Leio โคตรแย้ยักษ์ ก้าวที่น่าสนใจของหนังสัตว์ประหลาดสัญชาติไทย

สิ่งที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งสำหรับ Leio โคตรแย้ยักษ์ คือความพยายามนำหนัง “สัตว์ประหลาดสัญชาติไทย” หวนคืนสู่จอภาพยนตร์อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ ปักษาวายุถือเป็นหนัง “อสูรกาย” ในความทรงจำของผู้ชม เข้าฉายไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ทิ้งระยะเวลากว่าสิบปี

Leio โคตรแย้ยักษ์ ก้าวที่น่าสนใจของหนังสัตว์ประหลาดสัญชาติไทย

สิ่งที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งสำหรับ Leio โคตรแย้ยักษ์ คือความพยายามนำหนัง “สัตว์ประหลาดสัญชาติไทย” หวนคืนสู่จอภาพยนตร์อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ ปักษาวายุ ถือเป็นหนัง “อสูรกาย” ในความทรงจำของผู้ชม เข้าฉายไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ทิ้งระยะเวลากว่าสิบปี

 

การเดินทางของสตูดิโอทำเทคนิคพิเศษสู่การทำหนังยาว

Fatcat VFX บริษัทสตูดิโอเทคนิคพิเศษที่อยู่เบื้องหลังผลงานคอมพิวเตอร์กราฟิก (CG) ภาพยนตร์และละครดังมากมาย เช่น นาคี, นาคี 2, เพื่อน..ที่ระลึก และ ขุนแผน ฟ้าฟื้น ได้ร่วมมือกับบริษัทอย่างเนรมิตรหนัง ฟิล์ม จำกัด เพื่อทำหนังที่มีตัวละครหลักของเรื่องเป็นซีจี

อย่างที่เรารู้ๆกันดีว่า หนังที่ใช้เทคนิคพิเศษเยอะมักจะเป็นที่ขยาดของเหล่าเจ้าของทุนสร้าง เพราะพวกบรรดานายทุนและค่ายหนังส่วนมากจะส่ายหน้าปฏิเสธ สืบเนื่องมาจากต้นทุนในการสร้างสูง และแนวคิดที่ว่าซีจีไอบ้านเราสู้ต่างประเทศทำไม่ได้ แต่หลังจากที่บริษัท Fatcat VFX ทำสเปเชียลเอฟเฟคให้กับนาคีแล้วประสบความสำเร็จ คนไทยจึงเริ่มยอมรับงานเทคนิคพิเศษ จนทำให้ตัวบริษัทตัดสินใจทำออริจินัล คอนเทนท์ละครเรื่อง พิภพหิมพานต์ ออกฉายทางช่อง 3 จนนำไปสู่แนวคิดที่ว่า ทำไมเราไม่ทำจักรวาลหนังสัตว์ประหลาดเป็นของไทยเราเอง!

จักรวาลสัตว์ประหลาดสัญชาติไทย สู่แย้ยักษ์

Fatcat VFX ตั้งใจเปิดจักรวาลหนังสัตว์ประหลาดไทย TMU – Thai Monster Universe โดยเริ่มต้นเรื่องแรกที่ อีสาน Underground ซึ่งจุดยืนของค่ายมองว่าประเทศไทยนั้นมีวัฒนธรรมเฉพาะตัวในแบบที่หนังต่างประเทศไม่มี เช่นเดียวกับสัตว์พื้นถิ่นอย่าง “แย้” โดยก้าวแรกของโปรเจกต์นี้คือการเปิดตลาดหนังสัตว์ประหลาดในไทย และมั่นใจว่ามันจะขายต่อได้ในตลาดโลก ซึ่งมีเป้าหมายที่จะผลิตหนังสัตว์ประหลาดออกมาปีละ 2 เรื่อง

สัตว์ประหลาดพญาแย้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสัตว์พื้นถิ่นจากภาคอีสาน โดยพวกมันออกหากินและอาศัยอยู่ตามโพรงใต้พื้นดิน เนื่องจากคนอีสานชอบจับแย้มากินเป็นอาหาร ทำให้สัตว์ชนิดนี้สุ่มเสี่ยงใกล้จะสูญพันธุ์จึงเริ่มมีการอนุรักษ์เอาไว้ จนล่าสุดชาวจังหวัดยโสธรได้สร้างรูปปั้นพญาแย้เอาไว้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ชี้ให้เห็นว่าสัตว์ชนิดนี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป

การออกแบบแย้ยักษ์คือ การวางให้มันกลายเป็นตัวร้ายที่สามารถโจมตีมนุษย์ ออกล่าเหยื่อโดยการฆ่ามนุษย์เพื่อนำมาเป็นอาหาร เพิ่มความดุร้าย โหดเหี้ยมคล้ายกับฆาตกรโรคจิตในหนังสยองขวัญ และถ่ายทอดความหวาดกลัวของเหยื่อผ่านสีหน้าแววตาตอนที่พวกเขาต้องหนีตายจากแย้

 

ความรู้สึกหลังจากที่ได้ชมภาพรวมของหนังเรื่องนี้

แม้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดูเหมือนผู้ชมและบรรดาสื่อกระแสหลักต่างๆจะเทพื้นที่ให้กับหนังภาคต่อจากละคร อย่างบุพเพสันนิวาส 2 จนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้กับหนังอย่าง Leio โคตรแย้ยักษ์ ยิ่งไปกว่านั้นบรรดาเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตัวหนัง ตั้งแต่ที่ฉายรอบสื่อ หนังก็ถูกบรรดาเพจชื่อดังถล่มเสียจนไม่เหลือชิ้นดี บางเจ้าถึงกับนิยามว่าหนังเรื่องนี้ “ผิดไปหมดทุกทาง” จนเราอ่านแล้วก็แอบสะดุ้งเหมือนกันว่า หนังมันเลวร้ายถึงขั้นทนดูจนจบไม่ได้เลยกระนั้นหรือ

แน่นอนว่าสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น และในฐานะของคนที่ชอบหนังสัตว์ประหลาดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คงต้องบอกว่า แม้ว่าหนังจะทำได้ไม่ดีนัก แต่หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังที่เลวร้ายไปหมดทุกภาคส่วน เมื่อเราลองจำแนกแยกชิ้นออกมาทีละอย่าง เราจะพบว่าจริงๆ Lieo มีความน่าสนใจในการเลือกฉากหลังให้เกิดสถานการณ์อยู่บนผืนแผ่นดินอันแห้งผากทางภาคอีสาน ความโกลาหลทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่ออินฟูเอนเซอร์ชื่อดังอย่างฝน (ฟาง – ธนันต์ธรญ์ นีระสิ) ริเริ่มโครงการทำคอนเทนท์ออนไลน์ให้บรรดาผู้เข้าแข่งขันมากมายหลากชีวิต เข้ามาร่วมกันออกตามหาน้ำบาดาล ซึ่งถ้าทีมไหนสามารถเจอน้ำบาดาลเป็นทีมแรก จะได้รับเงินรางวัลไปจำนวนหนึ่งล้านบาท และแน่นอนว่าระหว่างที่ตัวละครเอกและสมทบออกตามหาน้ำนั้น พวกเขาก็กลายเป็นเหยื่ออันโอชะของแย้ยักษ์ที่โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินเพื่อนำตัวพวกเขาไปเป็นอาหาร

อย่างที่เรารู้กันดีว่า จังหวะในการสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชม ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับหนังสัตว์ประหลาด แต่น่าเสียดายตรงที่ Leio เองยังเหมือนไม่ค่อยแน่ใจว่าตกลงแล้วอยากจะทำฉากเหล่านี้ให้กลายเป็นฉากสยองขวัญชวนกรี๊ดหรือเป็นฉากตลกโปกฮากันแน่ ในความลักลั่นตรงนี้นี่เองที่ทำให้จุดที่ควรจะสนุกที่สุดของเรื่อง “พร่อง” ไปอย่างน่าเสียดาย

ความสัมพันธ์อันแสนเยิ่นเย้อระหว่างตัวเอกอย่างเก้า (กอล์ฟ – พิชญะ นิธิไพศาลกุล) และลุงของเขา ถือเป็นอีกส่วนของหนังที่ดูน่าสนใจ แต่ผิดที่ผิดทางในการนำเสนอ เพราะหนังเลือกใช้วิธีการตัดสลับเหตุการณ์ในอดีตกับปัจจุบัน เพื่อถ่ายทอดให้เห็นเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นระหว่างตัวละครทั้งสองตัวนี้ เพื่อนำไปสู่อะไรบางอย่างในการคลี่คลายสถานการณ์ในตอนท้าย ซึ่งจะว่าไปแล้วหนังอาจจะไม่จำเป็นต้อง “ตัดไปตัดมา” บ่อยครั้งแบบที่เป็นอยู่ เพราะอย่างที่เราบอกไปแล้วว่า เรามาดูหนังสัตว์ประหลาด ไม่ได้ต้องการดูหนังดราม่าครอบครัว ทำให้จุดนี้เป็นพาร์ทที่ทำให้หนังเฉื่อยและเยิ่นเย้อเกินความจำเป็นไม่น้อยเลยทีเดียว

กระนั้นสิ่งที่เราต้องชื่นชมเลยคืองานเทคนิคพิเศษในการออกแบบแย้ยักษ์ ทำได้ดีเนียนตาและทัดเทียมกับคุณภาพของหนังต่างประเทศ แม้ว่าองค์ประกอบอื่นๆอาจจะบกพร่องไม่ลงตัวไปบ้าง แต่ถ้าเราอยากเห็นหนังรสชาติใหม่ๆ ไม่ซ้ำซากวนเวียนอยู่กับแนวเดิมๆ ลองไปอุดหนุนค่ายนี้เขาหน่อยเถอะครับ เผื่อเราจะได้มีจักรวาลสัตว์ประหลาดไทยขึ้นมาจริงๆ เพราะถ้าเดบิวต์เรื่องแรกแล้วขาดทุนยับขนาดนี้ อนาคตมีหวังโดนพับโครงการเข้ากรุ น่าเสียดายแย่เลย  

คุณกำลังดู: Leio โคตรแย้ยักษ์ ก้าวที่น่าสนใจของหนังสัตว์ประหลาดสัญชาติไทย

หมวดหมู่: หนัง-ละคร

แหล่งที่มา: https://www.sanook.com/movie/127505/

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด