กรมควบคุมโรค เผยฉีดไฟเซอร์เด็กวันแรก ได้ 6,093 โดส ยังไม่พบผลข้างเคียง

นายแพทย์ เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค เผยข้อมูลสรุปผลการดำเนินการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในกลุ่มเด็กนักเรียนที่เริ่มนำร่อง เมื่อวันที่ 4 ต.ค. โดยข้อมูลจากการรายงานในระบบหมอพร้อม สรุปเมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 ต.ค. มีนักเรียนได้รับวัคซีน 6093 โดส จากเป้าหมาย 4.5 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 0.1 ซึ่งเป็นการฉีดเข็ม 1 ในนักเรียนทั่วประเทศ



ทั้งนี้ ไม่มีรายงานผลข้างเคียงหรืออาการรุนแรงแต่อย่างใดหลังการรับวัคซีน แต่ก็ยังอยู่ในช่วงการติดตามอาการ ยังแนะนำให้งดการออกกำลังกายหนักในช่วง 1 สัปดาห์



ทั้งนี้ หลังมีการนำร่องเริ่มการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กลุ่มเด็กนักเรียน อาจทำให้ผู้ปกครองหลายคนเปลี่ยนใจให้บุตรหลานมาฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถแจ้งความประสงค์ผ่านทางสถานศึกษาได้ โดยทางกรมควบคุมโรคจะจัดสรรวัคซีนให้ได้เพียงพอ ผู้ปกครองไม่ต้องกังวล



ขณะที่สถานการณ์ทางภาคใต้ ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้มาจากวิถีชีวิตและพบมีกลุ่มย่อยตามชุมชนหน่วยงานต่างๆ แต่ยังสามารถควบคุมให้อยู่ในพื้นที่เฉพาะได้ โดยใช้มาตรการต่าง เช่นการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก แยกกัก รวมถึงมาตรการการฉีดวัคซีน ซึ่งก่อนหน้านี้การกระจายวัคซีนในช่วงแรกที่ยังมีจำกัด ทำให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้น้อย แต่หลังจากนี้ จะเพิ่มการจัดสรรวัคซีนให้เพิ่มคลอบคลุมกลุ่มประชาชนกลุ่มเสี่ยง



ส่วนการเปิดเรียน ในพื้นที่ก็ยังสามารถดำเนินการได้ เพราะตลอดทั้งเดือนตุลาคม จะมีการดำเนินการเร่งฉีดวัคซีนให้ในกลุ่มเด็กนักเรียนคลอบคลุมก่อนการเปิดภาคเรียนอยู่แล้ว



การคาดการณ์ทางการระบาด วิทยาทางกรมควบคุมโรคได้วางแผนโมเดลไว้ สำหรับตัวเลขผู้คิดเชื้อรายใหม่ ที่มีแนวโม้นลดลงเป็นส่วนใหญ่ แม้ไม่ได้กำหนดเป้าตัวเลขชัดเจน แต่ในพื้นที่การระบาดหลัก อย่าง กทม.ที่คาดการณ์ให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่เกินวันละ 2000 คน ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียงวันละ 1000 คน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ซึ่งจะนำไปสู่การพิจารณาผ่อนปรนมาตรการต่างๆในอนาคต


อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/program/260654
-------------------------
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 6 ตุลาคม 2564
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus : https://ch3plus.com/news/programs/morning
facebook : https://www.facebook.com/MorningNewsTV3
Twitter : https://twitter.com/MorningNewsTV3
YouTube : https://cutt.ly/MorningnewsTV3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: