กดดัน "จุรินทร์" รับผิดชอบคดีฉาว "วิทยา" ชิงไขก๊อก-บีบ กู้วิกฤติศรัทธาพรรค

กดดัน "จุรินทร์" รับผิดชอบคดีฉาว "วิทยา" ชิงไขก๊อก-บีบ กู้วิกฤติศรัทธาพรรค

ปชป.เลือดไหลโกรกรุ่นใหญ่โบกมือลาอีก “วิทยา” ไขก๊อกพ้นสมาชิกพรรค ทิ้งบอมบ์บี้ หน.พร้อม กก.บห.โชว์สปิริตรับผิดชอบสังคมเซ่นปมฉาวคดี “ปริญญ์” จี้ “จุรินทร์” ลาออกยกคณะรักษา ปชป. อย่ายึดติดกอดเก้าอี้ ฉุดพรรคช้ำจนไม่เหลือชื่อ “อันวาร์” หวดซ้ำไล่ทบทวนจิตสำนึก เลิกซื้อเวลาปกป้องแต่ตัวเอง “บิ๊กป้อม” ย้ำไม่มีอะไรต้องพบ “ทักษิณ” ปัดไม่เคยพูดเล่นอำ “นิโรธ” ด้วย “ชัยวุฒิ” สำทับคนในรัฐบาลไม่มีใครคุยกับอดีตนายกฯ มติ พปชร.เอกฉันท์ไม่ส่งคนชิง ส.ส.เขต 3 ราชบุรี อ้างตัวเต็งเป็นสมาชิกพรรคไม่ครบ 90 วัน เลขาฯ กกต.ตั้งคณะทำงานอุทธรณ์คดีใบส้ม “สุรพล”

ปรากฏการณ์กรณีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกดำเนินคดีล่วงละเมิดทางเพศ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ และบานปลายตามมาด้วยกระแสกดดันเรียกร้องให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค พร้อมกรรมการบริหารพรรคแสดงสปิริตลาออก เพื่อรับผิดชอบต่อสังคม

ปชป.เลือดไหล “วิทยา” ไขก๊อกอีก

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 22 เม.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ประชาธิปัตย์ อดีต รมว.สาธารณสุขและ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์หลายสมัย เดินทางเข้ามายื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค โดยนายวิทยาเปิดเผยว่า ได้ยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคต่อเจ้าหน้าที่พรรคเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงเช้า แต่ยังไม่ได้เรียนให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์รับทราบ เพียงแต่ฝากนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ไปแจ้งต่อนายชวนเมื่อ 2 วันก่อน

บี้สปิริตผู้บริหารเซ่นกรณี “ปริญญ์”

“ผมอยู่มาหลายพรรค แต่อยู่กับพรรค ปชป.นานที่สุดในชีวิตการเมือง ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์หลายอย่างขึ้นในพรรค โดยเฉพาะกรณีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค ที่สร้างความเสียหายให้กับพรรคมาก อยากให้กรรมการบริหารพรรคแสดงความรับผิดชอบและแสดงสปิริตให้มากกว่านี้ เพราะมาตรฐานจริยธรรมต้องสูงกว่ากฎหมายบ้านเมือง พรรคไม่ผิดแต่มีคนผิด จึงต้องมีคนรับผิดชอบ เนื่องจากกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ชักจูงนายปริญญ์เข้ามาอยู่ในพรรค ถือเป็นความรับผิดชอบทางการเมืองต่อประชาชน จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงจะไม่เหลือพรรค เปรียบเหมือนพระทำผิดต้องสึก ไม่ใช่พระทำผิดแล้วมาโทษวัด เมื่อผู้บริหารเลือกจะรักษาคน แต่ไม่รักษาพรรค ต่อไปก็ไม่เหลืออะไร” นายวิทยากล่าว

หวดอย่าให้พรรคช้ำจนไม่เหลือชื่อ

นายวิทยากล่าวอีกว่า ยังคงรักพรรค ปชป.และพร้อมกลับมาเป็นคนของพรรค หากมีการเปลี่ยนแปลงในพรรค ขอย้ำว่าการลาออกครั้งนี้เป็นเรื่องภาพลักษณ์และความรู้สึกประชาชนล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับพรรคจะไม่ส่งลงผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราชหรือไม่ เพราะมีชื่อลงสมัครอยู่แล้ว อย่าให้พรรคช้ำจนไม่เหลือชื่อ ปชป. ถ้าไม่เปลี่ยนจะไม่เหลือพรรค คำว่าประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นแบบนี้ เราถูกสอนมาว่าต้องรู้จักรับผิดชอบต่อสังคมและความรู้สึกของประชาชน ไม่ใช่เกาะเกี่ยวเหนียวติดอยู่กับตำแหน่ง ผมถูกฝึกมาอย่างนั้น พรรคเป็นของทุกคน พรรคก็เป็นของผม แต่ผมต้องหาคนรับผิดชอบให้ได้ เมื่อไม่มีใครรับผิดชอบ ผมต้องเลือกปกป้องพรรค” นายวิทยากล่าว

จี้ หน.พรรคลาออกรักษา ปชป.

เมื่อถามว่าหมายความว่าผู้บริหารพรรคควรแสดงสปิริตลาออกทั้งคณะ เพื่อแสดงความรับผิดชอบใช่หรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า ควรคิดแบบนั้น เพราะพรรคถูกทำร้าย พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันการเมืองที่มีมายาวนาน อยากเห็นพรรคอยู่ต่อไปได้ แต่เมื่อคนในพรรคทำผิด ผู้บริหารพรรคต้องรับผิดชอบด้วย สมัยที่เป็น รมว.สาธารณสุขเคยถูกพาดพิงก็แสดงความรับผิดชอบ เป็น ส.ส.มากว่า 30 ปี อยู่มาหลายพรรค คิดว่าจะอยู่พรรค ปชป.นานที่สุดใครก็อิจฉา แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ประชาชนเจ้าของพรรคจะคิดอย่างไร นี่เป็นสาเหตุต้องตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคครั้งนี้ เมื่อถามว่าจากนี้จะไปร่วมงานกับพรรคไหนต่อไป นายวิทยากล่าวว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจ ขออยู่นิ่งๆก่อน แต่คิดว่ายังมีน้ำยา จะไปร่วมงานกับพรรคไหนต่อนั้นต้องเป็นคนที่พร้อมเสียสละเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง ยอมรับว่าที่ผ่านมามีคนเข้ามาพูดคุยทาบทามไปร่วมงานด้วยหลายคน แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ยังไม่ถึงเวลา

“อันวาร์” ขยี้ซ้ำไล่ทบทวนจิตสำนึก

นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ทำหนังสือถึงหัวหน้าพรรค กก.บห. และสมาชิกพรรค เรื่อง ขอให้ทบทวนจิตสำนึกเพื่อป้องกันไม่ให้พรรคตกต่ำไปมากกว่านี้ ใจความว่า กรณีอื้อฉาวทำให้พรรคเสียหายมาก ผู้บริหารพรรคขอโทษพร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการดูแลรับผิดชอบเพื่อแก้ไขปัญหาและปกป้องพรรค เชิญคนนอกมาร่วมเป็นเรื่องดี ต่างจากครั้งที่หัวหน้าพรรคโดนข้อกล่าวหาทุจริตถุงมือยาง-หน้ากากอนามัย ตอนนั้นแต่งตั้งคนในพรรคมาตรวจสอบเอง ไม่ได้แก้ปัญหาภาพลักษณ์พรรคที่ถูกต้อง สังคมตั้งคำถามต่อพรรคว่าจิตสำนึกที่จะปกป้องพรรคของคนประชาธิปัตย์อยู่ที่ไหน ประชาชนสัมผัสได้แต่จิตสำนึกต้องการปกป้องตัวเอง คือการซื้อเวลา โดยไม่ได้แสดงความรับผิดชอบจริงจัง ถ้าคิดอะไรไม่เป็น มัวคิดแต่ประโยชน์ของตัวเอง จะส่งผลทำให้เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์แคบและขาดจิตสำนึกถึงส่วนรวม คงจะถูกสังคมตำหนิอยู่ร่ำไป ขอฝากว่าไม่ต้องไปคอยตามหาจิตสำนึกจากที่ไหน เพราะเดิมทีประชาธิปัตย์มีสิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานอยู่ในพรรคมานานแล้ว

“บิ๊กป้อม” ไม่มีอะไรต้องพบ “ทักษิณ”

เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางไปพักผ่อนที่ต่างประเทศช่วงสงกรานต์และพบหมอเพื่อตรวจสุขภาพว่า ไม่มีอะไร แจ่มใสขึ้น แข็งแรงก็ทำงานต่อไป เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าการเดินทางไปที่ประเทศอังกฤษจริงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวเสียงหนักแน่นว่า ไม่ได้ไปๆ เมื่อถามย้ำว่ามีกระแสข่าวว่าไปพบกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “โถ่! บอกแล้ว และไม่ได้เจอนายทักษิณมาตั้งแต่ปี 2548 ผ่านมากี่ปีแล้ว แล้วผมจะไปพบเรื่องอะไร ไม่มีเรื่องอะไรต้องไปพบ” เมื่อถามถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค พปชร.เพื่อพิจารณาส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า รอประชุมก่อน เมื่อถามย้ำว่ายังไม่รู้ว่าจะส่งหรือไม่ส่งผู้สมัครใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้

ปัดไม่เคยพูดอำเล่นกับ “นิโรธ”

ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร.ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ทำให้เข้าใจผิดว่า พล.อ.ประวิตรไปพบกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่อังกฤษ ว่า ต้องไปถามนายนิโรธดูเอง เมื่อถามว่าสงสัยหรือไม่ว่าคนมักจับผิดว่าจะไปพบนายทักษิณ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าใครเป็นคนบอก มีแต่สื่อออกข่าวว่าตนไปอังกฤษ เมื่อถามว่าแต่ไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ผิดทั้งนั้น ผมไม่ได้ไป ไปที่ไหน” เมื่อถามว่าได้พูดเล่นกับนายนิโรธจริงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่ได้พูด ผมยังไม่ได้เจอนายนิโรธเลย” ทำให้ผู้สื่อข่าวพากันร้องอ้าว...ไปตามๆกัน

“ชัยวุฒิ” ยันคนใน รบ.ไม่มีใครไปคุย

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยร่วมกับนายกฯหลังการประชุม ศบค.ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ร่วมด้วยว่า ได้รายงานให้นายกฯรับทราบกรณีที่ข่าวเกี่ยวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. พบกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยยืนยันว่า พล.อ.ประวิตรไม่ได้ไปเจอนายทักษิณ รวมถึงคนในรัฐบาลไม่มีใครไปคุยกับนายทักษิณ รวมทั้งยังได้หารือถึงวาระการประชุมสภาฯ เชื่อว่าเปิดสภาฯก็ผ่านไปได้ ระหว่างพูดคุยนายอนุทินยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้ดูว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ เราพร้อมตลอด เชื่อมั่นว่าเราโหวตผ่านทุกอย่างอยู่แล้ว

โบ้ยสื่อแยกแยะจริงหรือล้อเล่น

เมื่อถามว่าจะปิดประตูตายจะไม่คุยกับนายทักษิณทั้งขณะนี้และในอนาคตเลยหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า พูดตอนนี้คือเรื่องตอนนี้ จะเป็นเรื่องอนาคตอย่างไร ปัจจุบันไม่มีและในอดีตที่ผ่านมา ที่มีข่าวก็ไม่มีจริง เมื่อถามถึงกรณีนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร.ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ออกมาระบุเรื่องนี้เป็นการพูดเล่น แต่กลายเป็นประเด็น ต่อไปต้องกำชับอย่างไรหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า คิดว่าสื่อต้องรู้ว่าอันไหนคุยกันเป็นสัมภาษณ์หรือคุยเล่นนอกรอบ อย่าเอาไปเขียน ควรต้องดูบริบทด้วยว่าเวลาคุยกันแบบไหน

มติ พปชร.ไม่ส่ง ลต.ซ่อมราชบุรี

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค พิจารณาส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 ราชบุรี แทน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรีเขต 3 มี พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์และ พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร 2 กรรมการบริหารพรรคใหม่เข้าร่วมประชุม มีรายงานข่าวว่าที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 ราชบุรี เนื่องจากผู้เหมาะสมจะส่งลงสมัครเป็นสมาชิกพรรคไม่ครบ 90 วันผู้สื่อข่าวรายงานข่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้แจ้งตั้งแต่ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้วว่าจะไม่ส่ง เพราะอายุรัฐบาลและสภาฯเหลือไม่กี่เดือน และมีข้อจำกัดบุคคลที่จะลงสมัครต้องเป็นสมาชิกพรรค 90 วัน แม้ช่วงเย็นวันที่ 21 เม.ย. นายทวี ไกรคุปต์ อดีต รมช.คมนาคม บิดา น.ส.ปารีณาพยายามขอเข้าพบที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ จะขอให้พิจารณาอีกครั้ง แต่ไม่เป็นผล

“สันติ” มั่นใจไม่เสียพื้นที่ ลต.ใหญ่

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค พปชร. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมราชบุรี เนื่องจากพี่ชายของ น.ส.ปารีณา เป็นสมาชิกพรรคไม่ครบ 90 วัน และ น.ส.ปารีณาไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์กับตัวเองจึงไม่ได้เตรียมผู้สมัครเอาไว้ แต่มั่นใจไม่ทำให้เสียพื้นที่นี้ไป เพราะเป็นพื้นที่ของตระกูลไกรคุปต์มาตั้งแต่นายทวีเป็น ส.ส. 7-8 สมัย น.ส.ปารีณาเป็นมา 4 สมัย ตระกูลไกรคุปต์พัฒนาสร้างประโยชน์ให้ชาวราชบุรีเขต 3 มากมาย อีก 9-11 เดือนต้องเตรียมตัวลงพื้นที่สนามใหญ่ น.ส.ปารีณาเข้าใจ ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้แต่งตั้งนายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรรมการบริหารพรรค เป็นรองเลขาธิการพรรค

“อนุทิน” ไม่แตะพื้นที่พรรคร่วมฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 ว่า เราไม่ส่ง พรรคยึดหลักนี้มาตลอดว่าถ้าผู้แทนฯที่เสียไปเป็นของพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่ส่ง ถ้าเป็นของพรรคจะส่ง ไม่ทราบว่าพรรค พปชร. จะส่งหรือไม่ แต่ ภท.ขอทำเรื่องนโยบายทำงานในช่วงเวลาที่เหลือให้ดีที่สุดดีกว่า หวังว่าจะมีคนเข้ามาอยู่กับพรรค ภท.อีก ถ้าคนเชื่อมั่นว่านโยบายดีและมั่นใจการทำงานจะมีเข้ามา เราเปิดกว้างหมด ให้ประชาชนหรือผู้สนใจสมัครสมาชิกผ่านออนไลน์ได้ จะส่งผู้สมัครครบทุกเขตหรือไม่ ต้องดูกฎหมายลูก จะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ 2 เบอร์หรือบัตร 2 ใบเบอร์เดียว

ภท.ชู หน.พรรคแคนดิเดตนายกฯ

นายอนุทินกล่าวอีกว่า การประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรค ภท.วันที่ 23 เม.ย. ที่ จ.พระนครศรีอยุธยาต้องรอเซอร์ไพรส์ เรามีทุกวัน ยิ่งใกล้เลือกตั้งต้องพยายามทำอะไรเข้าหูเข้าตาประชาชน ให้มั่นใจเชื่อใจให้พรรคมาทำงาน ส่วนแคนดิเดตนายกฯก็ยืนอยู่นี่ไง ถ้าตนยังเป็นหัวหน้าพรรคและสมาชิกให้ความไว้วางใจ และไม่มีวาระเลือกหัวหน้าพรรคใหม่ก็คงเหมือนเดิม พรรค ภท.ชัดเจน รัฐธรรมนูญให้เสนอได้ 3 แต่เรายืนยันจะเสนอคนเดียวคือ คนเป็นหัวหน้าพรรค ไม่ว่าใครจะเป็นหัวหน้าก็ตาม ถือเป็นธรรมนูญของพรรค เป็นหลักที่ต้องปฏิบัติ

เฉ่ง กปน.ตุกติกประมูลโรงน้ำ

นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีได้รับร้องเรียนจากบริษัทที่แพ้การประมูล โครงการก่อสร้างขยายกำลังการผลิตน้ำ โรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ วงเงิน 6.5 พันล้านบาทของการประปานครหลวง (กปน.) ว่า อยู่วงการก่อสร้างมา 20-30 ปี รู้จักผู้ประกอบการเหล่านี้ดี เมื่อมีเรื่องค่อนข้างไม่โปรงใสส่อทุจริต จึงมาร้องเรียนในฐานะ ส.ส.ว่า กปน.ตัดสิทธิผู้ประมูลที่ให้ราคาต่ำสุด 2 รายแรกอ้างคุณสมบัติ แล้วทำสัญญากับผู้เสนอราคาต่ำเป็นอันดับที่ 3 จึงแนะนำให้อุทธรณ์ แต่ กปน.ไม่รับ จึงอุทธรณ์ไปที่กรมบัญชีกลางได้ส่งเรื่องไปให้ กปน.ดำเนินการให้ถูกต้อง ชัดเจนว่าเกิดการใช้ดุลพินิจไม่ถูกต้อง ได้แจ้ง ส.ส.พรรคที่อยู่ในคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องไปสืบสาวราวเรื่อง คนทำผิดโกงบ้านโกงเมืองต้องไม่มีที่ยืน และตนไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวเอื้อประโยชน์ใครหรือคนใกล้ชิด ไม่ต้องห่วง

“กัญจนา” ให้รอฟังอนาคต ชทพ.

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 24 เม.ย. พรรค ชทพ.จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 65 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต กทม. จะถือโอกาสตอบคำถามกระแสข่าวถูกถามจะยุบพรรค ชทพ.หรือไม่ หลังถูกถามมาเป็นระยะ ทั้งในหมู่การเมืองหรือแม้เป็นคำถามลอยๆว่าอนาคตของพรรคจะไปทางไหน ท่ามกลางกระแสการเมืองที่วุ่นวาย ความขัดแย้งสูง มีพรรคเกิดใหม่ค่อนข้างมาก กติกาการเลือกตั้งเปลี่ยนไป และจะพูดถึงอนาคตของพรรคให้ได้ทราบกันให้หมดข้อกังขา มันถึงเวลาและมีปัจจัยที่ทำให้มั่นใจที่จะพูด ขอให้รอฟัง แต่ไม่ใช่ว่าการเลือกตั้งมาถึงแล้ว พรรคทำงานไปเรื่อยๆ แต่ต้องเตรียม พร้อมสำหรับการเลือกตั้งไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ซึ่งเราตอบไม่ได้ จะมีก็นายกฯเพียงคนเดียว บางทีนายกฯเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเป็นอย่างไร เพราะวางไว้จะอยู่ครบเทอม เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวจะมีอดีตสมาชิกหวนคืนกลับมาอยู่ด้วย เช่น ตระกูลคุณปลื้มจากชลบุรี น.ส.กัญจนากล่าวสั้นๆว่า ขอให้ฟังในวันอาทิตย์ที่ 24 เม.ย.

สอท.ไล่ “สิระ” สงบสติเลิกบูลลี่

นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวว่า กรณีนายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.กทม.พรรค พปชร. ยังพยายามจะดึงนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ขณะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค พปชร.เกี่ยวข้องกับการรับรองส่งนายสิระลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อปี 62 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติยกคำร้องไปแล้ว นายสิระควรสงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว เพราะประชาชนเบื่อหน่ายนักการเมืองที่สร้างเรื่องมาทะเลาะเบาะแว้งเรื่องไร้สาระ พรรคสร้างอนาคตไทยมีนโยบายจะทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ การเมืองแบบเก่าๆควรเลิกได้แล้ว การบูลลี่คนอื่นกลัวว่าจะเป็นคนที่โลกลืม พฤติกรรมเช่นนี้เป็นที่น่ารังเกียจของสังคม

กกต.ยันใบส้ม “สุรพล” ทำตาม รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต.ได้ออกเอกสารชี้แจงกรณีศาลจังหวัดฮอด พิพากษาให้สำนักงาน กกต.ชดใช้ค่าเสียหายกว่า 64.1 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยรวมกว่า 70 ล้านบาท ให้นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 จากมติให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือใบส้ม กรณีใส่ซองถวายเทียนวันเกิดโดยระบุว่า กกต.และสำนักงาน กกต.ได้ดำเนินการโดยสุจริตและรอบคอบแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นการทำตามหน้าที่และใช้อำนาจสืบสวนหรือไต่สวนตามที่จำเป็นหรือเห็นสมควร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 (2) เพื่อให้ทันกับการประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กกต.จึงมีอำนาจสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้เป็นการชั่วคราวได้ โดยคำสั่ง กกต.ถือเป็นที่สุด ตามรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 225 สำนักงาน กกต.จะรายงานคำพิพากษาของศาลจังหวัดฮอดต่อที่ประชุม กกต. ในวันที่ 25 เม.ย. ให้ได้ทราบ ศึกษาเปรียบเทียบคดีลักษณะเดียวกันกับคดีอื่นที่ กกต.ถูกฟ้องแล้วศาลยกฟ้องเลขา

กกต.ตั้งคณะทำงานอุทธรณ์

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่าในชั้นสำนักงาน กกต. ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณากำหนดประเด็นอุทธรณ์คำพิพากษามีรองเลขาธิการ 2 คน ผอ.สำนักกฎหมาย สำนักงาน กกต.และผู้บริหารสำนักงาน กกต.อีกจำนวนหนึ่งร่วมเป็นคณะทำงาน พิจารณากำหนดประเด็นอุทธรณ์ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 พ.ค. เพื่อเสนออัยการเพื่ออุทธรณ์คำพิพากษาของศาลจังหวัดฮอดต่อไป มีกรอบเวลาอุทธรณ์ภายในวันที่ 20 พ.ค. คณะทำงานจะศึกษาเปรียบเทียบกับคดีอื่นที่ผู้สมัครได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดต่อ กกต. และศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้ว ส่วนกรณีอดีต กกต.ออกมาแนะนำให้ กกต.พิสูจน์ให้ได้ว่าพิจารณาคดีดังกล่าวอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม เพื่อให้พ้นความรับผิดเป็นเรื่องการสู้คดีในชั้นศาล ก่อนหน้านี้ กกต.มีการสู้คดีลักษณะนี้แล้วชนะคดีในชั้นศาล เรื่องนี้มันไม่ได้บอกว่าเราจะแพ้ ต้องมีการอุทธรณ์และสู้คดีไปตามขั้นตอนต่อไป

ลต.ซ่อมราชบุรีไร้เงาคนสมัครเพิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 วันที่สอง ที่สำนักงานประถมศึกษาเขต 2 ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ไม่ปรากฏว่ามีผู้สมัครจากพรรคการเมืองใดมายื่นใบสมัครเพิ่มเติมแต่อย่างใด แต่ทุกฝ่ายยังจับตาแชมป์เก่าอย่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะส่งคนลงสมัครหรือไม่ ดังนั้น ถึงวันที่ 22 เม.ย. มีนายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ หรือ ส.จ.เส็ง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับนางณัฐทนันต์ นิธิภณยางสง่า หรือทนายแป๊ว พรรคเสรีรวมไทย (สร.)ที่มาสมัครเพียง 2 รายเท่านั้น นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคตั้งใจส่งนายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์หรือ ส.จ.เส็ง ลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 ลงเมื่อปี 62 ได้เกือบ 30,000 คะแนน ยังคงลงพื้นที่ดูแลทุกข์สุขประชาชนสม่ำเสมอ ตั้งใจพัฒนาบ้านเกิดให้เจริญก้าวหน้า ยึดมั่นอุดมการณ์ แนวทางทำงานของพรรค แม้เหลือไม่ถึงปีจะเลือกตั้งทั่วไป คาดว่าช่วง 5 เดือนแรกปี 2566 แต่จำเป็นต้องมี ส.ส.เป็นปากเสียงให้ชาวบ้าน พรรคมี ส.ส.ราชบุรีถึง 11 คน ขอให้ช่วยเลือกนายชัยทิพย์เป็น ส.ส.ราชบุรีคนที่ 12 ด้วย

ศาลให้ประกัน 2 สาวกลุ่มทะลุวัง

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ป้อมตำรวจทางหลวงชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พ.ต.ต.ชัยเวง พาด้วง สว.2.บก.ปอท. นำกำลังร่วมกับตำรวจ บก.ทล.จับกุม 3 ผู้ต้องหาหญิงอายุ 17 ปี 19 ปี และ 20 ปี สมาชิกกลุ่มทะลุวัง ตามหมายจับศาลอาญาในความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 112 และเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับความมั่นคง หลังสืบทราบทั้ง 3 คนขับรถมุ่งหน้าเที่ยวพักผ่อนในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ยึดคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง และอื่นๆ ก่อนนำตัวมาสอบปากคำที่ บช.ก. สืบเนื่องจากมีพยานหลักฐานพบว่าทั้ง 3 คนเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่างๆที่มีเนื้อหาหรือข้อความในเชิงหมิ่นเบื้องสูงต่อมาพนักงานสอบสวน บก.ปอท.ยื่นคำร้องขอฝากขัง 2 ผู้ต้องหาหญิง อายุ 20 ปี และ 19 ปี ตามคำร้องฝากขัง ฝ.457/2565 และ ฝ.458/2565 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ศาลอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมามีผู้มายื่นคำร้องพร้อมเงินสดขอปล่อยชั่วคราว ศาลอาญาพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 100,000 บาท กำหนดเงื่อนไขห้ามมิให้ผู้ต้องหากระทำการใดๆลักษณะหรือทำนองเดียวกับที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้ และให้มารายงานตัวต่อศาลทุก 30 วันจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

คุณกำลังดู: กดดัน "จุรินทร์" รับผิดชอบคดีฉาว "วิทยา" ชิงไขก๊อก-บีบ กู้วิกฤติศรัทธาพรรค

หมวดหมู่: การเมือง

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/politic/2374830

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด