เมื่อต้องเลี้ยงบุตรหลานที่เป็น "เด็กพิเศษ" ให้เติบโตเป็นอย่างดี

เด็กพิเศษ ต้องไม่ใช่คนเดียวที่ต้องเผชิญหน้ากับสังคม ดังนั้น พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่ดูแลเด็กจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือให้พวกเขาเติบโต เอาตัวรอด และใช้ชีวิตอยู่บนโลกให้ได้

เมื่อต้องเลี้ยงบุตรหลานที่เป็น "เด็กพิเศษ" ให้เติบโตเป็นอย่างดี

การจะ “มีลูก” ต่อให้แค่เพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่ง่ายอย่างที่คิด นอกจากความพร้อมด้านวุฒิภาวะของพ่อแม่ การเงิน เวลา และอีกหลาย ๆ สิ่งที่คุณจะสามารถเตรียมพร้อมเพื่อลูกได้แล้ว คุณอาจจะลืมนึกถึงปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือพยายามจะควบคุมแล้วแต่ก็หยุดไม่ได้ กรณีที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นกับลูกของคุณ เมื่อเด็กบางคนเกิดมาแล้วไม่เหมือนกับเด็กปกติทั่ว ๆ ไป เป็น “เด็กพิเศษ” ที่เราต่างรู้ดีว่าหมายถึงอะไร

ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนที่อยากให้ลูกตัวเองเกิดมาเป็น “เด็กพิเศษ” เด็กที่มีความผิดปกติ พิการ หรือไม่สมประกอบ สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว นี่เป็นเรื่องที่แย่ที่สุดในการรับมือ เด็กทารกจะต้องเติบโตต่อไปอย่างไร ในอนาคตพวกเขาจะใช้ชีวิตอย่างไร คือสิ่งที่พ่อแม่กลัวที่สุด แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเขาเกิดมาแล้วก็ต้องเลี้ยงดูกันต่อไปให้ตลอดรอดฝั่ง แม้ว่าจะไม่มีทางรักษาให้หายขาด ทว่าก็จะทำทุกทางเพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้แบบเด็กปกติทั่วไปให้ได้มากที่สุด พอจะช่วยเหลือตัวเองได้ อยู่ในสังคมได้ โดยเฉพาะในวันที่พ่อแม่ไม่อาจฝืนธรรมชาติอยู่กับพวกเขาได้อีกต่อไป

เด็กพิเศษ ต้องไม่ใช่คนเดียวที่ต้องเผชิญหน้ากับสังคม ดังนั้น พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่ดูแลเด็กจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือให้พวกเขาเติบโต เอาตัวรอด และใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่มักจะปฏิเสธผู้ที่ด้อยกว่าเสมอให้ได้ เหมือนกับที่บางครอบครัวที่รับไม่ได้ที่ลูกตัวเองกลายเป็นเด็กพิเศษ บ้างก็อายสังคม ไม่พร้อมแบกรับภาระในการดูแลนั่นเอง ถึงอย่างนั้น พ่อแม่จะเข้าใจและทำให้พวกเขาเห็นคุณค่าในตัวเองได้อย่างไร ในเมื่อพอโตขึ้น พัฒนาการของพวกเขาจะทำให้พวกเขาต้องรับรู้ว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น


1. เปลี่ยนความคิดของตัวเองก่อนเลย
เปลี่ยนความคิดของคุณเกี่ยวกับความหมายของการเป็นพ่อแม่ที่ดีที่เคยคิดฝัน เพราะหลาย ๆ อย่างที่คุณเคยวางแผนไว้มันอาจจะไม่เหมาะสมเท่าไรนักในการเลี้ยงดูเด็กพิเศษ เวลานี้คุณต้องเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงลูกใหม่ทั้งหมดให้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมกับการเลี้ยงและดูแลเด็กที่มีความผิดปกติ คุณต้องเข้าใจว่าเมื่อพวกเขาโตพอที่จะรู้เรื่อง พวกเขาจะเริ่มมีมุมมองในการมองตัวเองว่าไม่เหมือนกับคนอื่น คุณจึงต้องช่วยพวกเขาให้ค้นพบความสามารถบางอย่างที่จะช่วยปรับทัศนคติว่าสิ่งนี้เป็นศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตพวกเขาได้ ต่อให้พวกเขาจะไม่เหมือนคนอื่น แต่พวกเขาไม่ได้แปลกประหลาด ยอมรับสิ่งที่ไม่เหมือนคนอื่นให้ได้ แล้วจะปรับตัวได้ง่ายขึ้น


2. จัดการตัวเลือกให้พวกเขา
ข้อเท็จจริงก็คือส่วนใหญ่แล้วสิ่งต่าง ๆ บนโลกใบนี้ ล้วนไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับเด็กพิเศษหรือคนที่มีความผิดปกติ เพราะฉะนั้น อะไรหลาย ๆ อย่างที่พวกเขาต้องการและจำเป็นต้องมีต้องใช้ มันไม่ใช่สิ่งที่หาได้ทั่ว ๆ ไปแบบที่มีไว้เพื่อทุกคน ตัวเลือกที่พวกเขาต้องการ อาจไม่ได้มีอยู่ในรายการตัวเลือกของคนทั่วไป ซึ่งถ้าไม่มีคุณอาจต้องสร้างมันขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานั้น ให้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตของพวกเขา เพื่อช่วยพวกเขาในกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาเป็นรายบุคคล นอกเหนือจากสิ่งที่เด็กทุกคนต้องการ พวกเขาอาจต้องการสิ่งต่าง ๆ เพิ่มเติม เช่น ผู้เชี่ยวชาญ การบำบัด อาหารบางอย่างที่ไม่เหมือนกับเด็กทั่วไป เป็นต้น คุณต้องเตรียมสิ่งเหล่านี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


3. จัดงานเฉลิมฉลองเหตุการณ์สำคัญและวันหยุดให้แตกต่าง
พวกเขามีโอากาสที่จะถูกละทิ้งหรือปฏิเสธการมีส่วนร่วมในงานเลี้ยงที่สนุกสนาน โดยมันอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของพวกเขาด้วย ทำให้พวกเขารู้สึกลบกับตัวเองมากกว่าเดิม สิ่งที่คุณช่วยได้คือให้โอกาสพวกเขาได้มีส่วนร่วมกับสิ่งสนุกสนาน อะไรที่ทำแล้วสนุกมีความสุข ใคร ๆ ชอบทั้งนั้น อย่างไรก็ดี คุณอาจต้องแยกลักษณะของการเฉลิมฉลองออกเป็นการเฉลิมฉลองให้กับเหตุการณ์สำคัญ กับการเฉลิมฉลองในวันหยุดธรรมดา

สำหรับเหตุการณ์สำคัญ แม้ว่าจะไม่ใช่เทศกาลสำคัญที่มีการเฉลิมฉลองกันปกติในสังคมหรือวัฒนธรรม แต่คุณสามารถฉลองให้กับช่วงเวลาสำคัญของพวกเขาได้ การให้ความสำคัญกับความสำเร็จของพวกเขาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก พวกเขาก็ต้องการกำลังใจ ความกระตือรือร้น และความรู้สึกว่าเป็นคนสำคัญเช่นเดียวกับเด็กคนอื่น ๆ แสดงออกว่าคุณยอมรับในตัวพวกเขา จะช่วยให้พวกเขาเห็นความสำเร็จของตัวเองแม้ว่าจะแตกต่าง รู้สึกมีคุณค่า และช่วยให้พวกเขานับถือตนเองมากขึ้น เพราะมีคนที่ร่วมยินดีกับความสำเร็จ

ในวันหยุดธรรมดา ๆ เราก็สามารถสนุกสนานรื่นเริงได้ เพียงแค่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะได้สนุกไปพร้อมกัน โดยมีการเตรียมความพร้อมหากพวกเขาแสดงพฤติกรรมที่แตกต่างจากคนอื่น ลดสิ่งที่จะกระตุ้นให้พวกเขารู้สึกไม่ดี สิ่งนี้จะช่วยสอนเรื่องการเข้าสังคมให้กับพวกเขา เพราะพวกเขาเองก็ต้องการสังคมเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป อยากสนุกสนานกับเพื่อนฝูง อยากเป็นที่ยอมรับ มันจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาเอง


4. สนับสนุน ส่งเสริม ให้พวกเขาอยู่ในสังคม
เด็กพิเศษมักจะมาพร้อมกับความสามารถพิเศษ ซึ่งความสามารถพิเศษที่ว่าอาจมีศักยภาพมากพอที่จะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาได้ แต่ความสามารถเหล่านี้อาจถูกลดทอนจากสังคมหรือถูกมองข้ามบ่อย ๆ เพียงเพราะพวกเขาเป็นเด็กพิเศษ แต่ถ้าคุณมีวิธีที่จะช่วยเหลือพวกเขาให้ได้พบกับความสามารถพิเศษ แถมยังเป็นสิ่งที่พวกเขาชอบ ก็ช่วยสนับสนุนให้พวกเขามีจุดยืนในสังคมได้ง่ายขึ้น พยายามส่งเสริมให้พวกเขาเห็นว่าพวกเขาจะต้องปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับโลกใบนี้ ให้พวกเขาได้มีทางออกจากการถูกปฏิเสธ ได้บรรลุเป้าหมาย ได้เฉลิมฉลองความสำเร็จ สิ่งเหล่านี้จะเชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับโลกได้ในที่สุด พยายามที่จะอยู่ในสังคมให้ได้


5. ท้าทายระบบที่ไม่เอื้อ
ข้อเท็จจริงก็คือโลกที่เราอาศัยอยู่ไม่ได้ให้คุณค่า เข้าใจ หรือมีสิ่งที่ตอบสนองบุคคลกลุ่มพิเศษเสมอไป ฉะนั้น ภาระทั้งหมดจึงอยู่ที่พ่อแม่ ที่ต้องสนับสนุนบุตรหลานของตัวเอง เหมือนกับความพยายามท้าทายระบบที่ค่อนขอดว่าจะไปรอดสักกี่น้ำ โดยเริ่มได้ที่บ้านของคุณ พยายามที่จะเลี้ยงดูให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมให้ได้ ทั้งที่มันไม่ได้เอื้อให้กับกลุ่มคนพิเศษมากขนาดนั้น จึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสังคม จัดการตัวเลือกให้กับพวกเขา ให้พวกเขามีในสิ่งที่จำเป็นต้องมี เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือตนเองได้ และอย่าลืมเน้นถึงความรักและความห่วงใยที่มีต่อพวกเขา ในที่สุดพวกเขาจะอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน

คุณกำลังดู: เมื่อต้องเลี้ยงบุตรหลานที่เป็น "เด็กพิเศษ" ให้เติบโตเป็นอย่างดี

หมวดหมู่: ผู้หญิง

แหล่งที่มา: https://www.sanook.com/women/189701/

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด