“กรมทะเล” จับ ”กรมชลฯ” รุกป่าชายเลน สร้างแก้มลิงเก็บน้ำ เสียหาย 29 ล้าน

“กรมทะเล” จับ ”กรมชลฯ” รุกป่าชายเลน สร้างแก้มลิงเก็บน้ำ เสียหาย 29 ล้าน

“กรมทะเล” จับ ”กรมชลฯ” รุกป่าชายเลนก่อสร้างแก้มลิงเก็บน้ำ “วราวุธ” รมว.ทส. เตือน การใช้พื้นที่ป่าชายเลน อย่าทำข้ามขั้นตอนกฎหมาย แม้เป็นหน่วยงานราชการก็ทำไม่ได้ เบื้องต้น เสียหาย 29 ล้านบาท

วันที่ 23 เม.ย. 65 จากกรณีร้องเรียนโครงการแก้มลิงเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพระทอง ร่วมกับสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 15 กรมชลประทาน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ตำบลเกาะพระทอง บุกรุกป่าชายเลนและป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาตเนื้อที่กว่า 428 ไร่ วงเงินงบประมาณกว่า 350 ล้านบาท

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ตนได้รับรายงาน เรื่องนี้ จากอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแล้ว รู้สึกเศร้าใจ ตกใจและเป็นกังวลเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ และป่าชายเลน แม้หน่วยงานที่เข้าดำเนินการจะอ้างว่า มีเอกสารสำคัญเป็นหนังสือสำคัญที่หลวงและคิดว่า สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ในความเป็นจริง ตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 921/2558 การดำเนินการในที่ดินที่ทำให้เสื่อมสภาพป่า แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ หรือ กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า ในที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ยังมิได้มีบุคคลใดได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดิน นั้นที่ดินดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายป่าไม้ ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ และจากการตรวจสอบไม่พบเอกสารคำขออนุญาตใช้ประโยชน์ฯ มายังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอยกเว้นมติ ครม.ในการใช้พื้นที่แม้ว่า จะเป็นโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์ก็ตาม

ดังนั้น กรณีนี้จึงถือเป็นการบุกรุก แผ้วถาง ทำลายป่าชายเลนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ตนเข้าใจในความประสงค์ดี ขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพระทอง และกรมชลประทาน ที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค รวมทั้ง น้ำเพื่อการเกษตร แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน ภาคเอกชน หรือแม้กระทั่งหน่วยงานราชการเอง หากกระทำผิดก็ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย

รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อว่า ซึ่งเรื่องนี้ ตนได้ย้ำกับอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อย่างชัดเจน ให้ดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาตามข้อกฎหมายอย่างเร่งด่วนและและเป็นธรรม อีกทั้งยังได้กำชับกับ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ท่านกำกับเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิดและให้เร่งปลูกป่าชายเลนเพื่อฟื้นฟูสภาพป่า ให้กลับมาสมบูรณ์ ดังเดิม ซึ่งตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก และขอให้พื้นที่นี้เป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่และโครงการอื่นๆ ของทุกส่วนราชการ ทั่วประเทศ ขอให้ตรวจสอบข้อกฎหมายทุกอย่างให้ชัดเจนก่อนดำเนินการตามแผนงาน

“กระทรวงทรัพย์ฯ ตระหนักและเข้าใจในเป้าหมายในการทำงานของทุกหน่วยงานราชการ คือ เพื่อประโยชน์และความสุขของพี่น้องประชาชน แต่ภายใต้การสร้างคุณภาพชีวิตและสังคมที่ดีมีความมั่นคงได้นั้น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องคงอยู่อย่างสมดุล หากธรรมชาติพัง สังคมก็จะพังเจริญต่อไปไม่ได้ ไม่มีใครอยู่เหนือธรรมชาติ และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้เช่นกัน”
นายวราวุธ กล่าว แสดงความห่วงใย

ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวเสริมว่า ตนได้สั่งการให้ตรวจสอบสภาพพื้นที่ แล้วพบว่า พื้นที่ทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเลน และเขตป่าไม้ถาวรทั้งแปลง นอกจากนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่คาบเกี่ยวกับเขตป่าชายเลน ตามมติคณะรัฐมนตรี ในพื้นที่พบต้นไม้ ถูกทำลาย ตลอดทั้งแปลงจึงได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร คุระบุรี ตาม ปจว.ข้อ 5 ลงวันที่ 22 เมษายน 2565 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 อีกทั้งยังขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2534 และวันที่ 17 ตุลาคม 2543 ที่ห้ามมิให้อนุญาตการใช้ประโยชน์ในเขตป่าชายเลนทุกกรณี ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใช้ประโยชน์โดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ก็ต้องขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีเป็นกรณีๆ ไป

อย่างไรก็ตาม ตนได้มอบหมายให้นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้เร่งรัดทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและกรม ทช.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังอธิบดีกรมชลประทานให้ระงับการดำเนินการโครงการดังกล่าวในทันที ตามอำนาจมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558

สำหรับการประเมินความเสียหายเบื้องต้น จากการบุกรุกทำลายป่าชายเลนมีมูลค่ากว่า 29 ล้านบาท สุดท้ายนี้ ตนขอขอบคุณพลเมืองดีผู้แจ้งเบาะแสการกระทำผิดในครั้งนี้ และขอขอบคุณกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ตชด.และสนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงาที่ได้ร่วมกันบูรณาการในภารกิจนี้ จนสำเร็จลุล่วง.

คุณกำลังดู: “กรมทะเล” จับ ”กรมชลฯ” รุกป่าชายเลน สร้างแก้มลิงเก็บน้ำ เสียหาย 29 ล้าน

หมวดหมู่: ภูมิภาค

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/south/2375366

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด