เข้าเฝ้า ร.10-ราชินี 22 ผู้นําประเทศ ณ พระที่นั่งจักรีฯ (คลิป)

เข้าเฝ้า ร.10-ราชินี 22 ผู้นําประเทศ ณ พระที่นั่งจักรีฯ (คลิป)

22 ผู้นำประเทศเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท “ประยุทธ์” เปิดฉากถกผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 29 ชูนโยบายบีซีจี สร้างมรดกเอเปก จับเข่าคุย “มาครง-เจ้าชายซาอุฯ” หาช่องหยุดวิกฤติเงินเฟ้อ “ม็อบราษฎรหยุดเอเปก 2022” ปะทะเดือดแนวสกัด คฝ.หยุดอยู่แค่ถนนดินสอ เจอยิงกระสุนยาง ตั้งคอนเทนเนอร์ขวาง ตร.รวบ 25 แนวร่วม มวลชนทิ้งลานคนเมือง ยกพวกล้อม สน.ทุ่งสองห้อง ปชป.-ภท.ฟาดปากไม่หยุด

“ราเมศ” ว้ากอย่ามาทวงบุญคุณ โต้มารยาทสำคัญคือเห็นแก่ส่วนรวมไม่ใช่ประโยชน์พรรคร่วมฯ เปิดนโยบายรัฐบาลยันไม่มีตรงไหนไฟเขียวกัญชาเสรี “พลพีร์” สวนคำแก้ตัวคนดีแต่พูด ไม่รับผิดชอบ กลับไปกลับมาจ้องแต่ล่าแต้ม “วีระกร” ยัน พปชร.โหวตหนุน ก.ม.กัญชาเต็มร้อยไม่ขาดแม้เสียงเดียว ห่วงพวกเดียวกันโหวตสวนเกิดปัญหา “ชลน่าน” ย้ำปิดประตูตายกัญชาเสรี โบ้ยไม่เคยคุย “หมอระวี” ขอเพิ่มนิรโทษคดีทุจริตจากเหตุการเมือง “เศรษฐา” เปิดหน้าพูดชัดอยู่พรรค พท. รอเวลานั่งแคนดิเดตนายกฯ

ในหลวง-ราชินีทรงรับผู้นำเขตเศรษฐกิจ

เมื่อเวลา 17.46 น. วันที่ 18 พ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงรับพระประมุข ประธานาธิบดี และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรีและผู้แทนประเทศ ซึ่งเป็นผู้นำเขตเศรษฐกิจและแขกพิเศษ พร้อมด้วยคู่สมรสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินและเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก ครั้งที่ 29 ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้นำเขตเศรษฐกิจและแขกพิเศษ จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับผู้นำเศรษฐกิจและแขกพิเศษ พร้อมด้วยคู่สมรส

“บิ๊กตู่” เปิดฉากเวทีเอเปกครั้งที่ 29

สำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ครั้งที่ 29 เมื่อเวลา 08.30 น.ที่ชั้น G ศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รอต้อนรับผู้นำและตัวแทนผู้นำชาติเอเปก 20 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ซิลี จีน ไต้หวัน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ สหรัฐฯ และเวียดนาม ที่เข้าร่วมประชุม จากนั้นเวลา 09.30 น.ที่ห้องประชุม Plenary Hall 2 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดการประชุมเอเปกรูปแบบ Retreat ช่วงที่ 1 หัวข้อ “การเจริญเติบโตที่สมดุล ครอบคลุม และยั่งยืน” โดยนายกฯกล่าวต้อนรับผู้นำว่า หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานถึง 4 ปี ครั้งนี้จะเป็นบทสรุปการหารือเพื่อร่วมฟื้นฟูภูมิภาคไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น เอเปกควรเปลี่ยนผ่านอย่างไร ปัจจุบันยังมีผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากโควิด-19 และความท้าทายสถานการณ์โลก รวมทั้งภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ผสาน 3 แนวคิดเศรษฐกิจ BCG

นายกฯกล่าวว่า ไทยขอนำเสนอแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy:BCG) เพื่อเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาและการเติบโตในระยะยาวที่เข้มแข็ง สมดุล ยั่งยืน และครอบคลุม ผสานแนวคิด รวมทั้งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อสร้างคุณค่า เพิ่มประสิทธิภาพ ในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และส่งเสริมความยั่งยืนสิ่งแวดล้อม ความท้าทายหลากหลายที่เราประสบอยู่เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงและคาบเกี่ยวกัน ไทยจึงริเริ่มการจัดทำเป้าหมายกรุงเทพฯ (Bangkok goals) ให้เป็นกรอบแนวทางผลักดันวาระด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของเอเปกอย่างชัดเจน มุ่งขับเคลื่อน 4 เป้าหมาย 1.ความพยายามเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ 2.ขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนที่ยั่งยืน 3.ผลักดันการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ 4. ปรับปรุงประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรเพื่อลดขยะให้เป็นศูนย์ คาดหวังเราจะร่วมรับรองเอกสารสำคัญดังกล่าวในวันที่ 19 พ.ย.เพื่อเป็นมรดกสำคัญของเอเปกต่อยอดให้เป็นรูปธรรมต่อไป จากนั้นนายกฯได้เชิญผู้นำกล่าวถ้อยแถลงตามลำดับตัวอักษร ซึ่งผู้นำต่างร่วมกันสนับสนุนนโยบาย BCG ที่ไทยผลักดัน

นำทีมถก “มาครง–เจ้าชายซาอุฯ”

จากนั้นเวลา 11.15 น. นายกฯร่วมการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้นำเอเปกกับแขกพิเศษ ได้แก่ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ภายใต้หัวข้อ “การค้าและการลงทุนที่ยั่งยืนระหว่างเอเปกกับหุ้นส่วนด้านการค้า” และเป็นประธานการหารือระหว่างผู้นำเอเปกกับแขกพิเศษในช่วงอาหารกลางวัน ภายใต้หัวข้อ “การส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ครอบคลุมในช่วงเศรษฐกิจถดถอยและวิกฤติเงินเฟ้อ” โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงรายงานภาพรวมเศรษฐกิจโลกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประจำปี 2565 ซึ่งคาดการณ์ว่า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกจากนี้จนถึงปี 2566 จะชะลอตัว ระดับเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจตลอดจนความเป็นอยู่ของประชาชนกลุ่มเปราะบาง ความเหลื่อมล้ำคนรวยกับคนจนจะยิ่งกว้างขึ้น การสร้างการเติบโตหลังโควิด-19 จะเป็นส่วนสำคัญสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการบรรเทาต่อกลุ่มเปราะบาง และเข้มแข็งต่อรากฐานทางเศรษฐกิจและสังคม

หารือนักธุรกิจสานต่อการค้าการลงทุน

ต่อจากนั้นนายกฯเข้าร่วมการหารือระหว่างผู้นำเอเปกกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปก (APEC Leaders’ Dialogue with ABAC) โดยนายกฯกล่าวว่า เอเปกมีลักษณะเฉพาะที่มีการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อหาทางออกไปด้วยกัน และเห็นด้วยกับรายงานของเอแบคที่ปฏิบัติได้จริงและสะท้อนข้อเรียกร้องภาคธุรกิจและเอเปกจะต้องดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป ขณะเดียวกัน ยินดีที่ผู้นำเอเปกและเอแบคมาอยู่พร้อมกันอีกครั้งหนึ่งหลัง 4 ปีที่ผ่านมาเราไม่ได้เจอกันเพราะสถานการณ์โควิด วันนี้ได้กลับมาเจอกันแล้วจะได้สานต่อความร่วมมือต่างๆที่บางอันอาจช้าไปไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงวันนี้ก็ต้องเร่ง ความสำเร็จของเอเปกในปีนี้ก็เป็นผลจากการรับฟังข้อเสนอแนะของเอแบคมาขับเคลื่อนที่เห็นได้ชัดคือวาระหลายปีเรื่องของเอฟแทป(FTAAP) ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องที่ต้องการให้มีความคืบหน้า ขณะที่การประชุมผู้นำเอเปกครั้งนี้ จะจัดทำ Bangkok Goals on BCG Model หรือเป้าหมายกรุงเทพฯว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG

เน้นสร้างภูมิคุ้มกันกับดักเงินเฟ้อ

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธาน ABAC กล่าวว่า ปัจจุบันความท้าทายต่างๆเป็นภัยคุกคามที่ทุกเขตเศรษฐกิจต้องเผชิญร่วมกัน รายงานประจำปีของ ABAC จึงเน้นย้ำการร่วมมือกันอย่างจริงจัง เน้นการป้องกันไม่ให้ติดอยู่ในกับดักเงินเฟ้อ วิกฤติอาหาร อำนวยความสะดวกทางการค้า ดำเนินการตามเศรษฐกิจ BCG รับมือกับโรคระบาด การเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียม สนับสนุนความเชื่อมโยงและไร้รอยต่อ ภายใต้มาตรฐานและแนวปฏิบัติร่วมกัน รวมถึงการตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนบูรณาการทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค สนับสนุนธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) โดยเฉพาะ รวมถึงการพัฒนา และนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมาใช้

เซอร์ไพรส์เยี่ยมศูนย์สื่อมวลชน

ต่อมาเวลา 14.49 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้เดินลงไปที่ศูนย์ปฏิบัติการสื่อมวลชนชั้น LG ของศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อทักทายสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ทันทีที่นายกฯลงมาได้กล่าวเพียงสั้นๆว่า “วันนี้ไม่มีอะไร เพียงมาเยี่ยม พบปะผู้มาเยือน ตอนนี้อย่าเพิ่งถามอะไรเลย” ฝากสื่อมวลชนไทยว่า “ฝากดูแลเพื่อนๆ ของเราด้วยนะ” จากนั้นทักทายสื่อต่างชาติว่า“Hello How are you” นักข่าวตอบกลับว่า “I’mfine Thank You” ก่อนจะยกนิ้วโป้งแสดงสัญลักษณ์เยี่ยมให้นักข่าว และถามว่า lunch ok? นักข่าวต่างชาติตอบกลับเป็นภาษาไทยสำเนียงอีสานว่า “ทานข้าวแล้วชอบครับ อร่อยครับ”

ปธน.ฝรั่งเศสเที่ยวชมเสน่ห์เมืองไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่มาร่วมประชุมเอเปก ในฐานะแขกพิเศษฯ โดยเมื่อวันที่ 17 พ.ย. นายมาครง พร้อมด้วยนายตีแยรี มาตู เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยและคณะได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน ถ่ายคลิปเผยแพร่ลงในทวิตเตอร์และอินสตาแกรมส่วนตัว รวมถึงได้พบปะกล่าวสุนทรพจน์กับชุมชนชาวฝรั่งเศส ที่อาศัยอยู่ในไทย ทั้งไปชมการชกมวยไทยที่สนามมวยราชดำเนิน มีนายอองตวน ปินโต นักมวยไทยชาวฝรั่งเศสชื่อดัง นำชม นอกจากนี้ หลังงานเลี้ยงกาลาดินเนอร์ที่หอประชุมกองทัพเรือ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสยังไปเที่ยวชมสตรีทฟู้ดบนถนนเยาวราช รับประทานอาหารในร้าน “ฮั้วเซ่งฮง” ทักทายถ่ายรูปกับพนักงานร้านอย่างเป็นกันเอง และในช่วงค่ำวันที่ 18 พ.ย.ได้ไปเยี่ยมชมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ก่อนจะเดินทางกลับฝรั่งเศสในคืนเดียวกัน

คู่สมรสชมพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน

อีกด้าน เมื่อเวลา 09.30 น.นางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯ ได้นำคณะคู่สมรสผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก จาก 7 เขตเศรษฐกิจเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีคณะภริยารองนายกฯ และผู้บริหารพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ให้การต้อนรับ โดยระหว่างนั้นนางนราพรกล่าวว่า ปี 65 พร้อมกับการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปก ประเทศไทยได้มีการเฉลิมฉลองในวาระปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งการได้เชิญคณะคู่สมรสผู้นำฯ เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน จะเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้เผยแพร่ศิลปะอันเป็นภูมิปัญญาของคนไทย พร้อมกับเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ที่ทรงดำเนินเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งมีแนวทางที่สอดคล้องกับแนวคิดประชุมเอเปกในปีนี้ นั่นคือเปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกันสู่สมดุล และผลงานต่างๆนั้นก็มาจากวัสดุในท้องถิ่นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เปรียบเหมือนได้บุกเบิกเศรษฐกิจโมเดล BCG

ปลื้มของระลึกกระเป๋าผ้าไหมราชทาน

นางนราพรยังได้นำคณะคู่สมรสผู้นำฯชมนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ฯ และชมการสาธิตงานหัตถศิลป์กับชิ้นงานที่จัดแสดง พร้อมกันนี้นางนราพรเป็นผู้แทนมอบของที่ระลึก ที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาแก่คณะคู่สมรสผู้นำฯ เป็นกระเป๋าผ้าไหมไทยคอลเลกชัน ‘S’Craft: Craftsman shipซึ่งทรงออกแบบเนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองพระชนมพรรษา 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน ซึ่งบนโต๊ะอาหารได้จัดวางตลับถมเงินขนาดเล็ก เพื่อมอบแก่คณะคู่สมรสผู้นำฯเป็นที่ระลึก พร้อมรับชมการแสดงโขน “ทศกัณฐ์และนางเบญจกาย” และได้ถ่ายภาพร่วมกันบริเวณด้านหน้าบุษบกจตุรมุขพิมาน เยี่ยมชมร้านขายของที่ระลึกก่อนเดินทางกลับเพื่อเข้าร่วมภารกิจที่เกี่ยวข้องต่อไป

ม็อบเคลื่อนพลบุกศูนย์ประชุมฯ

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ลานคนเมือง กลุ่ม “ราษฎรหยุดเอเปก 2022” นำโดยนายสมบูรณ์ คำแหง ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) นายพชร คำชำนาญ กลุ่มพีมูฟ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดินและ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ ประกาศให้แนวร่วมตั้งขบวนเพื่อเดินเท้าไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทำกิจกรรมกิโยตีนตัดหัวเผด็จการ นำหุ่นฟางติดผ้าใบหน้าคล้ายผู้นำประเทศไว้ที่เครื่องประหารจำลอง แล้วให้กลุ่มคณะก่อการล้านนา จ.เชียงใหม่ อ่านกลอนตีกลองสะบัดชัย ปล่อยใบมีดตัดศีรษะหุ่น ก่อนเคลื่อนขบวนไปได้ถึงแค่ถนนดินสอ พ.ต.อ.ทศพล อําไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.สำราญราษฎร์ นำรถเครื่องขยายเสียงประกาศเตือนให้ปฏิบัติตามกฎหมายชุมนุมสาธารณะ ห้ามเคลื่อนขบวนไปยังศูนย์ประชุมสิริกิติ์ แต่ผู้ชุมนุมประกาศเคลื่อนขบวนต่อ จากนั้นฝ่ายตำรวจนำแผงรั้วเหล็กผูกลวดสลิงตั้งแนวสกัด เข้าเจรจาแต่ไม่สำเร็จ

ปะทะตำรวจ คฝ.ยิงกระสุนยางสกัด

ต่อมาเวลา 09.20 น. ขบวนผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวไปถึงหัวถนนดินสอ ก่อนเข้าสู่ถนนราชดำเนินกลาง กำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) นำรถกระบะ 3 คันมาจอดขวางประกาศห้ามไม่ให้เคลื่อนออกจากถนนดินสอเด็ดขาด ฝั่งผู้ชุมนุมระดมมวลชนชายฉกรรจ์ผลักดันเปิดทางเข้าปะทะฝ่าแนวกั้นของตำรวจ คฝ.เกิดการปะทะชุลมุนขึ้น 2 รอบ พากันนำลวดสลิงมาดึงรถที่ตำรวจนำมาขวางออก หนึ่งในนั้นมีพระสงฆ์ที่มาร่วมชุมนุมเข้ากระโดดถีบแนวโล่ป้องกันของตำรวจ และยังมีนางวรวรรณ แซ่อั้ง หรือป้าเป้า แนวร่วมขาประจำตรงเข้าประชิดบีบกล่องดวงใจตำรวจ คฝ.จนตำรวจต้องใช้ปืนยิงกระสุนยางเข้าสกัด ต่างฝ่ายต่างบาดเจ็บ แกนนำม็อบประกาศให้ถอย ระหว่างนั้นได้เก็บปลอกกระสุนยางไปมอบให้แกนนำประกาศถามหาความชอบธรรมต่อเจ้าหน้าที่กระทำต่อมวลชนที่มีแค่มือเปล่า

“มายด์” หลั่งน้ำตาชูกระสุนฟ้องผู้นำ

จากนั้น น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ แกนนำกลุ่ม ลงจากรถกระจายเสียงแล้วนำปลอกกระสุนยางจำนวน 3 ปลอก หัวกระสุนยาง 1 หัว มาแถลงต่อสื่อมวลชนทั้งน้ำตา ที่ด้านหน้าแนวสกัดของตำรวจ คฝ.ระบุว่า ขณะนี้มีผู้ร่วมชุมนุมบาดเจ็บแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ราย และถูกจับกุมไปอีกจำนวนหนึ่ง ประชาชนเพียงต้องการไปยื่นหนังสือต่อที่ประชุมเอเปกนำเสนอข้อเรียกร้องปกป้องสิทธิประโยชน์เรื่องปากท้องและชุมชน แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่รัฐสกัดกั้น ใช้กระสุนยางยิงใส่ ทำไมต้องทำรุนแรงกับประชาชนที่มามือเปล่า ขอเรียกร้องให้ประเทศผู้เข้าร่วมประชุมเอเปกส่งตัวแทนมาดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชน

นักข่าวโดนลูกหลงกระบอง คฝ.

ต่อมาเวลา 10.50 น. ฝ่ายตำรวจประกาศยื่นคำขาดให้ยุติการชุมนุมภายในเวลา 11.00 น. ทั้งนี้ มีรายงานว่า นอกจากมีมวลชนได้รับบาดเจ็บแล้ว นายทศฤทธิ์ วัฒนราษฎร์ ช่างภาพสนามจากสำนักข่าวแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า มีตำรวจ คฝ.รายหนึ่งใช้กระบองหวดเข้าใส่ผู้ที่ตกอยู่ในวงปะทะที่สวมปลอกแขนสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แว่นตาแตกร้าวเสียหาย

สั่งสลายม็อบขนตู้คอนเทนเนอร์ขวาง

จากนั้นกลุ่มชุมนุมเข้าปะทะอีกเป็นรอบที่ 3 นำเตาอั้งโล่และกระทะขึ้นไปตั้งบนหลังคารถตำรวจที่ขวางบนถนนดินสอ จุดไฟเผาพริกเผาเกลือนำพัดลมมาเป่าควันให้ฟุ้งกระจายไปยังฝั่งตำรวจ คฝ.ใช้เครื่องดับเพลิงฉีดสกัด ก่อนที่จะขว้างปาสิ่งของใส่กัน ผู้บังคับบัญชาตำรวจ คฝ.จึงสั่งการให้กำลังทั้งหมดตั้งแถวชาร์จเข้าใส่ ใช้โล่กระบองเข้าตีปะทะจนผู้ชุมนุมแตกฮือวิ่งหนีอลหม่านมุ่งหน้าไปทางลานคนเมือง เพราะเข้าใจว่าถูกสลายชุมนุม ส่วนมวลชนกลุ่มที่เป็นวัยรุ่นใช้พลุควันสีขว้างตอบโต้ใส่ แต่กำลังตำรวจ คฝ.รุกกระชับพื้นที่ถนนดินสอ ยึดรถเครื่องเสียง และนำกำลังมาตั้งแถว ขนตู้คอนเทนเนอร์วางซ้อนขวางอย่างแน่นหนา และจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมวัยรุ่นไม่พอใจขวางปาพลุควันสีและขวดใส่

เปลี่ยนเป้าล้อม สน.ทุ่งสองห้อง

กระทั่งเวลา 14.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมที่ถอยกลับไปปักหลักที่ลานคนเมือง เริ่มทยอยเก็บข้าวของและอุปกรณ์ต่างๆ หลังแกนนำ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล แกนนำประกาศให้ทั้งหมดถอนกำลังมุ่งหน้าไปปักหลักที่ สน.ทุ่งสองห้อง เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมถูกจับไประหว่างการปะทะ 25 คน หากไม่ปล่อยตัวจะนอนค้างหน้า สน.ทุ่งสองห้อง ต่อมาเวลา 16.30 น. มีมวลชนมารวมตัวกันราว 100 คน กระจายหลบฝนอยู่ใต้รถไฟฟ้าสายสีแดง บางรายรวมกลุ่มกันใช้ไม้ตีถังสีให้เป็นจังหวะเสียงเพลง แล้วเต้นรำกลางสายฝนกันอย่างสนุกสนาน ประชดประชันตำรวจยึดรถกระบะทะเบียน บย 8223 สุพรรณบุรี รถโมบายเครื่องเสียงของผู้ชุมนุมไป จากนั้นผลัดกันปราศรัยโจมตีเจ้าหน้าที่ที่จับกุมเพื่อนไป ทั้งนี้ ตำรวจได้ปิดประตูรั้วโรงพักพร้อมยืนตั้งแนวไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าพื้นที่เด็ดขาด

ยืนกรานต้าน BCG เอื้อกลุ่มทุน

นายสมบูรณ์ คำแหง ประธาน กป.อพช. แกนนำกลุ่มราษฎรหยุดเอเปก 2022 กล่าวว่า หมดความหวังที่จะยื่นข้อเสนอกับรัฐบาลไทยในข้อห่วงใยเรื่อง BCG ที่นำเสนอในที่ประชุมเอเปก อาจมีการนำทรัพยากรและพื้นที่ป่ามหาศาลไปมอบกลุ่มทุนเพื่อไปแลกนโยบายคาร์บอนเครดิตกับกลุ่มประเทศบางประเทศที่ไม่รับผิดชอบสิ่งแวดล้อม คนที่มารับข้อเรียกร้องต้องไม่ใช่รัฐบาลไทย ขอให้เป็นตัวแทนประเทศที่มาประชุมเท่านั้น เพื่อให้ทราบความจริงว่า รัฐบาลไทยกำลังโกหกเรื่อง BCG ส่วนเหตุปะทะ ยืนยันตำรวจไม่ได้ทำตามข้อตกลงที่ประสานไว้ก่อนหน้า ก่อนเคลื่อนขบวนได้แจ้งจัดชุมนุมไว้ล่วงหน้าหลายจุด เพื่อจะเคลื่อนขบวนไปในจุดใกล้ที่ประชุมเอเปกมากที่สุด แต่ออกจากลานคนเมืองแค่ไม่กี่ก้าว ก็ถูกสกัดกล่าวหาทำผิดกฎหมาย เป็นความพยายามปิดกั้นการแสดงออก

ตั้งข้อหา 25 แนวร่วมม็อบมั่วสุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวร่วมที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน.ทุ่งสองห้อง 25 คน ประกอบด้วย 1.นางวรวรรณ แซ่อั้ง (ป้าเป้า) อายุ 68 ปี 2.นางยุพา ฤทธินาคา อายุ 64 ปี 3.น.ส.รุ่งทิวารัตน์ ภูนกยูง 49 ปี 4.น.ส.กัญญาณี กวางทองดี 18 ปี 5.นายหรรษชีวิน เกศรินหอมหวล 22 ปี 6.นายเอเซีย รัฐมหาวิรุฬห์กร 21 ปี 7.นายณัชพล ไพรลิน 21 ปี กลุ่มทะลุฟ้า 8. นายปวริศ แย้มยิ่ง 26 ปี 9.นายวิทยา ไชยคำหล้า 25 ปี 10.นายพิภู มีศรี 21 ปี 11.นายพิชัย เลิศจินตวงษ์ 30 ปี 12.นายบารมี ชัยรัตน์ 55 ปี แกนนำกลุ่มสมัชชาคนจน 13.นายพลาธิป ดำมีศรี 47 ปี 14.นายวรัญญู คงสถิตย์ธรรม 28 ปี 15.นายดาวดิน ชาวหินฟ้า 60 ปี 16.นายอารัติ แสงอุบล อายุ 49 ปี เลขาธิการ กป.อพช.อีสาน 17.นายชาติชาย ธรรมโม 42 ปี เลขาธิการ กป.อพช.ภาคเหนือ 18.นายณัฐภูมิ สระทองออ 23 ปี 19.นายณัฐวุฒิ อุปปะ อายุ 40 ปี คณะกรรมการประสานงาน กป.อพช. 20.นายเจกะพันธ์ พรหมมงคล 46 ปี ผู้ประสานงานเครือข่ายเขียนอนาคตประเทศไทย 21.นายกำลังใจ ประจงภักดี 31 ปี 22.นายองอาจ นนทศิริ 51 ปี 23.นายขุนไกร บุญเกิด 41 ปี 24.นายโอภาส คำพระ 28 ปี 25.นายไพทูรย์ สร้อยสด 39 ปี แกนนำสมัชชาคนจน ข้อหาร่วมกันมั่วสุมตาม ป.อาญา มาตรา 215,216 สถานสำหรับนางยุพา ฤทธินาคา ผู้ถูกจับกุม ได้รับบาดเจ็บบริเวณคิ้วซ้ายแตก ขณะนั่งรถควบคุมผู้ต้องหาเบรกกะทันหันเพราะมีรถตัดหน้า ล้มคว่ำหัวไปโดนกระบะรถ ตำรวจนำตัวส่ง รพ.จุฬาภรณ์ รักษาพยาบาลทันที

“เจี๊ยบ” เชื่อทหารผสมโรงสลายม็อบ

ที่หน้า สน.ทุ่งสองห้อง นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 อนุญาตให้ส่งตัวเเทนชุดละ 3 คน สลับกันเข้าไปดูความเป็นอยู่ของผู้ถูกจับกุม จากการเข้าไปพูดคุยได้ข้อมูลตรงกันว่า ถูกจับกุมด้วยความรุนแรง ถูกไม้กระบองตีจนล้มแล้วถูกรุมกระทืบซ้ำ โดยก่อนหน้านี้ ผู้บาดเจ็บถูกส่งไปโรงพยาบาล ส่วนข้อหาหลังจากปรึกษากับนายอานนท์ นำภา ทนายความ คาดว่าผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมอาจจะถูกแจ้งความผิดฐานมั่วสุมก่อความวุ่นวาย และมีข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ.อาจไม่ใช่ตำรวจทั้งหมด แต่อาจเป็นทหารและมีการใช้อารมณ์เกรี้ยวกราด

กอร.รปภ.จร.แจงเหตุปะทะม็อบ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจร การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก 2022 (กอร.รปภ.จร.) แถลงว่า เบื้องต้นกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขการชุมนุม ฝ่าฝืน ขว้างปาสิ่งของ ทำลายรถกระบะของตำรวจเสียหาย และต่อสู้ขัดขวางทำร้ายเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลังเข้าจับกุมแต่ผู้ชุมนุมยังไม่หยุด มีการวางเพลิงรถตำรวจ มีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ต่างๆตามยุทธวิธี ควบคุมผู้กระทำผิดได้ 25 คน จากที่มีผู้มาร่วมชุมนุมกว่า 300 คน ถูกนำตัวไปดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่, วางเพลิง, ทำให้ทรัพย์สินราชการเสียหาย, ทำร้ายร่างกาย, ผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ พ.ร.บ.ความสะอาดฯ ข้อหาอื่นๆอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเติม กรณีสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บทั้งที่สวมปลอกแขนสื่อมวลชนนั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังด่วนสรุปไม่ได้ ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมและชี้แจงให้ประชาชนทราบโดยเร็ว ส่วนยอดผู้บาดเจ็บ มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ 1 คน ที่คิ้วขวา สื่อมวลชน 1 คน ผู้บาดเจ็บรายอื่นอยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม

ยังไม่ให้ประกันตัวทั้ง 25 คน

ที่หน้า สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อเวลา 18.45 น.นางสุรีย์กร พรสุจักร์ ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยถึงการประกันตัวว่า พยายามพูดคุยกับตำรวจอยู่ เพื่อขอประกันตัวคืนนี้ให้ได้ หากไม่ได้วันที่ 19 พ.ย.ต้องไปขอที่ศาลแขวงดุสิต ส่วนข้อหาที่ถูกแจ้งนั้นยังไม่ทราบว่าถูกจับด้วยข้อหาอะไรบ้าง ภายใน สน.ทุ่งสองห้องมีทีมทนายความอยู่ 8 คน ดูแลผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่อย่างใกล้ชิด ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจร่างกายของ 25 คน จากแพทย์ รพ.ตร. จากนี้จะเป็นขั้นตอนสอบปากคำทีละคนเพื่อทำการแจ้งข้อหา ขั้นตอนนี้จะไม่ช้าเพราะพฤติการณ์เหมือนกันต่างแค่ชื่อผู้ถูกจับ

รบ.แจง “สี จิ้นผิง” งดจับมือกันโควิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก 2022 เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นอกจากเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจปะทะกับกลุ่มราษฎรหยุดเอเปก 2022 จนมีการยิงกระสุนยาง มีผู้บาดเจ็บทั้งสองฝ่าย แล้วยังเกิดกระแสดราม่า จากกรณีนายสี จิ้นผิง ไม่จับมือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ในช่วงงานเลี้ยง เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ที่หอประชุมกองทัพเรือ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 พ.ย.นั้น นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวชี้แจงสื่อมวลชนต่างชาติว่า ทางการจีนได้แจ้งมาก่อนหน้านี้แล้วว่าจะของดไม่ให้มีการสัมผัสจับมือ หรือมอบของขวัญทางมือ รวมถึงขอเข้าประชุมคณะเล็ก หลีกเลี่ยงการประชุมร่วมกันหลายคณะ เนื่องจากทางการจีนเข้มงวดระดับสูงกับมาตรการโควิด-19

“อุ๊งอิ๊ง” ติงรัฐไม่ควรรุนแรงกับม็อบ

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โพสต์ทวิตเตอร์ถึงเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุมที่ต้องการเคลื่อนตัวจากถนนราชดำเนิน เพื่อเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ประชุมเอเปกว่า การแสดงความเห็นแบบสันติ ปราศจากอาวุธของประชาชนเช่นนี้ รัฐไม่ควรใช้ความรุนแรงกับประชาชน โดยเฉพาะการใช้กระสุนยางในระยะประชิด #ม็อบ 18 พฤศจิกา 65 #เอเปก 2565

“พิธา–โรม” ประณามรัฐกดขี่–รุนแรง

ช่วงบ่าย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า แม้จะมีประกาศสำนักนายกฯกำหนดให้ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ เป็นสถานที่ ตามความในมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ แต่มาตรา 8 กำหนดแค่การชุมนุมต้องไม่ขวางทางเข้าออก หรือทำให้ไม่สามารถใช้งานสถานที่ได้ และปรากฏภาพตำรวจเตะผู้ชุมนุม ใช้ปืนกระสุนยางยิงใส่ผู้ชุมนุมระยะประชิด โดยไม่ประกาศล่วงหน้า ที่สร้างความอับอายขายหน้าชาวโลกมากที่สุด ไม่ใช่การมีประชาชนมาชุมนุมประท้วง แต่คือการใช้อำนาจล้นเกินของรัฐบาลเพื่อกดขี่ผู้เห็นต่าง

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมของกลุ่มราษฎรหยุดเอเปก 2022 ถือเป็นความอับอายที่รัฐบาลไทยมีคำสั่งให้ตำรวจปฏิบัติการเช่นนี้ ทั้งที่การประชุมเอเปกควรเป็นเวทีเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ไม่ใช่แค่เพื่อพูดคุยตกลงกันระดับผู้นำประเทศเท่านั้น รัฐบาลเลือกรับมือสถานการณ์ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุต่อผู้ชุมนุมจำนวนไม่มาก

“ธนกร” โต้ตั้งสติก่อนวิจารณ์

นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.กล่าวว่า อยากเตือน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จะวิพากษ์วิจารณ์อะไรต้องตั้งสติ หาข้อมูลที่ถูกต้องจะได้ไม่ขายหน้าทีหลัง ไม่ควรรีบโดดเกาะกระแสตั้งสติก่อนวิจารณ์ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามจะเคลื่อนขบวน เจ้าหน้าที่เจรจาและแจ้งเตือน แต่ไม่ฟัง ก่อนใช้กำลังทำร้ายต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงจำเป็นต้องใช้กำลังป้องกันตนเอง ไม่แน่ใจว่ารู้หรือไม่ว่าผู้ชุมนุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ จนได้รับบาดเจ็บ 5 นาย มีคนรายงานให้ฟังบ้างหรือไม่

ปชป.โต้ “อนุทิน” อย่ามาทวงบุญคุณ

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์เรื่องพรรคร่วมรัฐบาลกับมารยาททางการเมืองเรื่องร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชงว่า เราจำเป็นต้องออกมาชี้แจงกรณีนี้ เพราะสาระสำคัญของคำว่ามารยาทในทาง การเมือง ควรต้องแยกออกจากคำว่าถูกต้อง การร่างกฎหมายที่ออกจากสภาฯจำเป็นที่ ส.ส. ต้องยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมไม่ใช่ประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาล มารยาทที่สำคัญที่มีต่อประชาชนคือการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ถ้าเห็นแก่ประโยชน์ของคำว่าพรรคร่วมรัฐบาล คงไม่ใช่สถาบันทางการเมืองที่จะเป็นหลักให้กับประเทศได้ ไม่อยากให้มาทวงบุญคุณกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยปราศจากเหตุและผล

เปิดนโยบาย รบ.ไม่มีกัญชาเสรี

นายราเมศกล่าวอีกว่า นโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา ไม่มีคำว่ากัญชาเสรี ชัดเจนในนโยบาย หน้าที่ 31 ข้อ 4 ตอนท้ายระบุไว้ชัดว่าศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา กัญชงและพืชสมุนไพรในทางการแพทย์ อุตสาหกรรมทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ของประชาชน โดยกําหนดกลไกการดําเนินงานที่รัดกุม เพื่อมิให้เกิดผลกระทบทางสังคมตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัด ชัดเจนในนโยบายรัฐบาลไม่มีคำว่า “กัญชาเสรี” มีหลักตรงกันคือใช้กัญชาในทางการแพทย์ อุตสาหกรรมทางการแพทย์ นโยบายรัฐบาลบอกไว้ชัดว่าให้กําหนดกลไกการดําเนินงานที่รัดกุม เพื่อมิให้เกิดผลกระทบทางสังคม เยาวชน ตรงนี้ชัดมากว่านโยบายรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับสังคมโดยรวม เมื่อร่างกฎหมายกัญชาเข้าสู่สภาฯไม่รัดกุมและมีผลกระทบต่อสังคมโดยรวมอย่างที่เห็น ส.ส.จะปล่อยให้ผ่านไปได้อย่างไร ต้องปรับต้องแก้ให้ดีที่สุดหากไม่ดีที่สุด มีสิทธิ์ไม่เห็นด้วยตามกลไกของสภาฯ

ลั่น ภท.ชนะแต่สังคมแพ้ไร้ประโยชน์

นายราเมศกล่าวอีกว่า ที่ระบุว่าเยาวชนเข้าไม่ถึงแน่นอน ห้ามขายนักเรียนนักศึกษาข้อมูลนี้แค่บางส่วนแต่เนื้อหาของร่างกฎหมายความเป็นจริงการควบคุมไม่ได้รัดกุมครอบคลุมทั้งหมด สถานศึกษาจะควบคุมอย่างไร การสูบกัญชาที่บ้านผู้จดแจ้ง ควบคุมด้วยมาตราไหน เด็กและเยาวชนไปรวมกลุ่มกันที่บ้านผู้จดแจ้งควบคุมด้วยมาตราไหน นี่คือสิ่งที่สังคมตั้งคำถามด้วยความเป็นห่วง ถือเป็นหน้าที่ ส.ส.ในสภาฯต้องว่ากันไปตามกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติ ผลจะออกมาอย่างไรทุกพรรคควรเคารพการตัดสินใจซึ่งกันและกัน ถ้าชนะแล้วสังคมแพ้ไม่มีประโยชน์ ถ้าแพ้แล้วสังคมได้ประโยชน์นั่นคือชัยชนะของสังคม

“พลพีร์” ฉะดีแต่พูดกลับไปมาล่าแต้ม

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขานุการนายกฯฝ่ายการเมืองกล่าวตอบโต้โฆษกพรรค ปชป. ว่า เป็นแค่การแก้ตัวของคนไม่รับผิดชอบ ไม่เคารพกติกาการอยู่ร่วมกัน เป็นการสื่อสารของพวกไม่มีเครดิต วันนี้พูดอย่าง พรุ่งนี้ทำอีกอย่าง เชื่อถือไม่ได้ ที่ท่านบอกว่าพรรคท่านยึดประโยชน์ส่วนรวม ถ้ายึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นห่วงสังคมอย่างปากว่า ทำไมมาขวางร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯที่วางกรอบควบคุมการใช้ขัดแย้งในตัวเองมาก ตอนร่วมรัฐบาล ท่านยอมรับนโยบายพรรคอื่นๆ แต่พอจะเลือกตั้งใหม่หาทางขัดขาเพื่อน กลัวเพื่อนจะทำนโยบายได้สมบูรณ์ แล้วยังออกมาปั่นกระแสบิดเบือนเรื่องกัญชา พรรคท่านจัดเสวนาล่าสุดสื่อสารข้างเดียว กำลังทำให้กัญชากลับไปเป็นผู้ร้าย แต่ก่อนหน้ายอมรับนโยบายเราพูดอย่างทำอย่างชอบพูดว่ากลัวกัญชาเสรี แล้วออกมาขวางกฎหมาย พรรค ภท.เราพูดแล้วทำ ให้ความสำคัญนโยบายของเรา ผลักดันเต็มที่แต่รับฟังเหตุผลนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯเข้าใจความกังวลของสังคม ออกประกาศมาช่วยควบคุมให้นโยบายเดินได้ เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด

ลาก ก.ม. 7 ธ.ค.กัญชาเข้าวาระ 2

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะเลขานุการวิปรัฐบาลกล่าวถึงข้อเสนอ ส.ว.ให้เลื่อนระเบียบวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ขึ้นมาพิจารณาก่อนว่า ร่างกฎหมายนี้เป็นของพรรค ภท. หากอยากให้เลื่อนต้องประสานมายังวิปรัฐบาลก่อน และใช้เสียงของสภาฯลงมติขณะนี้ ภท.ยังไม่ประสานมาตามระเบียบ วาระร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯอยู่ในวาระที่ 3 ของเรื่องที่คณะ กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว ต่อจากร่าง พ.ร.บ.การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นและร่าง พ.ร.บ.ขนส่งทางรางหลายมาตรามากอาจต้องใช้เวลา เบื้องต้นคาดว่าน่าเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 ได้วันที่ 7 ธ.ค.

พปชร.เต็มร้อยโหวตหนุน ก.ม.กัญชา

นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพปชร. ในฐานะวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ย้ำว่านโยบายกัญชาถือเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยมารยาทการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลต้องช่วยสนับสนุนว่าในฐานะที่ พปชร.เป็นแกนนำรัฐบาลจะยกมือสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ขาดแม้แต่เสียงเดียว ต้องเป็นไปตามวิปรัฐบาลสั่งอยู่แล้ว เพื่อรักษาแกนรัฐบาลไม่ให้โย้ มองว่าเป็นกฎหมายที่ดีแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯถึงไม่ออกมาชี้แจงให้สังคมเข้าใจแบบสั้นๆเพื่อความสบายใจว่ากฎหมายนี้ดีอย่างไร หากแก้ไขแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างไร สรุปย่อความที่เป็นคีย์เวิร์ดหลักๆ มาให้เหลือ 3 นาที ถ้าเป็นประโยชน์จริงไม่มีใครกล้าไม่ให้ผ่าน จะซื้อเวลาหรือสปอตสื่อก็ได้

ห่วง ปชป.โหวตสวนปัญหาเกิดแน่

นายวีระกรกล่าวอีกว่า ไม่เช่นนั้นพรรคประ ชาธิปัตย์ หรือพรรคที่มีเสียงเดียวจะมีปัญหา หากไม่ชี้แจงให้เข้าใจจะเป็นปัญหาต่อพรรคร่วมรัฐบาล และกลายเป็นประเด็นทางการเมือง ทั้งที่การโหวตกฎหมายต้องเป็นไปเพื่อประชาชน เมื่อถามว่า คิดว่าจะเกิดความวุ่นวายในการโหวตวาระ 3 หรือไม่ นายวีระกรกล่าวว่า คงจะมีปัญหากันถ้าพรรคประชาธิปัตย์โหวตสวน ไม่อยากให้เกิดปัญหานี้ จึงอยากให้นายศุภชัยออกมาชี้แจงโดยด่วน

“บิ๊กป้อม” ยังฟิตลุยกำแพงเพชร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 28 พ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร.จะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.กำแพงเพชร มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค พปชร.ร่วมคณะ จุดแรกไปติดตามและมอบนโยบายสถานการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของ จ.กำแพง เพชร ที่โรงเรียนปางศิลาทองศึกษา ต.โพธิ์ทอง อ.ปางศิลาทอง จากนั้นทำพิธีมอบสมุดประจำตัวให้ผู้ได้รับคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล มอบนโยบายจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ช่วงบ่ายไปที่วัดวังไร่มณีราษฎร์ ต.ลานดอกไม้ อ.โกสัมพีนคร ติดตามผลการดำเนินงานบริหารจัดการน้ำ ที่ฝายชั่วคราวกันแม่น้ำปิง หนอง วัวดำ หมู่ที่ 21 บ้านหนองบง ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร มอบนโยบายและพบปะประชาชนก่อนกลับ กทม.

อวดผลงานคืบหน้าตั้งกระทรวงน้ำ

พล.อ.ประวิตรกล่าวอีกว่า ได้รับรายงานผลการศึกษาการจัดตั้งกระทรวงทรัพยากรน้ำเรียบร้อย หลังมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกร่างพิมพ์เขียวการปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการน้ำของประเทศและยกร่างกฎหมายการจัดตั้งกระทรวงทรัพยากรน้ำ เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดนโยบายขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ (กนช.) เพื่อจะพิจารณาจัดตั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาได้ระยะยาวเพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ มั่นคงในระบบโครงสร้างพื้นฐานทรัพยากรน้ำประเทศ บูรณาการความร่วมมือ 38 หน่วยงาน เป็นศูนย์รวมการบริหารจัดการน้ำได้อย่างสัมฤทธิผล

“ชลน่าน” ย้ำต้องปิดกั้นกัญชาเสรี

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่พรรคร่วมรัฐบาลยังเห็นต่าง จะส่งผลให้ขัดแย้งทางการเมืองยิ่งขึ้นหรือไม่ว่า ความเห็นต่างในระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องปกติ เป็นความสวยงามในระบอบ ไม่ได้มองเป็นความขัดแย้ง แต่ไม่ควรใช้ความเห็นต่างในการตรากฎหมาย เมื่อถามถึงท่าทีพรรค พท.และฝ่ายค้าน ยังยืนยันว่าหากกัญชาไม่ได้ถูกใช้ในทางการแพทย์ จะไม่โหวตผ่านใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่าเราสนับสนุนไม่คัดค้านกัญชาในทางการแพทย์ กัญชาที่นำมาใช้วิจัยในทางวิทยาศาสตร์และพืชเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่อง ที่ห่วงจะทำอย่างไรไม่ให้สารเสพติดในกัญชาถูกใช้แพร่หลายหรือไม่มีการควบคุม ดูกฎหมายที่ออกมาไม่มีมาตรการควบคุมเพื่อปิดคำว่ากัญชาเสรี กฎกระทรวงที่ออกมาใหม่การควบคุมช่อดอกกัญชาก็ห้ามเฉพาะจำหน่าย

ปัดไม่เคยถกนิรโทษกับ “หมอระวี”

นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า กรณี นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ระบุตนได้เสนอเพิ่มประเด็นนิรโทษคดีทุจริตจากเหตุการเมือง ในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่า ไม่เคยหารือเรื่องนี้กับ นพ.ระวี เพียงแต่เคยแสดงความคิดเห็นกับสื่อมวลชนที่ถามมาวันที่ 7 พ.ย.ว่าเป็นสิทธิจะเสนอได้ แต่ขึ้นกับเสียงข้างมาก ที่อ้างว่าขอเพิ่มประเด็น ยืนยันไม่เป็นความจริง ให้ข่าวเช่นนี้เหมือนต้องการโจมตีพรรค พท. เพื่อปิดกั้นแลนด์สไลด์หรือไม่ ขอยืนยันว่าไม่เคยพบปะ ไม่เคยพูดคุยกับ นพ.ระวีประเด็นนี้แน่นอน กรณีนายเศรษฐา ทวีสิน ระบุอยู่พรรค พท.เป็นเจตนารมณ์ของนายเศรษฐาที่แสดงออก พรรคยินดีต้อนรับ จะเป็นแคนดิเดตนายกฯหรือไม่จะได้หารือช่วงที่เหมาะสม

โบ้ยไม่เกี่ยวพา “ทักษิณ-ปู” กลับบ้าน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สภาฯอยู่มา 4 ปีใกล้จะครบวาระ นพ.ระวีมาเสนอเวลานี้ ไม่แน่ใจมีเจตนาอย่างไร จะทำสำเร็จหรือไม่ แต่ขอชี้แจงว่าที่พยายามบิดเบือนว่าหัวหน้าพรรค พท.ขอเพิ่มประเด็นนิรโทษกรรมคดีทุจริตจากเหตุการเมือง ยืนยันไม่เคยมี การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมไม่เกี่ยวกับการพานายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯกลับประเทศ ปรากฏการณ์เพื่อไทยแลนด์สไลด์ เกิดขึ้นเพื่อสร้างโอกาส สร้างอนาคตให้คนในชาติ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน อย่าบิดเบือนใส่ร้าย ทำลายความชอบธรรมทางการเมือง

“เศรษฐา” เปิดหน้าพูดชัดอยู่ พท.

ช่วงดึกวันที่ 17 พ.ย.ในทวิตเตอร์ Srettha Thavisin @Thavisin ของนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) โพสต์ภาพโปร์ไฟล์ พร้อมกับข้อความว่า “6-8 ปีที่ผ่านมา ผู้นำของเราไม่ได้นำประเทศไทยไปมีจุดยืนในเวทีโลกเลย ผู้นำคนต่อไปผมว่าต้องกล้าที่จะเดินออกไปสู่เวทีโลก” ทำให้มีผู้สนใจ มีผู้กดไลค์และรีทวีตจำนวนมาก พร้อมข้อความแสดงความคิดเห็น หนึ่งในผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นระบุว่า “ถ้าท่านมาอยู่เพื่อไทย ผมเลือกเพื่อไทยครับ” ทำให้นายเศรษฐาตอบกลับว่า “ผมอยู่เพื่อไทยครับ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่ผ่านมาเริ่มเปิดตัวให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่างๆและเตรียมเปิดตัวในสังคมวงกว้างมากขึ้น โดยนายเศรษฐาจะเข้ามาเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยแน่นอน

คุณกำลังดู: เข้าเฝ้า ร.10-ราชินี 22 ผู้นําประเทศ ณ พระที่นั่งจักรีฯ (คลิป)

หมวดหมู่: การเมือง

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/politic/2556781

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด