้ำใต้ดินมีเพียงพอ เลี้ยงพื้นที่ เขตแห้งแล้งทั้งหมดได้ ถ้ามีการบริหารจัดการระบบน้ำได้เพียงพอ และเหมาะสม
2. การสร้างสถานีสูบน้ำโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ 1 แห่ง และที่ตำบลห้วยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา 2 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะพัฒนาได้ประมาณ 250 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำเพิ่มเติมรายปี 4.68 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี สามารถพัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ได้ 1.75 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในภาพรวมทั้งประเทศ โดยมีส่วนหนึ่งที่มอบหมายให้แต่ละจังหวัด พิจารณา โครงการที่เป็นประโยชน์เพื่อสร้างรายได้ และเพิ่มมูลค่าผลผลิตภาคประชาชน ซึ่งทราบว่า จังหวัดกาญจนบุรีจะก่อสร้างระบบกระจายน้ำโดยวางท่อเมนเหล็ก เพื่อส่งต่อน้ำบาดาลให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ระยะทาง 11.835 กิโลเมตร ซึ่งนับเป็นโครงการที่ดี เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการเรียบร้อยแล้ว

"ท้ายนี้ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนต่อยอดโครงการเพื่อกระจายน้ำให้กับพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เพื่อให้สามารถนำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ในการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ และทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ตลอดจนการสนับสนุน การจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำบาดาลหรือผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการน้ำ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุด และนำไปสู่การกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการน้ำบาดาลที่เหมาะสมกับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมร่วมกันต่อไป" นายกรัฐมนตรี กล่าว.

คุณกำลังดู: นายกฯ ลงพื้นที่ห้วยกระเจา ตรวจโครงการน้ำบาดาล แก้ขาดแคลนน้ำตามพระราชดำริ

หมวดหมู่: ภูมิภาค

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/central/2464384

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด