หมายจับ "ปริญญ์" เพิ่มเติม 9 คดี ทนายตั้มครวญโดนทิ้งแม่เหยื่อตั้งทนายใหม่

หมายจับ "ปริญญ์" เพิ่มเติม 9 คดี ทนายตั้มครวญโดนทิ้งแม่เหยื่อตั้งทนายใหม่

“ไตรรงค์ ผิวพรรณ” รอง ผบช.น. เผยความคืบหน้าคดีผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ล่วงละเมิดทางเพศ เตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับเพิ่มอีก 9 คดีและอีกคดีก้ำกึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าขาดอายุความหรือไม่ พร้อมยืนยันไม่พบการแทรกแซงคดีรวมทั้งแม่เหยื่อยืนกรานเอาผิดผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด ด้านทนายตั้มตัดพ้อบอกแม่ของเหยื่อจะแต่งตั้งทนายใหม่ก็ไม่มีปัญหาแต่รู้สึกเสียใจเหมือนถูกทิ้งไว้กลางทาง ล่าสุดไม่ได้ติดต่อทั้งเหยื่อและแม่แล้วเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากอดีต พล.ต.ต.นายหนึ่งเข้ามาแทรกแซงจนถูกปฏิเสธไม่ร่วมมือและมีขบวนการจ้องดิสเครดิตฐานะที่เป็นทนายความ

กรณี “ทนายตั้ม” นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคม โพสต์รูปภาพ น.ศ.สาววัย 18 ปี มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง ขอคำปรึกษาเรื่องคดีหลังถูกนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กระทำอนาจารที่ร้านอาหารกึ่งผับอโบฟ อีเลฟเว่น บนดาดฟ้าโรงแรมเฟรเซอร์ สวีทส์ ซอยสุขุมวิท 11 หลังจากนั้นมีผู้เสียหายหญิงเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมที่ สน.ลุมพินี รวม 15 ราย ทั้งคดีข่มขืนอนาจาร และพรากผู้เยาว์ นายปริญญ์ลาออกทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อออกมาสู้คดีและปฏิเสธทุกข้อหา ทนายตั้มร้องเรียน บช.น.ให้ตรวจสอบอดีตตำรวจยศ พล.ต.ต. เพราะเกรงว่าเข้ามาแทรกแซงคดีพร้อมเปิดเผยข้อมูลเหยื่อสาวรายที่ 16 ถูกล่อลวงไปข่มขืนในอพาร์ตเมนต์เหตุเกิดที่ประเทศอังกฤษตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 23 เม.ย. พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายจำนวน 15 ราย สามารถรวบรวมพยานหลักฐานฟ้องศาลดำเนินคดีกับนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แล้ว 3 ราย เหลืออีก 9 ราย พนักงานสอบสวนสน.ลุมพินี สน.ห้วยขวาง สภ.เมืองเพชรบุรี และ สภ.เมืองเชียงใหม่ กำลังร่วมขยายผลรวบรวมพยานหลักฐานทำสำนวนให้ครอบคลุมมากที่สุดคาดว่าสัปดาห์หน้าสามารถนำคดีทั้ง 9 ราย ขอศาลอนุมัติหมายจับเพิ่มเติม ส่วนที่เหลือเหตุเกิดนอกราชอาณาจักร 1 ราย และเป็นคดีอนาจารไม่ใช่ต่อหน้าธารกำนัลขาดอายุความไปนานแล้ว 2 ราย ทำได้เพียงสอบปากคำไว้อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้เสียหายรายอื่นได้ และมีอีก 1 รายอยู่ระหว่างพิจารณาว่าขาดอายุความหรือไม่ เพราะวันที่เกิดเหตุกับวันที่มาพบพนักงานสอบสวนค่อนข้างนานพอสมควร ช่วงเวลาสิ้นอายุความก้ำกึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ

พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม อ้างว่ามีอดีตนายตำรวจยศ พล.ต.ต. เข้ามาแทรกแซงคดีนั้น ขอยืนยันอีกครั้งว่า พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.ลุมพินี โทรศัพท์ไปพูดคุยกับมารดาผู้เสียหายแล้ว ยืนยันที่จะดำเนินคดีผู้ต้องหาให้ถึงที่สุดไม่มีการถอนแจ้งความ ตำรวจนายนี้เป็นข้าราชการบำนาญเกษียณราชการผู้เสียหายมีความเคารพนับถือและรู้จักมานาน จึงได้สอบถามเรื่องข้อกฎหมายเท่านั้น และอดีตตำรวจนายนี้ไม่เคยมายุ่งเกี่ยวกับคดี

สายวันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” ของทนายตั้ม-ษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความคนดัง ผู้ออกมาเปิดโปงพฤติกรรมของนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีผู้เสียหายเป็นหญิงถูกกระทำอนาจารและข่มขืน โดยมีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว 15 ราย โพสต์ข้อความว่า “ถ้าใครมาขอให้ผมช่วยทำคดีอะไร แล้วผมขออนุญาตนำเรื่องลงเพจแล้วเป็นคดีดังขึ้นมา อยู่ดีๆมาขอให้ลบ หรือดัดแปลงข้อมูลเพื่อเอาตัวรอด ผมไม่ทำให้นะครับ เพจผมเน้นเรื่องจริง และขออนุญาตก่อนเผยแพร่เสมอ จะอยู่ดีๆมากลัวมาขอลบ บอกเลยผมไม่ทำให้ ตัวผมเองก็เสี่ยงเปิดหน้าสู้ มีเครดิต มีความน่าเชื่อถือต้องรักษา ถ้าใจไม่สู้จริง อย่ามาขอความช่วยเหลือจากผม”

ต่อมา ที่สำนักงานษิทรา ลอว์เฟิร์ม ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ กล่าวชี้แจงกรณีโพสต์ข้อความว่า เมื่อเช้าได้เห็นข่าวจากสื่อช่องหนึ่งที่สัมภาษณ์แม่ของเหยื่อนำเสนอว่า แม่ของเหยื่อไม่เคยแต่งตั้งตนเป็นทนายความ รวมถึงขอให้ลบโพสต์แล้วไม่ยอมลบ ตนจึงโพสต์ไปเช่นนั้น หลังจากโพสต์ไป ผู้สื่อข่าวช่องหนึ่งสอบถามแม่ของเหยื่อถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจนพบว่าข่าวดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทุกครั้งที่ตนเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเหยื่อ ขออนุญาตทุกคนก่อนโพสต์ เมื่อตนโพสต์ไปแล้วจะขอให้ตนลบหรือแก้ไขคงไม่สามารถทำได้ เพราะตนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง การโพสต์แล้วลบก็เหมือนเด็กเล่นขายของ ทำให้ตนสูญเสียความน่าเชื่อถือ เหตุการณ์ที่โพสต์เกิดขึ้นจริงวันที่ได้พบกับเหยื่อและแม่ ก่อนจะขออนุญาตแล้วถ่ายภาพ แม่ของเหยื่อไม่รู้เรื่องการถ่ายภาพคงไม่ใช่ ตนทำทุกอย่างที่แม่ของเหยื่อต้องการไม่เผยแพร่คลิปเสียงของนักการเมืองที่โทร.เข้ามา

นายษิทรากล่าวอีกว่า ส่วนการแต่งตั้งทนาย ความในชั้นสอบสวนไม่มีการแต่งตั้งทนายความแม่ของเหยื่อติดต่อตนประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถือว่าได้ช่วยเหลือลูกความแล้ว จากนี้แม่ของเหยื่อจะแต่งตั้งทนายใหม่ก็ไม่มีปัญหาอะไรแต่ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจ การกระทบกระทั่งที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ทั้งที่ออกมาทำโดยไม่ได้ผลประโยชน์ยังต้องเสี่ยงภัยกับอิทธิพล ไม่รู้ว่าวันใดที่ครอบครัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนทิ้งตนไว้กลางทาง อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณที่แม่ของเหยื่อยังชื่นชมในเรื่องที่ออกมาช่วยเหลือสังคม เนื่องจากคดีของผู้เสียหายรายดังกล่าวค่อนข้างแน่นหนาเชื่อว่าผู้ต้องหายังต้องได้รับโทษ ส่วนเหยื่ออีก 14 คน ที่เข้าแจ้งความยังยืนยันให้ตนและทีมงานเป็นผู้ดูแลในเรื่องของคดีความ ยืนยันว่าเคารพความเป็นส่วนตัวของเหยื่อทุกคน หากใครไม่อนุญาตให้เผยแพร่สิ่งใดก็จะทำ

นายษิทรากล่าวด้วยว่า เชื่อว่าสาเหตุเกิดจากอดีต พล.ต.ต.นายหนึ่งที่เข้ามาแทรกแซง ทำให้เหยื่ออายุ 18 ปีไม่ให้ความร่วมมือ หลังจากแม่ของเหยื่อปฏิเสธเอกสารการคัดค้านการประกันตัว คิดว่าคงทำอะไรไม่ค่อยได้แล้วเพราะต้องตัดสินใจผ่าน พล.ต.ต.คนดังกล่าวอยู่ตลอด ครั้งแรกที่เหยื่อเข้ามาปรึกษาแจ้งว่าไม่มีทนายความหรือบุคคลใดให้คำปรึกษา จนทราบภายหลังว่าทุกครั้งจะต้องปรึกษากับอดีตนายตำรวจคนดังกล่าว อีกทั้งอ้างว่าแต่งตั้งทนายความประจำคดีแล้วตนเองก็คงหมดประโยชน์ ล่าสุดไม่ได้มีการติดต่อกับเหยื่อหรือแม่ของเหยื่อ เชื่อว่ามีขบวนการคอยทำลายชื่อเสียงตนในฐานะทนายความ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผู้ถูกกล่าวหาเป็นถึงรองหัวหน้าพรรคการเมือง อาจมีเส้นสายและเครือข่ายที่ทำให้ตนหมดความน่าเชื่อถือ

คุณกำลังดู: หมายจับ "ปริญญ์" เพิ่มเติม 9 คดี ทนายตั้มครวญโดนทิ้งแม่เหยื่อตั้งทนายใหม่

หมวดหมู่: การเมือง

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/politic/2375551

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด