หมอย้ำวัคซีน 2 เข็มไม่พอ ปรับคำแนะนำสวมหน้ากาก เริ่มพื้นที่มีความพร้อมก่อน

กรมควบคุมโรค ย้ำวัคซีน 2เข็มไม่พอ ต้องฉีดเข็มกระตุ้น ชี้ทุกสูตรที่ใช้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยช่วยลดอาการรุนแรงและเสียชีวิต ส่วนเรื่องเตรียมปรับคำแนะนำสวมหน้ากาก เริ่มจากพื้นที่มีความพร้อม

หมอย้ำวัคซีน 2 เข็มไม่พอ ปรับคำแนะนำสวมหน้ากาก เริ่มพื้นที่มีความพร้อมก่อน

กรมควบคุมโรค ย้ำวัคซีน 2 เข็มไม่พอ ต้องฉีดเข็มกระตุ้น ชี้ ทุกสูตรที่ใช้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย ช่วยลดอาการรุนแรงและเสียชีวิต ส่วนเรื่องเตรียมปรับคำแนะนำสวมหน้ากาก เริ่มจากพื้นที่มีความพร้อมก่อน

วันที่ 25 พ.ค. 2565 นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โควิด-19 และประสิทธิผลวัคซีนโควิด จากการใช้จริงในช่วงการระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ของไทยมีแนวโน้มลดลงเฉลี่ย 4-5 พันคนต่อวัน ต่ำกว่าที่คาดการณ์ ส่วนผู้ป่วยปอดอักเสบและต้องใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ในเกณฑ์คงตัว ขณะผู้เสียชีวิตรายวันอยู่ในกลุ่ม 608 คือ ผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรัง โดยครึ่งหนึ่งมีอายุเกิน 70 ปี ส่วนใหญ่ไม่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ คือ 3 เข็มขึ้นไป จึงต้องรณรงค์ให้กลุ่มเสี่ยง 608 มารับวัคซีนทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้น เพื่อลดการเสียชีวิต ขณะที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในระบบลดลงจากเดิมเกือบ 2 แสนราย เหลือไม่ถึง 5 หมื่นราย

ทั้งนี้ สอดคล้องกับมาตรการที่ผ่อนคลายลง แม้จะยังคงการเตือนภัยโควิดระดับ 3 แต่หากการติดเชื้อ การป่วยหนัก และเสียชีวิตลดลงต่อเนื่อง อาจปรับลดการเตือนภัยเป็นระดับ 2 ซึ่งจะมีการผ่อนคลายมากขึ้น ใช้ชีวิตได้ปกติมากขึ้น สำหรับสถานการณ์หลังเปิดเทอม ขณะนี้เริ่มพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในบางโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนประจำ ซึ่งสามารถแยกโซนเรียนได้โดยไม่ต้องปิดโรงเรียน พร้อมขอให้เน้นเรื่องการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง และขอให้กลุ่มเด็กเล็กอายุ 5-11 ปี ไปรับวัคซีนตามกำหนด เพราะอาจมีการแพร่เชื้อและรับเชื้อระหว่างกันได้

ทางด้าน นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า คณะทำงานศูนย์ประเมินผลประสิทธิผลและประสิทธิภาพวัคซีน กรมควบคุมโรค ได้ศึกษาข้อมูลการใช้จริงวัคซีนโควิด-19 ในไทย ช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. 2565 ซึ่งเป็นการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน จากผู้ฉีดวัคซีนกว่า 5 แสนรายทั่วประเทศ เพื่อดูประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อการป่วยหนักและการเสียชีวิต เปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน พบว่า

  • ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ป้องกันติดเชื้อโอมิครอนได้น้อยมาก แต่ยังป้องกันการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ 75%
  • ฉีดวัคซีน 3 เข็ม ป้องกันติดเชื้อประมาณ 15% ป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ 93%
  • ฉีดวัคซีน 4 เข็ม ป้องกันติดเชื้อโอมิครอนได้เพิ่มขึ้นเป็น 76% ซึ่งเป็นเหตุผลว่าบางคนฉีด 4 เข็มแล้วยังมีการติดเชื้อ ส่วนการป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตพบสูงถึง 99% และที่น่าสนใจคือไม่พบการเสียชีวิตในผู้ที่ฉีดวัคซีน 4 เข็ม


ดังนั้นขอให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น ช่วยป้องกันการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต อีกทั้งหากต้องการให้เปิดประเทศได้อย่างปลอดภัย กลับไปใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติ ต้องฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ได้มากกว่า 60% ขึ้นไป ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีวัคซีนเพียงพอสำหรับผู้ที่ต้องการรับวัคซีนทั้งเข็มที่ 3 เข็มที่ 4

นอกจากนี้ นพ.ทวีทรัพย์ ยังกล่าวด้วยว่า ผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ส่วนหนึ่งคิดว่าฉีด 2 เข็มเพียงพอแล้ว อีกส่วนกังวลผลข้างเคียง ซึ่งผลการศึกษาพบว่าวัคซีน 2 เข็มไม่เพียงพอ ขณะที่ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง เช่น ไข้ ปวดเมื่อย เป็นต้น

“ยืนยันว่าวัคซีนทุกสูตรที่ประเทศไทยใช้มีความปลอดภัย มีประสิทธิผลป้องกันการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ ส่วนเรื่องการเตรียมปรับคำแนะนำการสวมหน้ากากอนามัยนั้น เนื่องจากเรามีทิศทางที่จะผ่อนคลายเพื่อเข้าสู่การใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติมากขึ้น จึงจะเริ่มมีการปรับลดมาตรการ โดยเฉพาะมาตรการส่วนบุคคล เช่น การสวมหน้ากากอนามัย อาจจะเริ่มปรับในพื้นที่ที่มีความพร้อมก่อน โดยต้องพิจารณาจากสถานการณ์การระบาดที่ลดลง ประชาชนรับวัคซีนเข็มกระตุ้นเกิน 60-70% และพิจารณาเป็นบางสถานที่ก่อนเช่น สถานที่เปิดโล่ง เป็นต้น อย่างไรก็ตามยังคงเน้นการป้องกันในกลุ่มเสี่ยง 608 และป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดใหญ่”.

คุณกำลังดู: หมอย้ำวัคซีน 2 เข็มไม่พอ ปรับคำแนะนำสวมหน้ากาก เริ่มพื้นที่มีความพร้อมก่อน

หมวดหมู่: ภูมิภาค

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2402130

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด