คุ้มเลย "เติร์กเมนิสถาน" แจง 2 ข้อดีอุ่นเครื่อง "ทีมชาติไทย" เผยจุดแข็งก่อนเกม

คุ้มเลย "เติร์กเมนิสถาน" แจง 2 ข้อดีอุ่นเครื่อง "ทีมชาติไทย" เผยจุดแข็งก่อนเกม

เติร์กเมนิสถาน พูดถึง 2 ข้อดีในการเดินทางหลายต่อ เพื่อมาอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์กับ ทีมชาติไทย พร้อมเผยจุดแข็งก่อนเกมเย็นนี้

ช่วงเย็นเมื่อวานนี้ (26 พฤษภาคม 2565) ทีมชาติไทย อันดับ 111 ของโลก และ ทีมชาติเติร์กเมนิสถาน อันดับ 134 ของโลก เข้าร่วมการแถลงข่าวความพร้อม และการฝึกซ้อม Official Training ที่ศรีสะเกษ สเตเดียม สนามกีฬากลางจังหวัดแห่งใหม่ ก่อนลงเตะฟุตบอลอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ ตามมาตรฐานระดับ A แมตช์ ที่ฟีฟ่าให้การรับรอง และมีการคิดคะแนนสะสมฟีฟ่าแรงกิ้งเพื่อจัดอันดับโลก ในวันนี้ เวลา 17.30 น.

ด้าน ยาซกูลี โฮจาเกลดิเยฟ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติเติร์กเมนิสถาน กล่าวว่า แม้จะเดินทางไกลหลายต่อ แต่เกมอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์หนนี้ จะเป็นประโยชน์กับพวกเขา 2 ประการ สำหรับการเตรียมทีมสู้ศึกเอเชียนคัพ 2023 รอบคัดเลือก ซึ่งอยู่กลุ่มอีที่มี มาเลเซีย เป็นเจ้าภาพ โดย "เสือเหลือง" มีสไตล์การเล่นและสภาพอากาศคล้ายกับ ไทย ซึ่งเขายอมรับว่า ไทย เป็นทีมที่ดี ผู้เล่นหลายคนมีความสามารถสูง เชื่อว่าจะเอาชนะได้ไม่ง่ายแน่

ข้อดีประการที่ 2 คือเติร์กเมนิสถาน จะมีโอกาสได้ดูฟอร์มของ บาห์เรน อีก 1 ทีมคู่แข่งร่วมสาย ในศึกเอเชียนคัพ 2023 รอบคัดเลือกด้วย ซึ่ง บาห์เรน มีคิวอุ่นเครื่องกับ ทีมชาติไทย วันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ที่ บีจี ปทุม สเตเดียม จังหวัดปทุมธานี แต่ตอนนี้ต้องขอโฟกัสกับการพบกับทีมชาติไทยก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนไปแข่งขันที่มาเลเซียในเดือนมิถุนายน

ขณะที่บาเตอร์ บาบาเยฟ ผู้รักษาประตูทีมชาติเติร์กเมนิสถานก็บอกว่า จุดแข็งของพวกเขาคือ สภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับแรงกดดันจากการเล่นกับทีมชาติไทยที่น่าจะมีแฟนบอลเข้ามาเชียร์ในสนามอย่างคับคั่ง ส่วนในด้านแท็กติก ขอปิดเป็นความลับก่อน และจะแสดงให้ดูในการแข่งขันจริง

ส่วนเรื่องที่จะยิงประตูกันถล่มทลายเหมือน 24 ปีก่อนหรือไม่ ซึ่ง เติร์กเมนิสถาน เคยบุกมาเสมอ ทีมชาติไทย 3-3 ในเกมอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ ที่สนามศุภชลาศัย กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ปี 1998 ขอให้ติดตามชมในเกมเย็นนี้อีกที

สำหรับนักเตะที่น่าจับตา คือ อาร์สลันมีรัต อมานอฟ ตัวรุกกัปตันทีม วัย 32 ปี เจ้าของสถิติติดทีมชาติเติร์กเมนิสถานสูงสุดตลอดกาล 49 นัด และยังยิงประตูมากที่สุดในทีมชุดนี้ที่ 13 ลูกอีกด้วย

ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ มีโปรแกรมอุ่นเครื่องตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ 2 นัด ดังนี้

27 พฤษภาคม 2565 เวลา 17.30 น. ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติเติร์กเมนิสถาน ที่ จังหวัดศรีสะเกษ

31 พฤษภาคม 2565 เวลา 19.00 น. ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติบาห์เรน ที่ บีจี สเตเดียม จังหวัดปทุมธานี

* ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และ AIS PLAY ถ่ายทอดสดทั้ง 2 นัด เริ่มเข้าสัญญาณก่อนเวลาคิกออฟ 15 นาที

ทั้งนี้ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จะเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอล เอเชียน คัพ 2023 รอบคัดเลือก โดยอยู่ในกลุ่มซี ร่วมกับเจ้าภาพ อุซเบกิสถาน, มัลดีฟส์ และศรีลังกา โดยมีโปรแกรมการแข่งขันดังนี้

วันที่ 8 มิถุนายน 2565 ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติมัลดีฟส์ ที่มาร์ซากีย์ สเตเดียม

วันที่ 11 มิถุนายน 2565 ทีมชาติศรีลังกา พบ ทีมชาติไทย ที่มาร์ซากีย์ สเตเดียม

วันที่ 14 มิถุนายน 2565 ทีมชาติอุซเบกิสถาน พบ ทีมชาติไทย ที่มาร์ซากีย์ สเตเดียม

สำหรับ การแข่งขันแข่งขันฟุตบอล เอเชียนคัพ 2023 รอบคัดเลือก จะนำทีมแชมป์กลุ่ม จาก 6 กลุ่ม และรองแชมป์กลุ่ม 5 จาก 6 กลุ่ม (รวมเป็น 11 ทีม) ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอล เอเชียนคัพ 2023 รอบสุดท้าย.

คุณกำลังดู: คุ้มเลย "เติร์กเมนิสถาน" แจง 2 ข้อดีอุ่นเครื่อง "ทีมชาติไทย" เผยจุดแข็งก่อนเกม

หมวดหมู่: ฟุตบอลต่างประเทศ

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/changsuek/2403465

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด