คึกปลดล็อกโควิด นทท.ญี่ปุ่น-เกาหลี-อินเดียขอข้อมูลเที่ยวตะวันออก

คึกปลดล็อกโควิด นทท.ญี่ปุ่น-เกาหลี-อินเดียขอข้อมูลเที่ยวตะวันออก

ไทยเริ่มใจชื้น ผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลังสงกรานต์ออกแนวทรงตัว แม้ยอดผู้ป่วยตายยังสูงสวนกระแสโลก ด้าน “อนุทิน” โวมั่นใจเอาอยู่ด้วย 3 พอ “เตียง-ยา-หมอ” มีเพียงพอรับผู้ป่วยอาการรุนแรง ขณะที่ “หมอยง” ห่วงเปิดเทอมเดือนหน้า เด็กป่วยโรคทางเดินหายใจจะเพิ่ม แนะทางรอดให้เด็กเล็กฉีดวัคซีน แต่ติดที่ อย.ไทยยังไม่อนุมัติให้ใช้วัคซีนเชื้อตายในเด็กต่ำกว่า 6 ปี ส่วน “หมอนิธิพัฒน์” เชื่อไทยกำลังผ่านจุดพีกระลอก 5 หวังการร่วมมือทุกภาคส่วน

จะทำให้ปรับเป็นโรคประจำถิ่นได้ในครึ่งปีหลังยอดผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในไทย สัปดาห์แรกหลังช่วงสงกรานต์ไม่ได้พุ่งแรงอย่างที่คาดการณ์ ส่งให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ปลดล็อกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มภาคบริการและการท่องเที่ยวที่ฟุบยาวมาร่วม 2 ปี โดยทุกมาตรการเริ่ม 1 พ.ค.นี้

ติดเชื้อเฉียดสี่หมื่นคนต่อวัน

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 20,052 คน ติดเชื้อในประเทศ 19,972 คน จากเรือนจำ 32 คน เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 48 คน ขณะที่ยอดตรวจ ATK 19,936 คน หายป่วยเพิ่มขึ้น 22,361 คน อยู่ระหว่างรักษา 188,342 คน อาการหนัก 1,962 คน ใส่เครื่องช่วยหายใจ 921 คน ทำให้ขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 4,148,090 คน มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 3,932,099 คน

อีสานสูงวัยป่วยตายพุ่ง

ส่วนผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 129 คน อายุ 1-102 ปี เป็นชาย 70 คน หญิง 59 คน อายุ 60 ปีขึ้นไป 111 คน มีโรคเรื้อรัง 16 คน ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 2 คน โดยผู้เสียชีวิตรวมมากสุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือถึง 44 คน ส่งให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมระลอกปี 2565 อยู่ที่ 5,951 คน และยอดเสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 27,649 คน ส่วนยอดฉีดวัคซีนวันที่ 22 เม.ย. 181,185 โดส ยอดฉีดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.64 จำนวน 132,279,710 โดส สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดได้แก่ กทม. 3,355 คน ขอนแก่น 1,015 คน สมุทรปราการ 717 คน ชลบุรี 699 คน นนทบุรี 689 คน ศรีสะเกษ 510 คน บุรีรัมย์ 476 คน นครราชสีมา 443 คน ร้อยเอ็ด 442 คน นครราชสีมา 435 คน ขณะที่ จ.ลำพูน เป็นจังหวัดเดียวที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่

“ไบร์ท–วชิรวิชญ์” ติดโควิด

นอกจากนี้ ยังมีคนบันเทิงติดโควิดเพิ่มเติม โดย GMMTV แจ้งว่า ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี นักแสดงในสังกัด GMMTV ได้เข้ารับการตรวจ RT-PCR ที่ Lab ในวันที่ 23 เม.ย. เวลา 08.00 น. และเวลา 12.30 น. ทาง Lab แจ้งผลตรวจว่าพบเชื้อโควิด-19 ในขณะนี้ไบร์ทมีอาการเจ็บคอและมีเสมหะ ระหว่างนี้กักตัวอยู่ในที่พัก เพื่อรอเข้ารับการรักษาตัวตามมาตรการที่ถูกต้องต่อไป ทางไบร์ท และบริษัทฯ ทยอยแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงที่ผ่านมา ให้ทุกคนเฝ้าระวัง เพื่อสังเกตอาการของตัวเองแล้ว โดยงานทั้งหมดของไบร์ทจะถูกเลื่อนออกไปจนกว่าจะรักษาหายดี

“อนุทิน” ชี้โควิดไทยยังทรงตัว

ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โรคโควิด- 19 ของไทยขณะนี้ยังทรงตัว ติดเชื้อประมาณวันละ 2 หมื่นคน หลังเทศกาลสงกรานต์ยังต้องติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์การติดเชื้อต่ออีก 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมพร้อมรองรับการดูแลผู้ติดเชื้อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาการสีเขียว คือไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย มีระบบการดูแลแบบผู้ป่วยนอกและแยกกักที่บ้านหรือ เจอ แจก จบ สามารถรับบริการได้ในสถานพยาบาลและร้านยาที่เข้าร่วมโครงการของ สปสช. สิ่งสำคัญคือต้องลดผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองและสีแดงที่จะมีความเสี่ยงอาการรุนแรงและเสียชีวิตลงให้มีน้อยที่สุด โดยเร่งรณรงค์ให้ประชาชนมารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ส่วนผู้ป่วยอาการรุนแรง สธ.ยืนยันมีความพร้อม 3 ด้านหรือ 3 พอ คือเตียงพอ ยาพอ และหมอพอ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

“หมอยง” ห่วงเปิดเทอมโรคปะทุ

ขณะที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่าใกล้เปิดเทอมแล้ว เด็กต้องไปโรงเรียน หยุดมา 2 ปีแล้ว ผู้ปกครองอดห่วงไม่ได้ การระบาดโรคทางเดินหายใจ จะเป็นช่วงเปิดเทอมฤดูฝน มิถุนายนถึงกันยายนทุกปี ถ้าเปิดเรียนปกติโรคทางเดินหายใจ ไข้หวัดใหญ่ ไข้โควิด จะพบเพิ่มขึ้น เด็กเป็นผู้กระจายเชื้อได้ดี เราต้องช่วยกันมีความพร้อมทั้งตัวนักเรียน บ้าน โรงเรียน

จี้พิจารณาวัคซีนเชื้อตายในเด็กเล็ก

ศ.นพ.ยงระบุด้วยว่าโรคโควิด-19 ในเด็กจะมีความรุนแรง และที่พบเสียชีวิตได้ ถึงแม้เป็นส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับผู้สูงอายุ ก็เป็นเรื่องสำคัญ ส่วนใหญ่พบในเด็กเล็ก อายุน้อยกว่า 5 ปี โดยเฉพาะ 2 ขวบปีแรก กลุ่มนี้ไม่มีวัคซีนในบางประเทศ เช่น จีน และอีกหลายประเทศ ให้วัคซีนเชื้อตายตั้งแต่อายุ 3 ขวบขึ้นไป ประเทศไทย อย.ยังไม่อนุมัติให้ใช้ในเด็กต่ำกว่า 6 ปี ถ้าวัคซีนลดความรุนแรงของโรคได้ น่าจะต้องมีการพิจารณาเด็กอนุบาลเป็นเรื่องยากมากในการดูแล ทางด้านสุขอนามัย กำหนดระยะห่าง และหน้ากากอนามัย สำหรับเด็กเล็ก ในบางโอกาสก็ไม่เหมาะ จึงต้องช่วยกันโดยเฉพาะเด็กอนุบาลที่จะเปิดเทอม เด็กประถมควรรับวัคซีนให้มากที่สุด เพื่อลดความรุนแรงของโรค เคร่งครัดในระเบียบวินัย ทั้งนี้ ศ.นพ.ยงระบุอีกว่าเด็กมีโอกาสนำเชื้อจากบ้านไปสู่โรงเรียน หรือจากโรงเรียนกลับมาบ้าน คนในบ้านโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ ควรได้รับวัคซีนอย่างน้อย 3 เข็ม เพื่อลดความรุนแรงของโรค ขณะที่โรงเรียนต้องมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อลดการระบาดในโรงเรียน

ระลอกห้าผ่านจุดพีกไปช้าๆ

ด้าน รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุร ศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กมีสาระสำคัญว่า ณ บ้านริมน้ำ ยอดผู้ติดเชื้อรายวันและยอดผู้ป่วยตกค้างรอรับเข้าโรงพยาบาล ลดลงมาเรื่อยๆ นับแต่ช่วงสงกรานต์ จนเกือบจะถึงครึ่งหนึ่งของช่วงสูงสุดเมื่อปลายเดือนก่อน น่าจะพูดได้เต็มปากแล้วว่า เรากำลังผ่านจุดสูงสุดของโควิดระลอกห้าจากโอมิครอนลงไปช้าๆ ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคประชาชน ที่ทำให้สถานการณ์โควิดหลังเทศกาลสงกรานต์ ไม่ร้อนรุ่มเหมือนอากาศรอบตัวในตอนนี้ และอาจหักปากกาเซียนหลายสำนักที่ว่า จะบานปลายจนมีคนติดเชื้อเป็นเรือนแสน พร้อมระบุด้วยว่านี่คงเป็นปัจจัย ทำให้ ศบค.ชุดใหญ่ประกาศเดินหน้าต่อเต็มสูบแบบหมูไม่กลัวน้ำร้อน ทั้งการปรับลดเงื่อนไขผู้เดินทางเข้าประเทศการปรับพื้นที่เป็นสีเหลืองเดียวกันทั่วประเทศ เว้นจังหวัดส่งเสริมท่องเที่ยวเป็นสีฟ้า เตรียมพร้อมการเปิดเทอมออนไซต์เต็มรูปแบบกลางเดือนหน้า และท้ายสุดคือการรณรงค์ฉีดวัคซีนต่อเนื่อง ที่สำคัญคือยังรณรงค์ให้คนใส่หน้ากากป้องกันเชื้อโรคทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน เพราะเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพสูงในการรับมือโอมิครอน และหวังว่าสิ่งทั้งหลายที่ฝ่าฟันร่วมกันนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าสู่การปรับเป็นโรคประจำถิ่นได้ทันในครึ่งปีหลัง

ไทยตายสูงสวนกระแสโลก

ส่วน รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ จากคณะแพทย ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันว่าสถานการณ์ระบาดของไทยเมื่อวันที่ 22 เม.ย.จำนวนติดเชื้อใหม่ รวม ATK สูงเป็นอันดับ 8 ของโลก และอันดับ 3 ของเอเชีย ในขณะที่ผู้เสียชีวิตเมื่อวานสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก โดยคิดเป็นร้อยละ 21.65 ของการเสียชีวิตทั้งหมดที่รายงานของทวีปเอเชีย มองแนวโน้มรายสัปดาห์ข้อมูลจาก Worl dometer ชี้ให้เห็นว่าทั่วโลกจำนวนติดเชื้อใหม่ลดลงร้อยละ 27 และจำนวนเสียชีวิตลดลงร้อยละ 22 ในขณะที่ทวีปเอเชียติดเชื้อใหม่ลดลงร้อยละ 34 และเสียชีวิตลดลงร้อยละ 26 ส่วนไทยติดเชื้อใหม่ ไม่รวม ATK ลดลงร้อยละ 19 หากรวม ATK ไปด้วยจะพบว่าลดลงร้อยละ 11.65 แต่กลับมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 22 จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะดูจากทั้งจำนวนติดเชื้อใหม่และผู้เสียชีวิต เรายังมีสถานการณ์ระบาดที่สวนกระแสโลกเน้นย้ำให้เราทราบสถานการณ์จริง และมีสติในการใช้ชีวิต ป้องกันตัวให้ดี

วัคซีนไม่ช่วยกัน Long COVID

ขณะที่ ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) นักไวรัสวิทยาโพสต์เฟซบุ๊กว่างานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์มาจากทีม Oxford เป็นการเก็บข้อมูลจากตัวอย่างประมาณหมื่นคนที่ฉีดวัคซีนและติดโควิด เพื่อหาตัวเลขความเสี่ยงของอาการต่างๆ ตลอดจนความเสี่ยงของการป่วยหนักจากโควิด-19 ที่เป็นผลจากวัคซีน 1 เข็ม หรือ 2 เข็ม เทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ถ้าความเสี่ยงไม่แตกต่างระหว่างกลุ่มค่าของ Hazard ratio (HR) จะเท่ากับ 1.0 แต่ถ้าวัคซีนลดความเสี่ยงลง ค่า HR จะน้อยกว่า 1.0 ซึ่งจะเห็นว่า ค่า HR ของ Death, ICU admission หรือ Respiratory failure ลดลงชัดเจนในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม แต่ข่าวที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่จากข้อมูลชุดนี้คือ อาการ Long COVID ดูเหมือนจะมีความเสี่ยงที่ไม่ลดลงในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนเทียบกับไม่ได้รับวัคซีนตัวเลขดังกล่าวอาจทำให้เปลี่ยนแนวคิดว่าอาการ Long COVID สามารถป้องกันได้จากการฉีดวัคซีน อาจจะไม่ถูกต้องเท่าไหร่ วิธีป้องกันอาการ Long COVID ที่ดีที่สุดยังคงเป็นการไม่ทำให้ตัวเองติดเชื้อ ภูมิจากวัคซีนช่วยไม่ให้ป่วยหนัก แต่อาจไม่ทำให้รอดจาก Long COVID

โควิดคร่าทารก-สูงวัยไม่หยุด

ขณะที่สถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วประเทศ ตลอดวันที่ 23 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากตรวจพบผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่ไม่ลดแล้ว ผู้ป่วยยังเสียชีวิตต่อเนื่อง โดย จ.อุบลราชธานี มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 4,169 คน เป็นผู้ป่วยจากการตรวจ RT-PCR 359 คน ตรวจ ATK 3,811 คน มีผู้เสียชีวิตเพิ่มถึง 6 ศพ อยู่ในพื้นที่ อ.เดชอุดม 2 ศพ อ.น้ำยืน 2 ศพ อ.ม่วงสามสิบ และ อ.นาจะหลวย พื้นที่ละ 1 ศพ ส่วนใหญ่อายุ 60 ปีขึ้นไป แต่ 1 ในผู้เสียชีวิตรายใหม่เป็นเด็กหญิงอายุ 1 ขวบ 2 เดือน ในพื้นที่ ต.โซง อ.น้ำยืน ขณะที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พบผู้ป่วยรายใหม่ RT-PCR 273 คน ผู้ป่วยเสียชีวิต 4 ศพ รวมเสียชีวิตสะสมระลอกปีนี้พุ่งไปที่ 111 ศพ และที่ จ.นครราชสีมา พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3,265 คน แยกเป็นจากการตรวจ RT-PCR 342 คน ATK 2,923 คน มีผู้ป่วยเสียชีวิตขยับเพิ่ม 3 ศพ ทำให้ยอดผู้ป่วยเสียชีวิตสะสมในระลอกนี้พุ่งไปที่ 150 ศพ ส่วนที่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น จนท.ฝ่ายควบคุมโรค รพ.ชุมแพ ร่วมกับกู้ภัยเต็กก่าจีแชเกาะ นำร่างผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มาฌาปนกิจที่เมรุวัดบุญบาลประดิษฐ์ ต.ชุมแพ เป็นชายอายุ 76 ปี ชาวบ้านเขาน้อย ต.เขาน้อย อ.เวียงเก่า เป็นผู้ป่วยจากอาการกระดูกทับเส้นประสาท

มั่นใจ นทท.เข้าไทยคึกคัก

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายพิสูจน์ แซ่คู นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก ถึงการผ่อนปรนในการเดินทางเข้าประเทศของ ศบค. ว่ามาตรการที่ออกมาล่าสุดถือเป็นข่าวดีของภาคการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการโรงแรมเป็นอย่างมาก การปลดล็อกนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากการเปิดประเทศก่อนหน้านี้ประเทศไทยมีเงื่อนไขการเดินทางเข้าประเทศหลายด้าน จนไม่สามารถนำไปแข่งขันกับประเทศคู่แข่งทางการท่องเที่ยวได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าประเทศที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งและยังมีความยุ่งยากที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณา จักรเพราะระบบเดิมนั้นจำเป็นต้องตรวจ RT-PCR ทางโรงแรมจะต้องจัดหารถ รวมทั้งการกักตัวระหว่างรอผลและการหาโรงพยาบาลคู่สัญญาในการตรวจ กระทั่งรัฐบาลปลดล็อกเงื่อนไขนี้ออกไป จะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศ ไทยสะดวกมากขึ้น ภาคโรงแรมสามารถทำงานได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ดังนั้นเมื่อมีการปลดล็อกเทสต์แอนด์โก และการตรวจ RT-PCR ออกไป ขณะนี้พบว่ามีกระแส และการประสานงานจากกลุ่มนักท่องเที่ยวอินเดีย เวียดนาม เกาหลีใต้และญี่ปุ่น สอบถามเข้ามาเป็น จำนวนมาก ดังนั้นการปลดล็อก 1 พ.ค.จึงถือเป็นช่วงเวลาที่ดีในการที่จะร่วมกันฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

คุณกำลังดู: คึกปลดล็อกโควิด นทท.ญี่ปุ่น-เกาหลี-อินเดียขอข้อมูลเที่ยวตะวันออก

หมวดหมู่: ภูมิภาค

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/2375560

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด