ให้ด่านตรวจเข้มฝีดาษลิง ระวังลอบนําเข้า สัตว์ “กลุ่มเสี่ยง”

มติโรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวังยังไม่จัดเป็นโรคอันตราย เพราะระบาดนอกประเทศยังไม่เข้าไทย แต่เพื่อความไม่ประมาท กรมควบคุมโรคสั่งคัดกรองโรคสำหรับนักท่องเที่ยว เข้าประเทศ

ให้ด่านตรวจเข้มฝีดาษลิง ระวังลอบนําเข้า สัตว์ “กลุ่มเสี่ยง”

มติโรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวังยังไม่จัดเป็นโรคอันตราย เพราะระบาดนอกประเทศยังไม่เข้าไทย แต่เพื่อความไม่ประมาท กรมควบคุมโรคสั่งคัดกรองโรคสำหรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ที่ปรึกษา รมว.ทส. ห่วงเด็ก ม.3 ส่งตรวจ ฝีดาษลิงหลังถูกลิงเขาวังกัด แนะชาวเพชรบุรีอย่า ตระหนก ไม่ติดง่าย เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ผลักดันลิง กลับขึ้นเขา ส่วนสถานการณ์โควิด-19 แนวโน้มลดสอดคล้องมาตรการผ่อนคลาย

วันที่ 25 พ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงถึงสถานการณ์โควิด-19 ในไทยว่า ผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่องเหลือ 4-5 พันรายต่อวัน ตัวเลขการรักษาจากที่เคยอยู่ 2 แสนราย ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 5 หมื่นราย และลดลงต่อเนื่องสอดคล้องกับมาตรการที่ผ่อนคลายลง หากการติดเชื้อ ป่วยหนักและเสียชีวิตลดลงอีกจะลดระดับเตือนภัยเหลือ 2 เพื่อให้ผ่อนคลายและใช้ชีวิตปกติมากขึ้น แต่การเสียชีวิตในวันที่ 25 พ.ค. ยังเป็นกลุ่ม 608 ในสัดส่วน 100% เกินครึ่งอายุ 70 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์และน่าดีใจที่ทุกคนยังสวมหน้ากากอนามัยอยู่ ช่วงนี้ที่พบระบาดส่วนใหญ่เป็นกลุ่มก้อนในโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนประจำแต่ไม่มาก จึงเน้นย้ำให้นักเรียนสวมหน้ากากอนามัยเวลาเรียนและขณะอยู่ใกล้กัน

ส่วนสถานการณ์โรคฝีดาษลิง นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค. คณะกรรมการวิชาการตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มีมติเห็นชอบ ให้จัดโรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ยังไม่จัดเป็นโรคติดต่ออันตราย เนื่องจากเป็นโรคระบาดนอกราชอาณาจักรและบางประเทศที่มีการระบาด เป็นการสัมผัสกลุ่มผู้ป่วยใกล้ชิดเฉพาะกลุ่มไม่ได้ระบาดวงกว้าง ไทยมีการคัดกรองผู้เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงตั้งแต่ 24 พ.ค. ยังไม่พบผู้ป่วยสงสัย ประเทศกลุ่มเสี่ยงในยุโรปและอเมริกา ทั้งนักท่องเที่ยวและคนไทยที่เดินทางเข้าไทยเฉลี่ยวันละหมื่นราย ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ต้องสงสัยและในไทยยังไม่มีผู้ป่วยโรคนี้ สถานการณ์จนถึงวันที่ 25 พ.ค. มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 309 รายใน 22 ประเทศ ขณะที่ข้อมูลทางระบาดวิทยาของโรคฝีดาษลิง จากการรายงานข้อมูลผู้ป่วยทั่วโลกจนถึงวันที่ 23 พ.ค. พบว่าในผู้ป่วย 123 ราย เป็นชาย 122 ราย หญิง 1 ราย ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 20-59 ปี

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค กรมควบคุมโรค เริ่มคัดกรองโรคฝีดาษลิงจากผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ประเทศในทวีปแอฟริกากลาง เช่น ไนจีเรีย คองโก และประเทศในยุโรปที่มีการแพร่ระบาดในประเทศแล้ว เมื่ออยู่ที่สนามบินในประเทศต้นทางอาจยังไม่แสดงอาการ แต่เมื่อมาถึงไทยอาจมีอาการได้ การป้องกันโรคฝีดาษลิงให้ปฏิบัติ ดังนี้ 1.กรณีเดินทางกลับจากประเทศที่เป็นเขตติดโรค ต้องคัดกรองและเฝ้าระวังอาการจนครบ 21 วัน หากมีอาการเจ็บป่วยให้รีบไปพบแพทย์ทันที 2.ไม่นำสัตว์ป่ามาเลี้ยงหรือนำเข้าสัตว์จากต่างประเทศโดยไม่มีการคัดกรอง แยกกักเพื่อมิให้ผู้ป่วยมีการแพร่กระจายเชื้อ 3.หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อหรือสัตว์ป่า 4.หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ 5.ล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์เมื่อสัมผัสกับสัตว์ หรือคนที่ติดเชื้อ หากสงสัยอาการสอบถามได้ที่สายด่วน โทร.1422

ขณะที่นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมได้ติดตามสถานการณ์โรคผีดาษลิงอย่างใกล้ชิดและสั่งการให้นายประเสริฐ สอนสถาพรกุล ผอ.กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมหาแนวทางการควบคุมและเฝ้าระวังโรคฝีดาษลิง ได้ข้อสรุปแนวทางการปฏิบัติงาน ดังนี้ 1.แจ้งด่านตรวจสัตว์ป่าทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราการนำเข้า นำผ่านสัตว์ป่าต่างประเทศ เฝ้าระวังการลักลอบการนำเข้าสัตว์ป่ากลุ่มลิงและกลุ่มสัตว์ฟันแทะ เข้ามาในประเทศ 2.แจ้งให้ผู้ประกอบการที่นำเข้าสัตว์ป่ากลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นพาหะของโรคฝีดาษลิง ขอให้ตรวจโรคฝีดาษลิงเพิ่มเติมจากข้อบังคับการตรวจโรคของกรมปศุสัตว์ 3.ประสานด่านกักกันสัตว์ ของกรมปศุสัตว์ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ขอให้ตรวจสอบใบรับรองสุขภาพสัตว์ ของผู้นำเข้าสัตว์ป่ากลุ่มเสี่ยง ว่าได้ตรวจโรคฝีดาษลิงหรือไม่ ก่อนอนุญาตให้นำเข้ามาในประเทศ 4.ขอความร่วมมือผู้นำเข้าสัตว์ป่าต่างประเทศ หากเป็นไปได้ขอให้ชะลอการยื่นคำขอ หรือการนำเข้าสัตว์ป่ากลุ่มเสี่ยงที่มาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคฝีดาษลิงเข้ามายังไทย 5.ให้เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าที่มีการนำเข้า นำผ่านสัตว์ป่าต่างประเทศเพิ่มความเข้มงวด ความปลอดภัยในการปฏิบัติงานตามมาตรการสาธารณสุข เพราะมีโอกาสสัมผัสสัตว์ป่าที่เป็นพาหะของโรคฝีดาษลิง 6.ให้เร่งสำรวจตรวจสอบสุขภาพของสัตว์ป่ากลุ่มลิงและกลุ่มสัตว์ฟันแทะที่ได้นำเข้ามาในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์ป่าดังกล่าวไม่เป็นพาหะของโรคฝีดาษลิง 7.เปิดสายด่วน 1362 แจ้งเหตุฉุกเฉิน

ส่วนกรณีเด็กนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนพรหมา นุสรณ์ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ที่บาดเจ็บจากถูกลิงแสมกัด นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์หลังเข้าเยี่ยมเด็กที่ถูกลิงกัดว่า ได้ประสาน ผอ.โรงเรียนพรหมานุสรณ์ ให้นำนักเรียนคนดังกล่าวเข้าตรวจหาเชื้อโรคฝีดาษลิง เนื่องจากเป็นห่วงและเพื่อความไม่ประมาท เบื้องต้นทราบว่านักเรียนคนนี้ได้ฉีดวัคซีนกันบาดทะยักเรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 26 พ.ค. ทีมสัตวแพทย์กรมอุทยานฯและสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี จะประชุมร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด หาแนวทางประชาสัมพันธ์โรคฝีดาษลิงให้ชาว จ.เพชรบุรี ทราบ ขออย่าตื่นตระหนก เพราะโรคฝีดาษลิงไม่ได้ติดกันง่ายๆเหมือนโควิด-19

นายยุทธพลกล่าวต่อว่า จะวางแนวทางประชา สัมพันธ์ทำความเข้าใจ ให้ความรู้นักเรียน ครู อาจารย์โรง เรียนพรหมานุสรณ์ ที่อยู่ติดกับเขาวังและโรงเรียนต่างๆในพื้นที่ ให้มีความรู้ความเข้าใจ สามารถป้องกันตัวและอยู่ร่วมกับลิงอย่างปลอดภัยหากลิงกลับลงมาอีกหรือเผชิญกับลิง หลังเสร็จประชุมเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรฯ โดยส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าและสัตวแพทย์ จากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จะเข้าไปโรงเรียนพรหมานุสรณ์ ผลักดันให้ลิงแสมกลับขึ้นเขาวังโดยไม่มีการทำร้ายลิง ป้องกันไม่ให้ลิงมาทำร้ายเด็กนักเรียน ครู อาจารย์ในบริเวณโรงเรียนได้

วันเดียวกัน ศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในไทยว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 5,013 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 33 ราย เป็นชาย 24 ราย หญิง 9 ราย อายุ 60 ปีขึ้นไป 27 ราย มีโรคเรื้อรัง 6 ราย สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กทม. 2,001 ราย บุรีรัมย์ 150 ราย ขอนแก่น 135 ราย มหาสารคาม 127 ราย ชลบุรี 126 ราย สมุทรสาคร 105 ราย สมุทรปราการ 97 ราย ร้อยเอ็ด 89 ราย นครพนม 86 ราย นนทบุรี 78 ราย นครสวรรค์ 78 ราย

ที่วัดถ้ำสุวรรณคูหา หมู่ 2 ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ได้ประกาศเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังและป้องกันโรคฝีดาษลิง เนื่องจากวัดถ้ำสุวรรณคูหาเป็นวัดที่มีลิงแสมกว่า 2,000 ตัว อาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมากทุกปี ช่วงนี้กว่า 80% จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบียและซื้ออาหารลิงจากพ่อค้าแม่ค้ากว่า 20 ร้าน แจกจ่ายลิงแสมที่จะวิ่งกรูกันเข้ามาหากินอาหารจากนักท่องเที่ยว ที่หยิบยื่นให้ นายอนุสรณ์ หงส์พันธ์ อายุ 34 ปี พ่อค้า ขายอาหารลิง เผยว่า ทางวัดมีมาตรการให้นักท่องเที่ยวเว้นระยะห่างจากลิงเพื่อความปลอดภัย ลิงแสมที่วัดนี้ เชื่องมาก นักท่องเที่ยวสามารถเล่นกับลิงได้โดยที่ลิงไม่กัด แต่ห้ามจับลิง

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (CDC) เผยผลการศึกษาแบบวงกว้าง เก็บรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 ช่วงอายุ 18 ปีขึ้นไป กว่า 350,000 คน ระหว่างช่วงเดือน มี.ค.2563 ถึงเดือน พ.ย.2564 เป็นช่วงการระบาดรุนแรงของโควิดตัวดั้งเดิม จนถึงตัวกลายพันธุ์เดลตา พบว่าผู้ป่วยวัย 18-64 ปี ประมาณ 1 ใน 5 คน และผู้ป่วยวัย 65 ปีขึ้นไปประมาณ 1 ใน 4 คน จะเกิดอาการผลข้างเคียงเกี่ยวกับ ระบบทางเดินหายใจ เสี่ยงที่สุดคืออาการลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือดใหญ่ในปอด จะส่งผลให้ปอดเสียหาย ระดับออกซิเจนลดลง หรือถึงขั้นเสียชีวิต

คุณกำลังดู: ให้ด่านตรวจเข้มฝีดาษลิง ระวังลอบนําเข้า สัตว์ “กลุ่มเสี่ยง”

หมวดหมู่: ภูมิภาค

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/2402207

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด