นำเข้าจากอินเดีย จับยาโควิดเถื่อน ทลายแก๊งใหญ่กว่า 10 ล้านบาท ย้ำซื้อกินเอง-อันตราย

นำเข้าจากอินเดีย จับยาโควิดเถื่อน ทลายแก๊งใหญ่กว่า 10 ล้านบาท ย้ำซื้อกินเอง-อันตราย

19 ส.ค.จับตา ศบค.ชุดใหญ่ประชุมประเมินสถานการณ์ และพิจารณามาตรการต่างๆ “หมอทวีศิลป์” แถลงหลังจาก ผ่อนคลายมาตรการเมื่อเดือน ก.ค.มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น ขอให้มั่นใจในมาตรการคัดกรองคนเข้าประเทศ ส่วนการติดเชื้อในกลุ่มนักเรียนหลังเปิดสถานศึกษา พบติดเชื้อในโรงเรียนแค่กว่า 5% แต่ติดจากที่อื่นๆมากถึงกว่า 70% กระทรวงสาธารณสุขประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. และ บก.ปอท. ทลายขบวนการ “ยาเถื่อน” จับกุมเครือข่ายขายยารักษาโควิด-19 ที่ลักลอบนำเข้าจากอินเดีย พบของกลางกว่า 80,000 เม็ด มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท “อนุทิน” เตือนอย่าซื้อยากินเองต้องจ่ายโดยแพทย์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเผยยา มีสำรองในพื้นที่ใช้ได้ต่อเนื่อง 14 วัน

ศบค.ชุดใหญ่เตรียมประชุมประเมินสถาน การณ์และพิจารณามาตรการต่างๆ ในวันที่ 19 ส.ค.นี้ ทั้งนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 4 ส.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในไทย ว่าพบผู้ติดเชื้อใหม่ 2,166 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 29 ราย เป็นชาย 18 ราย หญิง 11 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 24 ราย มีโรคเรื้อรัง 4 ราย ไม่มีโรคเรื้อรัง 1 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 4,598,725 ราย หายป่วยสะสม 4,545,856 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 31,492 ราย และตัวเลขผู้ติดเชื้อ ที่รายงานแต่ละวัน เป็นตัวเลขของผู้ป่วยที่พักรักษาในโรงพยาบาล

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ขณะที่ผู้ติดเชื้อที่ลงทะเบียน OPSI หรือเจอ แจก จบ ที่ตรวจพบเชื้อ แบบ ATK ในสัปดาห์ที่ 30 ระหว่างวันที่ 24-30 ก.ค.มีตัวเลข 201,554 ราย เฉลี่ยวันละ 28,793 ราย อัตราการครองเตียงเฉลี่ยอยู่ที่ 17.1% กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่ายังมีศักยภาพในการรักษาและยังขยายเตียงได้ ส่วนเรื่องยาโมลนูพิราเวียร์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่ามีคุณภาพเพียงพอในการรักษาประชาชน และเน้นย้ำให้ภาครัฐดูแลการให้ยาผ่านการสั่งยาของแพทย์ โดยรัฐบาลออกค่าใช้จ่ายให้ ไม่ควรซื้อยา นอกจากที่ภาครัฐกำหนดไว้ให้ เพราะไม่แน่ใจคุณภาพยา และยาไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือที่เรียกว่ายาเถื่อน อาจมีอันตรายต่อตนเองได้

โฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวในเดือน ก.ค. หลังการผ่อนคลายมาตรการไทยแลนด์พาส มีตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 1.07 ล้านกว่าคน เพิ่มจากเดือน มิ.ย.ที่มีเพียง 7.6 แสนคน จากการสุ่มตรวจผู้เดินทางเข้าประเทศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเดือน ก.ค. ที่มี 770,614 คน โดยสุ่มเพียง 15% คือ 117,567 คน พบส่วนใหญ่มีใบวัคซีนตามเกณฑ์และมีใบรับรองการตรวจหาเชื้อ มีแค่ 13 คนเท่านั้นที่ไม่มีใบวัคซีนและใบรับรองผลตรวจ ถือว่าน้อยมาก จึงขอให้มั่นใจในมาตรการคัดกรองคนเข้าประเทศ สำหรับการติดเชื้อในสถานศึกษา จากการประเมินประวัติติดเชื้อใน 1 เดือนที่ผ่านมา จากแบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพนักเรียนในสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ในสถานศึกษา พบเป็นการติดเชื้อในโรงเรียนเพียง 5.66% ไม่ทราบสาเหตุ 8.96% ติดเชื้อจากบุคคลในบ้าน 14.93% และอื่นๆ มากที่สุด 70.45% วันที่ 19 ส.ค.จะมีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เพื่อประเมินสถานการณ์และพิจารณามาตรการต่างๆนำไปสู่การปฏิบัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.ฝากขอบคุณประชาชน รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความร่วมมือในการป้องกันโควิด-19 อย่างดี

วันเดียวกัน ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค) และ พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ปอท. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) ร่วมแถลงข่าวจับกุมเครือข่ายขายยาโควิดเถื่อน

นายอนุทินเปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาร่วมกับ บก.ปคบ. สืบหาแหล่งขายยารักษาโควิด-19 ที่ผิดกฎหมายทางสื่อออนไลน์ พบมีการลักลอบนำเข้ายาโมลนูพิราเวียร์ ฟาวิพิราเวียร์ เรมดิซิเวียร์ สเปรย์พ่นจมูกที่มีส่วนประกอบของ Nitric Oxide โดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่ผ่านการตรวจสอบจากด่านอาหารและยา เป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา จนจับกุมเครือข่ายได้ 3 ราย ได้ของกลางกว่า 2,300 กล่อง ประมาณ 80,000 เม็ด มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยผู้ต้องหารู้จักกับคนอินเดียได้ให้ช่วยซื้อยาส่งมาจากอินเดีย ส่วนใหญ่ลักลอบนำเข้าผ่านด่านศุลกากรไปรษณีย์ แจ้งวัฒนะ กับมียาบางส่วนที่ผู้ต้องหาหิ้วติดตัวทยอยนำเข้า ทำมาแล้วประมาณ 2 เดือน ขอย้ำประชาชนว่าไม่ควร ซื้อยาออนไลน์กินเอง เนื่องจากยารักษาโควิด-19 ยังอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐต้องผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย. ยังไม่มีการจำหน่ายตามท้องตลาด การจ่ายยาขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ การซื้อมารับประทานเองถือเป็นยาเถื่อน เพราะจะมั่นใจอย่างไรว่าปลอดภัยมีคุณภาพ ยาของกลางทั้งหมดต้องนำไปทำลาย

ด้าน พ.ต.อ.ธรากรกล่าวว่า บก.ปคบ.ได้รับแจ้งเบาะแสจาก อย.ว่า มีการลักลอบขายยารักษาโควิด-19 ผ่านสื่อออนไลน์ผิดกฎหมายจำนวนมาก จึงล่อซื้อและเข้าตรวจค้นจุดแรกที่บ้านหลังหนึ่งในซอยลาดพร้าว 80/3 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ผลการตรวจค้นพบยาโมลนูพิราเวียร์และยาฟาวิพิราเวียร์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา รวมของกลางมูลค่า 9,500,000 บาท มี น.ส.ฉลวยรัตน์ (สงวนนามสกุล) รับเป็นเจ้าของเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้า แจ้งข้อกล่าวหาและยึดยาดังกล่าวไว้เป็นของกลาง ต่อมาตำรวจได้สืบสวนขยายผลจนทราบแหล่งที่มาและสถานที่จัดเก็บยานี้ อยู่ในพื้นที่ซอยราชพฤกษ์ 9 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพ มหานคร เข้าตรวจค้นพบยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาจำนวนมาก รวมมูลค่าของกลาง 1 ล้านบาท มีนายประเสริฐ (ขอสงวนนามสกุล) เป็นเจ้าบ้านและรับว่าเป็นเจ้าของยา โดยนำเข้ายามาจากอินเดีย เนื่องจากมีการซื้อขายนมเนยจากอินเดียอยู่แล้ว จึงใช้ช่องทางนี้ลักลอบนำยาเข้ามา

พ.ต.อ.ธรากรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้ขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อยในขบวนการอีก 1 ราย คือ น.ส.ขนิษฐา (สงวนนามสกุล) การจับกุมครั้งนี้ดำเนินการได้ทั้งต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำ ถือเป็น 1 แก๊งใหญ่ กำลังติดตามรายอื่นๆอีก รวมทั้งกำลังขยายผลสืบสวนไปถึงชาวอินเดียและแหล่งจำหน่ายด้วย จึงอยากเตือนประชาชน ยากลุ่มนี้รักษาเฉพาะด้านต้องให้แพทย์สั่ง แม้จะเป็นผู้ค้ารายย่อยหรือนายหน้าขายเฟซบุ๊ก ไม่มีของกลางในมือก็ผิดกฎหมาย ใครมีเบาะแสขอให้แจ้งมาได้ที่สายด่วน 1135 ปคบ. และเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค โดยเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบ

นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ค. 65 กระทรวงจัดสรรยาฟาวิพิราเวียร์ 265.5 ล้านเม็ด โมลนูพิราเวียร์ 12 ล้านเม็ด เรมดิซิเวียร์ 375,210 ไวอัลให้ รพ.รัฐและเอกชน ปัจจุบันยาฟาวิพิราเวียร์และโมลนูพิราเวียร์อยู่ในพื้นที่ 11 ล้านเม็ด ใช้เฉลี่ย 7.8 แสนเม็ดต่อวัน เพียงพอการใช้ 14 วัน จะเติมยาด้วยระบบ VMI เพื่อให้ยาในพื้นที่มีสำรองสำหรับการใช้ 14 วันอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรมดิซิเวียร์เหลืออยู่ในพื้นที่ 35,000 ไวอัล ใช้เพียงพอ 12 วัน ส่วนกลางยังมีสำรองยาฟาวิพิราเวียร์และโมลนูพิราเวียร์ 2.8 ล้านเม็ด เรมดิซิเวียร์ 7,000 ไวอัล อยู่ระหว่างจัดซื้อเพิ่มเติม คือ ฟาวิพิราเวียร์ 10 ล้านเม็ด โมลนูพิราเวียร์ 20 ล้านเม็ด เรมดิซิเวียร์ 80,000 ไวอัล ยารักษาโควิดไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้าน เป็นยาต้านไวรัสมีฤทธิ์ มีเวลาหมดอายุ ไม่ควรกินเล่นหรือเก็บไว้ เพราะอาจมีเสื่อมสภาพต้องให้ตามแพทย์สั่ง

นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณี รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กระบุถึงการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ มีผลต่อการกลายพันธุ์ในสัตว์ทดลองทำให้หนูกลายเป็นตัวเงินตัวทองว่า เป็นการเขียนโดยอารมณ์ ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ ไม่ควรเอามาขยายความต่อ แสดงให้เห็นถึงอคติอย่างรุนแรง ได้พบกับอธิการบดีจุฬาฯ ท่านไม่เห็นด้วยกับคนที่ไม่เกี่ยวข้องแล้วมาให้ข้อมูล แต่เป็นเรื่องบุคลากรที่ต้องจัดการกันเอง รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้สั่งสอบแล้วเรื่องแบบนี้ต้องเชื่อ แพทย์อยู่แล้ว อย่าเชื่อข้อมูลจากผู้ไม่เกี่ยวข้อง

วันเดียวกัน สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จัดเสวนาออนไลน์เรื่องผลการใช้วัคซีนเข็มกระตุ้นและข้อมูลวัคซีนตัวใหม่ พญ.ปิยนิตย์ ธรรมาภรณ์พิลาศ นายแพทย์ ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประสิทธิผลของวัคซีนใช้จริงระดับประเทศ ช่วงการระบาดของโอมิครอนเดือน ม.ค.-เม.ย.2565 พบว่าการฉีดวัคซีน 2 เข็มแบบไขว้ ลดการป่วยรุนแรงแบบใส่ท่อช่วยหายใจได้ร้อยละ 83 โดยสูงกว่าการฉีดแบบ 2 เข็ม ในสูตรเดียวกัน ส่วนการฉีดเข็มกระตุ้น พบว่าเข็ม 3 ป้องกันการติดเชื้อร้อยละ 6 เข็ม 4 ป้องกันได้ร้อยละ 71 เข็ม 5 ป้องกันได้ ร้อยละ 83 และทั้งเข็ม 3, 4, 5 ลดการป่วยรุนแรงได้ร้อยละ 70-99 ลดการเสียชีวิตได้ร้อยละ 72-99 ทั้งชนิด ไวรัลเวคเตอร์และ mRNA ดังนั้นคนไทยทุกคนควรได้รับการวัคซีนเข็มกระตุ้น เมื่อรับเข็มสุดท้ายครบ 4 เดือนแล้วควรไปรับเข็มกระตุ้น โดยเฉพาะกลุ่ม 608 และยังควรใช้มาตรการสังคม ได้แก่ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ

สำหรับความคืบหน้าของวัคซีนตัวใหม่ พญ.สุเนตร ชื่นกิจมงคล รอง ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้วัคซีนโมเดอร์นาและไฟเซอร์มีการผลิตวัคซีนรุ่นใหม่โดยใช้เชื้อโอมิครอน BA.1 มีการเสนอผลการทดสอบเบื้องต้น เทียบกับวัคซีนรุ่นปัจจุบันที่ใช้เชื้ออู่ฮั่นต่อองค์การอาหารและยา สหรัฐ อเมริกา ผลการเปรียบเทียบพบว่า วัคซีนรุ่นใหม่ กระตุ้นภูมิเพื่อป้องกันโอมิครอน BA.1 ได้มากกว่าวัคซีนรุ่นปัจจุบัน 1.75 เท่า ถือว่าไม่สูงมากนัก นอกจากนี้ องค์การอาหารและยา สหรัฐฯ ยังแนะนำให้ผู้ผลิตวัคซีนทั้ง 2 รายเร่งผลิตวัคซีนที่ใช้เชื้อ BA.4 และ BA.5 ที่ระบาดในขณะนี้และกว่าที่วัคซีนแต่ละรุ่นจะผลิตออกมาใช้ได้ ต้องใช้เวลาอีก 6 เดือน เมื่อถึงเวลานั้นเชื้อโควิดอาจกลายพันธุ์อีก ดังนั้นเมื่อผลวิจัยออกมาว่า วัคซีนปัจจุบันมีประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับรุ่นใหม่ที่ยังไม่ได้ผลิตออกมาใช้ จึงควรอยู่กับปัจจุบัน โดยรับวัคซีนรุ่นที่มีอยู่ เพื่อป้องกันการระบาดที่เกิดขึ้นเวลานี้ ไม่ควรรอวัคซีนรุ่นใหม่ที่ยังมาไม่ถึง

ด้านผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงชายชาวเยอรมันที่พบมาป่วยในไทยที่ จ.ภูเก็ต และเข้ารักษาตัวที่ รพ.เอกชนนั้น นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ผลการตรวจหาเชื้อของแฟนสาวชายชาวเยอรมันคนดังกล่าวผลเป็นลบ แต่ยังต้องเฝ้าสังเกตอาการเป็นเวลา 21 วัน เช่นเดียวกับคนในครอบครัวอีก 6 คน อยู่ระหว่างการเฝ้าสังเกตอาการ ขณะที่หนุ่มเยอรมันอาการไม่รุนแรง ยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ. ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะเชื้อดังกล่าวไม่ได้ติดกันง่ายๆ เป็นแล้วหายได้ภายใน 2-4 สัปดาห์

ด้านนายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ได้ออกมายืนยันว่า ข่าวพบผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิง ไม่ส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยว ขอให้ประชาชนศึกษาทำความเข้าใจของโรคว่า ไม่ได้ติดกันง่ายๆ ฝากถึงนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปว่า ยังคงเดินทางท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตได้ตามปกติ มั่นใจในระบบสาธารณสุขว่าสามารถป้องกันได้ดี

คุณกำลังดู: นำเข้าจากอินเดีย จับยาโควิดเถื่อน ทลายแก๊งใหญ่กว่า 10 ล้านบาท ย้ำซื้อกินเอง-อันตราย

หมวดหมู่: ภูมิภาค

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/2464601

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด