หมู ปากน้ำ : 1 ในตัวอย่างที่นักสนุกเกอร์ไทยยุคใหม่ควรมีในเวทีระดับโลก

หมู ปากน้ำ : 1 ในตัวอย่างที่นักสนุกเกอร์ไทยยุคใหม่ควรมีในเวทีระดับโลก

หากนักสนุกเกอร์ไทยยุคใหม่ จะดูใครเป็นไอดอล นอกจาก เอฟ นครนายก ที่คิดไวแทงเร็ว แล้วนั้น อีก 1 คนที่ดีไม่แพ้กันคือ "หมู ปากน้ำ"

อาชีพนักกีฬาทุกคนจุดสูงสุดก็คือการได้เป็นแชมป์โลกสักครั้งในชีวิตเช่นเดียวกันว่าชีวิตของนักกีฬาสนุกเกอร์ เป้าหมายแรกที่อาจจะอ้างว่าสำเร็จไป 1 ก้าวคือการก้าวเท้าเข้าไปสู่มือทัวร์อาชีพโลกที่มีแค่ 128 คนเท่านั้นในแต่ละฤดูกาล ซึ่งการอยู่รอดในทัวร์อาชีพโลกจะต้องอยู่อันดับสูงกว่า 64 ขึ้นไป จะการันตีได้เล่นในทัวร์ต่อไป

เป้าหมายก้าวที่ 2 คือการติดท็อป 16 ของโลก เพื่อจะมีสิทธิ์เข้าไปเล่นในรายการหลักๆ และได้เป็นมือวางในบางรายการเช่น การแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ มือ 1-16 จะได้เป็นตัวยืนในรอบแรก

ปราการด่านสำคัญที่ต้องผ่านไป

คนไทยในยุคปี 80-90 หลายๆ คนคงจะจำได้ดีถึงภาพการแทงของ อาต๋อง ศิษย์ฉ่อย ที่ไปสร้างผลงานในเวทีระดับโลกไว้มากมายพร้อมกับคว้าแชมป์ได้มากถึง 3 รายการตลอดการเล่นอาชีพในต่างแดน แต่ปัญหาเดียวของนักกีฬาคืออายุ ยิ่งโดยเฉพาะกับสนุกเกอร์ อายุเป็นเรื่องสำคัญและสายตาที่เริ่มถอยลงไปทุกปีที่ทำให้หลายๆ คนตัดสินใจเลิกเล่นก่อนเวลาที่ควรจะเป็น

เข้าสู่ยุค 2000 มีนักกีฬาไทยไม่น้อยที่เดินทางเข้าสู่ทัวร์อาชีพโลกซึ่งต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างแดนหลักๆ จะอยู่ที่ประเทศอังกฤษ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จและต้องกลับมาเล่นในเมืองไทย ไม่น้อยที่ปรับตัวไม่ได้กับการต้องจากบ้านไปไกลและไปพบเจอกับสิ่งแปลกใหม่

แต่ มีนักกีฬาไทยอยู่ 2-3 คน ที่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคและสามารถที่จะอยู่เล่นอาชีพในต่างแดนมาได้หลายฤดูกาลแล้ว ไม่ว่าจะเป็น "หมู ปากน้ำ" นพพล แสงคำ, "เอฟ นครนายก" เทพไชยา อุ่นหนู และ "ซันนี่ สายล่อฟ้า" หรือ อรรคนิธิ์ ส่งเสริมสวัสดิ์

ทั้ง 3 คนถือเป็นความหวังของแฟนๆ สนุกเกอร์ชาวไทยเป็นอย่างมากและหวังจะเห็นความสำเร็จของใครสักคนที่เป็นแชมป์ หรือ รองแชมป์ ซึ่งในปีก่อนๆ เราได้เห็น "เอฟ นครนายก" เป็นแชมป์ชู้ตเอาต์ 2019 จนได้ฉายาว่า "สปีดคิง" และในปีนั้นเจ้าตัวยังได้รองแชมป์อีก 1 รายการแถมยังเข้ารอบลึกได้อีกหลายรายการจนสามารถขึ้นมาติดท็อป 20 ของโลกได้สำเร็จ

จุดเริ่มต้นของ "หมู ปากน้ำ"

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ถือเป็นปีที่ดีของ นพพล แสงคำ ที่สามารถจะไต่เข้าสู่รอบลึกๆ ได้มากกว่านักสนุกเกอร์ไทยคนไหนๆ และ ทั้ง เอฟ และ หมู ต่างฝ่าฟันนักสนุกเกอร์จำนวนมากเข้าสู่รอบ 32 คนของศึกชิงแชมป์โลกได้สำเร็จ

สำหรับ หมู ปากน้ำ มันคือครั้งที่ 3 ที่เจ้าตัวเข้ามาถึงรอบนี้ แต่แน่นอนว่าชีวิตของเจ้าตัวไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ศักดา รัตนสุบรรณ หนึ่งในผู้ที่คร่ำหวอดกับวงการสนุกเกอร์ไทย เคยเล่าให้ฟังว่า ในช่วงแรกของอาชีพ หมู ปากน้ำ ไม่เคยอยู่ในความสนใจของการติดชาติ จนกระทั่งมีรายการหนึ่งที่ต้องส่งนักสนุกเกอร์ไปแข่งในต่างแดน ซึ่ง น้าศักดา เจ้าของนามปากกา "คิวทอง" ก็เลือกคนอื่นไป แต่ปรากฏว่าใส่ชื่อผิดกลายเป็นว่า "หมู ปากน้ำ" ที่เป็นเด็กอายุน้อยๆ ในเวลานั้นได้โอกาสไปแข่งขันแทน แต่เจ้าตัวสามารถทำผลงานได้ดีเกิดคาดจนมีชื่อในสารบบทีมชาตินับแต่นั้นเป็นต้นมา

นอกจากนี้ ในอดีตมือไฟฟ้าเมืองไทย จะรู้กันดีว่า หากพูดถึงเบอร์ 1 ของสนุกเกอร์ 6 แดงในอดีต ชื่อแรกที่เข้ามาในหัวคือ ชัชวาลย์ รุตแพ หรือที่รู้จักในนาม "เสือ ทองราชา" ในประเทศไทยไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้ในด้าน 6 แดงสมัยเมื่อหลาย 10 ปี แต่ความปราชัยในสนุกเกอร์ 6 แดง ครั้งแรกในชีวิตของ "เสือ ทองราชา" พ่ายแพ้ให้เด็กที่มีชื่อว่า "หมู ปากน้ำ"

ก้าวแรกบนทัวร์อาชีพ

นพพล ก้าวเข้าสู่วงการสนุกเกอร์โลกในปี 2010/2011 แน่นอนว่าปีแรกเป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จทันที และ ก็หลุดจากทัวร์ไป จนกระทั่งกลับมาแข่งขันอีกครั้งในปี 2013 หลังจากนั้น "หมู ปากน้ำ" ฝึกฝนซ้อมหนักและสามารถรอดพ้นอยู่ในทัวร์มาจนถึงทุกวันนี้

สไตล์การแทงที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากนักกีฬาไทยรุ่นพี่อย่าง "เอฟ นครนายก" อย่างมาก นพพล เป็นคนที่แทงช้า คิดเยอะ ละเอียด รอบคอบ ไม่ฝืน บุกเมื่อมีโอกาส และ แม่นยำในเป้าสูงมากๆ ทำให้ปัจจุบันรั้งอันดับ 38 ของโลก

สู่สังเวียน ครูซิเบิล เธียเตอร์

การเข้าไปเล่นในสังเวียนที่เป็นตำนานอย่าง ครูซิเบิล เธียเตอร์ คือเป้าหมายสูงสุดของคนไทย ที่อยากเห็นนักกีฬาไทย เข้าไปเล่นในสังเวียนระดับโลก ในเวที ชิงแชมป์โลก

ซึ่งก่อนหน้าปี 2017 มีคนไทยแค่ 3 คนที่เคยเข้ามาเล่นในเวทีแห่งนี้คือ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย, ต่าย พิจิตร และ แจ็ค สระบุรี แต่ ปี 2017 คือปีแรกที่ หมู ปากน้ำ เข้ามาสู่ ครูซิเบิล เธียเตอร์

แม้จะแพ้ อดีตแชมป์โลก ปี 2010 อย่าง นีล โรเบิร์ตสัน ไปแบบขาดลอย แต่นั้นคือก้าวสำคัญที่นำพา หมู ปากน้ำ ให้อยู่รอดในทัวร์ มาจนถึงทุกวันนี้

ในปี 2020 เจ้าตัวสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการเป็นคนไทยคนที่ 3 ที่สามารถผ่านรอบแรกของศึกชิงแชมป์โลก ไปได้สำเร็จ ต่อจาก ต๋อง ศิษย์ฉ่อย และ แจ็ค สระบุรี ซึ่งครั้งนั้นไปไกลถึงรอบ 16 คนสุดท้ายก่อนจะไปพ่าย แชมป์โลก 3 สมัยในเวลานั้นอย่าง มาร์ค เซลบี ในเฟรมตัดสินด้วยสกอร์ 12-13

Third time is a charm

วลี "third time is a charm" หมายถึงครั้งที่ 3 มักจะสำเร็จ ซึ่ง 2 หนแรกถือเป็นประสบการณ์ที่ดีและต้องรออีกนานถึง 2 ครั้งกว่า "หมู ปากน้ำ" จะกลับมาสู่สังเวียน ครูซิเบิล เธียเตอร์ อีกครั้งเป็นหนที่ 3

ซึ่งเส้นทางกว่าจะถึงรอบ 32 คน ก็ไม่ใช่งานง่ายๆ รอบแรกผ่าน แดเนียล เวลล์ นักแข้งสัญชาติเวลส์มาด้วยสกอร์ 6-3 เฟรม ก่อนจะต้องมาพบกับ โรเบิร์ต มิลกินส์ นักสอยคิวจอมเก๋าชาวอังกฤษ และต้องเป็นฝ่ายตามหลังอยู่นานกว่าจะปาดหน้าคว้าชัยไปด้วยสกอร์ 10-8 เฟรม เข้าสู่รอบ 32 คนสุดท้ายได้สำเร็จ

การกลับมาเยือน ครูซิเบิล เธียเตอร์ ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่เหมาะสมมากๆ ของ หมู ปากน้ำ ในเรื่องของอายุ และ ประสบการณ์ที่มีมากขึ้น และ เข้าสู่จุดที่กำลังพีกที่สุดของอาชีพ ในรอบ 32 คนสุดท้ายคู่แข่งที่ต้องผ่านไปคือมือวางอันดับ 11 อย่าง ลูกา เบรเซล จากเบลเยียม ในเซสชั่นแรกนำอยู่ 6-3 เฟรม และ ต้องการอีกแค่ 4 เฟรมสุดท้ายจะถึงฝั่งฝันและเข้าสู่รอบ 16 คนสุดท้าย

เส้นทางสู่แชมป์โลก 2022

ซึ่งจากเดิมคนไทยหวังว่า รอบ 16 คนสุดท้ายจะเป็นการพบกันของ 2 นักสนุกเกอร์ไทย อย่าง เทพไชยา อุ่นหนู กับ นพพล แสงคำ แต่น่าเสียดายที่ "เอฟวัน" ปราชัยต่อ จอห์น ฮิกกินส์ แชมป์โลก 4 สมัยไปแล้ว และส่งผลให้หากผ่าน ลูกา เบรเซล ไปได้ หมู ปากน้ำ ก็มีโอกาสที่จะได้แก้แค้นให้ "เอฟวัน"

หากสามารถผ่าน "พ่อมดวิสกี้" ได้สำเร็จ คู่ต่อกรคนต่อไปก็ยังถือเป็นมือที่ใหญ่มากๆ และเป็น 1 ในคนที่เคยชนะ หมู ปากน้ำ ในสังเวียนนี้อีกด้วย ระหว่าง นีล โรเบิร์ตสัน แชมป์โลกปี 2010 หรือแจ็ค ลิซอฟสกี ซ้ายสั่งตายชาวอังกฤษ ที่มีความแม่นเหมือน จัดด์ ทรัมป์

หากสามารถทะลุได้ถึงรอบรองชนะเลิศ มีลุ้นจะได้ไปเจอกับ "เดอะ ร็อคเก็ต" รอนนี โอซุลลิแวน อดีตแชมป์โลก 6 สมัย ที่มาสู้ครั้งนี้เพื่อคะแนนของตัวเองล้วนๆ เนื่องจากเมื่อปีที่แล้ว เจ้าตัวคือแชมป์โลกหากไม่สามารถคว้าแชมป์โลกได้จะถูกลบคะแนนตามจากรอบที่ตก ซึ่งถือเป็นการเสียมิได้ที่ เดอะ ร็อคเก็ต จะต้องคว้าแชมป์เพื่อรักษาอันดับของตัวเองให้ได้

หาก "หมู ปากน้ำ" สามารถผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จจริงๆ คู่แข่งอีกสายที่ยังอยู่ในเวลานี้ ถือว่าหนักไม่แพ้กัน มีลุ้นที่ต้องเจอกับ มาร์ค เซลบี แชมป์โลกคนล่าสุด, จัดด์ ทรัมป์ แชมป์โลกปี 2019 และยังมีอีกหลายๆ คนที่มีประสบการณ์ในสังเวียนนี้อีกหลายคนทั้ง หยาน ปิ่งเทา จากจีน, ไคเรน วิลสัน รองแชมป์โลกปี 2020 จาก อังกฤษ หรือแม้กระทั่ง มาร์ค วิลเลียม อดีตแชมป์โลก 3 สมัยจาก เวลส์ อีกด้วย

เส้นทางสู่การเป็นแชมป์โลกของ "หมู ปากน้ำ" ในปี 2022 ถือว่าเป็นงานที่หนักไม่น้อยแต่หากวันไหนที่ฟอร์มเข้ามือหนักๆ แล้วละก็ ใครหน้าไหนก็ต้องกลัวชาวผู้นี้เช่นกัน และ แม้เหมือนจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แต่อย่างน้อยที่สุดของคนไทยช่วยกันเชียร์และส่งแรงใจให้ นักกีฬาไทยด้วยกัน.

คุณกำลังดู: หมู ปากน้ำ : 1 ในตัวอย่างที่นักสนุกเกอร์ไทยยุคใหม่ควรมีในเวทีระดับโลก

หมวดหมู่: กีฬาอื่นๆ

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/sport/worldsport/2372961

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด