กบลุยฝุ่น มาแล้ว AAS AUTO เปิดรับจองรถสปอร์ตรุ่นพิเศษ PORSCHE 911 DAKAR

Porsche 911 Dakar รุ่นพิเศษสไตล์รถแข่งแรลลี่ เครื่องยนต์สูบนอน 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ 480 แรงม้า 570 นิวตันเมตร 0-100 ใน 3.4 วินาที ราคา 22,900,000 บาท

กบลุยฝุ่น มาแล้ว AAS AUTO เปิดรับจองรถสปอร์ตรุ่นพิเศษ PORSCHE 911 DAKAR

-เปิดตัวครั้งแรกของโลกในงานมหกรรมยานยนต์ลอสแอนเจลิส ออโต โชว์ (Los Angeles Auto Show)
-ยกระดับความสูงใต้ท้องรถเพิ่มขึ้น 80 มิลลิเมตรด้วยระบบ Lift-function chassis
-จำกัดจำนวนการผลิต 2,500 คันทั่วโลก
-อุปกรณ์เสริม Rallye Design Package สะท้อนภาพลักษณ์แชมเปียนรายการแข่งขัน Paris-Dakar Rally ปี 1984
-ยางสปอร์ต Off-road รองรับการขับขี่ทุกสถานการณ์
-อุปกรณ์พิเศษ roof basket พร้อมระบบไฟส่องสว่าง และ accessories สไตล์ Off-road

Porsche เปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นพิเศษ 911/992 Dakar ครั้งแรกของโลก ในงานมหกรรมยานยนต์ ลอสแอนเจลิส ออโต โชว์ (Los Angeles Auto Show) 911 Dakar รถสปอร์ตรุ่นพิเศษเน้นสมรรถนะบนเส้นทางออฟโรด (Off-road) และ ไฮเวย์ (Highway) จำกัดจำนวนการผลิตแค่ 2,500 คันทั่วโลก 911 Dakar เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Porsche 911 ในวิถีทางที่แปลกแยกและแตกต่างไปจากรถสปอร์ตทั่วไป เป็นการคารวะต่อชัยชนะ Overall ครั้งแรกของ Porsche จากรายการแข่งขันแรลลี่ทางฝุ่น Paris-Dakar Rally ปี 1984 ซึ่งถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ในรถสปอร์ต Porsche 911 นอกจากนี้ยังสามารถสั่งติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่ง Rallye Design Package แนวทางเดียวกับรถแข่งแรลลี่ตัวแรงที่เป็นเอกลักษณ์

Porsche 911 Dakar มีความแตกต่างไปจาก 911/992 รุ่นใหม่ก็คือ แนวทางในการพัฒนาสำหรับลุยฝ่าเส้นทางวิบาก ระดับความสูงของตัวรถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ากบคันใหม่นี้สูงกว่ารุ่นมาตรฐาน ซึ่งได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 50 มิลลิเมตร จาก Porsche 911 Carrera ที่ติดตั้งช่วงล่างแบบสปอร์ต ระบบ Lift System สามารถสั่งการยกความสูงทั้งด้านหน้า และด้านหลัง เพิ่มขึ้นอีก 30 มิลลิเมตร ทำให้ความสูงของ Dakar เทียบเคียงกับรถยนต์ SUV ทั่วไปได้อย่างมีชั้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นความสูงใต้ท้องรถ หรือประสิทธิภาพในการปีนไต่ทางลาดชัน ระบบ Lift system ไม่เพียงช่วยในการเอาชนะอุปสรรคบนเส้นทางออฟโรด แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบช่วงล่างสมรรถนะสูง ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ การใช้งานที่ระดับ ‘High level’ นำพา 911 Dakar พุ่งผ่านเส้นทาง Off-road ที่ความเร็วไม่เกิน 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ความเร็วเกินกว่านั้น ระบบจะปรับลดระดับความสูงลงมาในตำแหน่งปกติโดยอัตโนมัติ

อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่เสริมศักยภาพของการขับออฟโรด Off-road คือ ยาง Pirelli Scorpion All Terrain Plus (ขนาด 245/45 ZR 19 ที่ด้านหน้า และ 295/40 ZR 20 ที่ด้านหลัง) ยางรุ่นพิเศษ ออกแบบลายดอกยางแนวลุย จากความลึกถึง 9 มิลลิเมตร แก้มยางเสริมความแข็งแกร่งเพื่อป้องกันหิน เน้นความทนทานบนทางวิบาก ด้วย Threads ของยางที่ผลิตจากผ้าใบเสริม Carcass plies จำนวน 2 ชั้น ทั้งหมดคือปัจจัยที่ทำให้ยางรถยนต์ของ 911 Dakar เหมาะสมสำหรับการบุกตะลุยในทุกเส้นทางที่มีความท้าทาย สามารถเลือกติดตั้งยาง Pirelli P Zero เวอร์ชันปกติ และยาง Winter สำหรับฤดูหนาว ซึ่งยางทั้งหมดมาพร้อมผ้าใบเสริม Carcass plies 2 ชั้นเหมือนกัน ยาง all-terrain รุ่นพิเศษนี้ สามารถรองรับการขับขี่ความเร็วสูงบนทางเรียบ ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

กำลังที่อยู่ภายใต้การควบคุมในทุกสภาพเส้นทาง
เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 480แรงม้า (353กิโลวัตต์) แรงบิดมหาศาลกว่า 570นิวตันเมตร ถ่ายทอดสมรรถนะด้านอัตราเร่ง ความคล่องแคล่วว่องไวสไตล์ 911 พร้อมเสียงคำราม เอกลักษณ์ของเครื่องยนต์บ็อกซ์เซอร์ 911 Dakar รุ่นล่าสุดคันนี้สามารถออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง ไปถึงระดับความเร็ว 100กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ ภายในระยะเวลาเพียง 3.4วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากการใช้ยางแบบ all-terrain

911 Dakar รุ่นมาตรฐาน เครื่องยนต์จะถ่ายทอดกำลังไปยังระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ PDK 8 จังหวะ ส่งกำลังลงล้อทั้งสี่ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ประกอบด้วย ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear-axle steering จุดยึดแท่นเครื่องที่ยกมาจาก Porsche 911 GT3 และ PDCC anti-roll stabilisation เมื่อทุกอย่างข้างต้นผสานการทำงานร่วมกัน ส่งผลให้ 911 Dakar พุ่งทะยานอย่างรวดเร็วในทุกสภาพพื้นถนน ไม่ว่าจะบนผืนทราย หรือผิวทางเปียกลื่น สมรรถนะการขับเหนือชั้น ไม่ต่างจากการขับในสนาม Nürburgring Nordschleife ด้วยสมรรถนะสไตล์ออฟโรด (off-road) จาก driving modes ใหม่ 2 รูปแบบ ซึ่งสามารถสั่งการใช้งานฟังก์ชันได้จากปุ่มควบคุม Rotary switch บนพวงมาลัย โดย Rallye mode เหมาะกับทางลื่น หรือเส้นทางที่ต้องการเน้นประสิทธิภาพจากระบบ all-wheel drive ในส่วนของ off-road mode จะปรับระดับใต้ท้องรถขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อถ่ายทอดกำลังขับเคลื่อนสูงสุด สำหรับเส้นทางทุรกันดาร หรือเนินทราย ทั้งสองรูปแบบใน driving modes ทำงานร่วมกับระบบ Rallye Launch Control ใหม่ล่าสุด มีอัตราเร่งยอดเยี่ยมขณะขับบนผิวทางเปียกลื่น ระบบรักษาเสถียรภาพ เปิดโอกาสให้เกิดการลื่นไถลของล้อได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อไม่ให้ระบบนี้ เข้ามาแทรกแซงมากจนเกินไป

อุปกรณ์พิเศษ Roof basket เต็นท์หลังคา พร้อมนาฬิกาข้อมือ Porsche Design chronograph

Porsche 911 Daka มาพร้อมอุปกรณ์พิเศษที่ได้รับการพัฒนาใหม่ สปอยเลอร์หลังน้ำหนักเบาแบบ Fixed ผลิตจากวัสดุ CFRP ฝากระโปรง CFRP พร้อมช่องดักอากาศสไตล์สปอร์ตตัวแรงที่ยกมาจาก 911 GT3 นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับชิ้นงาน off-road ที่ติดตั้งเป็นมาตรฐาน เช่น ขอเกี่ยวลากรถอะลูมิเนียมสีแดง บริเวณกันชนหน้า และหลัง ซุ้มล้อขยายขนาดความกว้าง และชายล่างผลิตจาก stainless steel กันกระแทกรอบคันทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ช่องรับอากาศด้านข้าง เสริมความดุดันให้มุมมองหน้ารถ กระจัง stainless steel ป้องกันกรวดหินที่อาจดีดขึ้นมาจากผิวทาง

หลังคาของ 911 Dakar ติดตั้งช่องจ่ายกระแสไฟ 12 โวลต์ สำหรับชุดไฟส่องสว่าง และแร็คหลังคาซึ่งเป็นอุปกรณ์พิเศษ รับน้ำหนักได้ 42 กิโลกรัม ตัวแร็คติดตั้งเครื่องมือสำหรับการแข่งขันแรลลี่ ได้แก่ ถังน้ำมันเชื้อเพลิง และถังน้ำสำรอง พลั่วอเนกประสงค์แบบพับเก็บได้ และแผ่นรอง Traction boards อุปกรณ์เสริมสำหรับจัดเก็บสัมภาระบนหลังคา จัดวางอย่างเป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังสามารถสั่งติดตั้งเต็นท์หลังคาเพิ่มเติมให้กับ 911 Dakar ได้อีกด้วย

ห้องโดยสารของ Porsche 911 Dakar จัดบรรยากาศของความเป็นรถสปอร์ตสายพันธุ์แรง เบาะนั่งมาตรฐาน Full bucket seats ถอดเบาะหลังออก กระจกรอบคัน แบตเตอรี่น้ำหนักเบา การลดภาระกรรมด้านนำ้หนักดังกล่าว ส่งผลให้ 911 Dakar มีน้ำหนักรวม 1,605 กิโลกรัม หรือหนักกว่า 911 Carrera 4 GTS ที่ติดตั้งระบบเกียร์ PDK เพียง 10 กิโลกรัม ห้องโดยสารมาตรฐานของ Dakar คือการตกแต่งด้วยวัสดุ Race-Tex เดินตะเข็บด้วยสีเขียว (Shade Green) สามารถสั่งติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ Metallic exterior finish สำหรับ 911 Dakar รวมไปถึงชุดตกแต่ง Rallye Sport Package พร้อม Roll-over bar เข็มขัดนิรภัย 6 จุด และเครื่องมือดับเพลิง

ชุดแต่ง Rallye Design Package สะท้อนภาพรถแข่งแรลลี่ เจ้าของแชมป์การแข่งขัน Paris-Dakar ปี 1984
หัวใจสำคัญของอุปกรณ์พิเศษ ชุดแต่ง Rallye Design Package จาก Porsche Exclusive Manufaktur คือสีตัวถัง Two-Tone ในเฉดสีขาว ตัดด้วยสีน้ำเงิน Enzian Blue Metallic เป็นครั้งแรกที่ Porsche บรรจุสีตัวถังแบบ Bi-colour paint และการตกแต่งลวดลายลงในรถจากสายการผลิตปกติ ด้านข้างรถ สามารถเลือกติดหมายเลขได้อย่างอิสระตั้งแต่ 0 ถึง 999 ตามด้วยลายคาด Rally stripes สีแดง และสีทอง Porsche 911 Dakar ที่ติดตั้งชุดแต่ง Rallye Design Package มีความดุดัน สง่างาม จากพื้นฐานที่อ้างอิงรถแข่งเจ้าของตำแหน่งแชมเปียนชนะเลิศจากการแข่งขันแรลลี่ Paris-Dakar ปี 1984 รวมไปถึงตัวอักษร "Roughroads" ที่ประทับลงบนบานประตู เครื่องหมายอันเปรียบเสมือนตราสัญลักษณ์ประจำตัวของ 911 Dakar และรถแข่งสายพันธุ์ออฟโรด (Off-road) ขอบล้อสีขาว และแผงไฟท้ายสีแดง สร้างความแตกต่างจากรุ่นมาตรฐาน Highlights อื่นๆ ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุ Race-Tex ชิ้นงานหนังแท้ รวมทั้งเข็มขัดนิรภัยสีน้ำเงิน Sharkblue

นาฬิกาข้อมือ Porsche Design Chronograph
เจ้าของ Porsche 911 Dakar สามารถสั่งซื้อนาฬิกาข้อมือ Porsche Design Chronograph 1 - 911 Dakar หรือ Chronograph 1 - 911 Dakar Rallye Design Edition ที่เข้ากับตัวรถ นับเป็นครั้งแรกที่ตัวเรือนนาฬิกาผลิตจากวัสดุป้องกันรอยขีดข่วน Scratch-resistant และ light titanium carbide

Porsche 911 Dakar (ดาการ์) ใหม่ AAS Auto เปิดรับจองแล้วในราคาเริ่มต้น 22.9 ล้านบาท สำหรับชุดแต่ง Rallye Design Package ราคาเริ่มต้น 2.56 ล้านบาท.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณกำลังดู: กบลุยฝุ่น มาแล้ว AAS AUTO เปิดรับจองรถสปอร์ตรุ่นพิเศษ PORSCHE 911 DAKAR

หมวดหมู่: รถยนต์

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/auto/news/2560065

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด