ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำการลงทุน ฐานแสวงหาประโยชน์จากผู้ลงทุน

ก.ล.ต. สั่งเพิกถอน 'นายปาล นามรัตน์' ผู้แนะนำการลงทุน เป็นเวลา 10 ปี ฐานกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน-แสวงหาประโยชน์จากผู้ลงทุน โดยอาศัยโอกาสในการปฏิบัติงาน นับตั้งแต่ 4 ส.ค. 2565

ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำการลงทุน ฐานแสวงหาประโยชน์จากผู้ลงทุน

ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้แนะนำการลงทุน นายปาล นามรัตน์ (ชื่อเดิม นายปรัชญ์พงศ์ นามรัตน์) (นายปาล) เป็นเวลา 10 ปี กรณีกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน และแสวงหาประโยชน์จากผู้ลงทุนโดยอาศัยโอกาสในการปฏิบัติงาน ขณะกระทำผิดสังกัดธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับรายงานการตรวจสอบจากธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมพบว่า ในปี 2562 – 2564 นายปาล ได้แนะนำให้ลูกค้าเปิดบัญชีเงินฝากและนำเงินไปซื้อหน่วยลงทุน

รวมทั้งให้ลูกค้าสมัครแอปพลิเคชันธนาคารผ่านทางโทรศัพท์มือถือ (Mobile Banking) โดยใช้ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์และอีเมลส่วนตัวของนายปาล และต่อมามีการแสดงตนเป็นลูกค้าเพื่อขอรหัสแอปพลิเคชันและทำรายการซื้อขายสับเปลี่ยนกองทุนของลูกค้า รวมทั้งเพื่อยืนยันรายการขายกองทุนทางโทรศัพท์ และโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของลูกค้าไปเป็นของตนเอง

ทำให้ลูกค้าได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 5,000,000 บาท นอกจากนี้ ได้เปิดบัญชีกองทุนใหม่ในชื่อลูกค้าเพื่อสร้างผลงาน เปิดบัญชีเงินฝากใหม่และเปลี่ยนที่อยู่ลูกค้าเป็นของตนเองเพื่อรับของสมนาคุณ โดยลูกค้าไม่ทราบและไม่ยินยอม

ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่า นายปาลไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน โดยเป็นการกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน และเป็นการแสวงหาประโยชน์จากผู้ลงทุน โดยอาศัยโอกาสในการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน* ก.ล.ต. จึงเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 2** และกำหนดระยะเวลาในการรับพิจารณาคำขอความเห็นชอบของนายปาลเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนในคราวต่อไป เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2565***

ทั้งนี้ ในการพิจารณากำหนดโทษ ก.ล.ต. ได้นำปัจจัยดังต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณาของ ก.ล.ต. ด้วย ได้แก่ บทบาทความเกี่ยวข้องและพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกพิจารณา การลงโทษที่บุคคลนั้นได้รับไปแล้ว ผลกระทบ ความเสียหายหรือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น การแก้ไขหรือการดำเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของ ก.ล.ต. และประวัติหรือพฤติกรรมในอดีตอื่นใดที่แสดงถึงความไม่เหมาะสมที่จะเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

ก.ล.ต. ขอย้ำให้ผู้ลงทุนใช้ความระมัดระวังในการสมัครใช้บริการทางการเงินและการลงทุน โดยการระบุที่อยู่ อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ต้องเป็นของตนเองเท่านั้น เพื่อป้องกันการถูกแอบอ้างหรือลักลอบทำธุรกรรมโดยปราศจากการรับรู้ของผู้ลงทุน และควรหมั่นตรวจสอบยอดเงินลงทุนในกองทุนรวมและบัญชีเงินฝากอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสียหาย กรณีมีข้อสงสัยควรติดต่อบริษัทผู้ให้บริการ หรือสอบถามได้ที่ “ศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต.” โทร. 1207 หรือเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.
________________________

หมายเหตุ :
* ตามข้อ 23(1) และเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 31(1) แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทลธ. 8/2557 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน ลงวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทลธ. 48/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน (ฉบับที่ 7) ลงวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560
** ผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 2 หมายถึง ผู้แนะนำการลงทุนที่ให้คำแนะนำแก่ผู้ลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่ไม่มีความซับซ้อน และหน่วยลงทุนหรือตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน เช่น หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่มีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง
*** หมายความว่า หากนายปาลมายื่นคำขอความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน ในช่วงระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2565 ก.ล.ต. จะไม่รับพิจารณาคำขอดังกล่าวของนายปาล

คุณกำลังดู: ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำการลงทุน ฐานแสวงหาประโยชน์จากผู้ลงทุน

หมวดหมู่: การเงิน การธนาคาร

แหล่งที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/business/business_finance/1018914

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด