ฝ่ายค้านเผย ต้นตอที่ รัฐบาลกล้าซื้อเรือดำน้ำ 2.2 หมื่นล้าน โดยไม่สนใจประชาชน คือ...

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสข้อความผ่านเฟ ฑ์บุ๊กส่วนตัว ว่า สิ่งใดเร่งด่วนกว่า และควรรีบทํา ซื้อเรือดําน้ําและยุทโธปกรณ์เพื่อความพึงใจของฝ่ายมั่นคง

VS แก้ไขเศรษฐกิจเพื่อชีวิตและ แก้วิกฤติปากท้อง ประชําชน ความดันทุรัง ของฝ่ายความมั่นคง รัฐบาลนี้ ที่ ใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาทมาจัดซื้อยุทโธปกรณ์ และเรือดําน้ํา ด้วยงบประมาณมหาศาลมากขึ้นทุกปี นับแต่มีการรัฐประหาร ในปี2557 เป็นต้นมสในขณะที่ประเทศประสบภาวะวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ํา รุนแรง และ ประจําขัน กําลังทุกข์ยาก แสนสาหัส และกําลังจะตกงานเพิ่มขึ้นอีกจํานวนหลายล้านคน แต่สิ่งที่รัฐบาลกําลัง ทํานั้นซ้ําเต็มปัญหาของประเทศ และทุกข์ร้อนของประจําขันหรือไม่ คงจะไม่เป็นการกล่าวเกินเลยไปจากการ บริหารประเทศที่ผ่านมาหากจะบอกว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เห็นความเดือดร้อนของประจํฑ์นเล็กเท่ามด เห็นความต้องการ ของฝ่ายตนยิ่งใหญ่ เร่งด่วน และต้องรีบตอบสนอง ไม่รู้ว่าฉลาดน้อย หรือเห็นแก่ตัวถึงได้ ยอมตัดสินใจ ใช้งบประมาณ จํานวนมหาศาลในภาวะวิกฤติเพื่อการนี้
---
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์ข้อความแสดงความเห็นเรื่อง “เรือดําน้ํา อีกที” กรณีการอนุมัติเห็นขอบตามที่กองทัพเรือเสนอซื้อเรือดําน้ํา จากจีน 2 ลํา มูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านบาท โดยระบุว่า
ผมไม่มีความรู้ด้านยุทธศาสตร์การรบทางทะเล ความรู้เรื่องเรือดําน้ําและอ่าวไทยเพียงพอที่จะดีเบตกับเหล่า ผู้รู้จริงและรู้ไม่จริงได้ แต่ตรรกะที่ถูกหยิบขึ้นมาเป็นข้อโต้เถียงว่า ไทยสมควรมีเรือดําน้ํา แสนประหลาด

1. “เพื่อนบ้านมีแล้ว เราต้องมีบ้าง” นี่คือตรรกะแห่งการสะสมอาวุธที่เป็นอันตรายต่อสันติภาพโลก หากคิด แบบนี้ไทยต้องสะสมนิวเคลียร์ด้วย เพราะอินเดียมีแล้ว จีนมีแล้ว รัสเซียมีแล้ว
2. “หากสิงค์โปร์ เวียตนาม มาเลย์เขาปิดอ่าวไทย เศรษฐกิจจะวินาศกว่านี้” อันนั้นภาวะสงครามแล้ว และแปล ว่าสัมพันธภาพทางการทูตที่รวมกันเป็นอาเซียนที่ผ่านมานั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิงใช่ไหม ยิ่งเอาตรรกะนี้มาใช้ ว่าจะรบกับเขาให้ชนะ คงต้องซื้อร่วม 20 ลําแล้ว เพราะต้องเอาตัวเลขประเทศอื่นหลายๆประเทศมารวม
3. “งบของกองทัพเรือ ไม่ได้เบียดเบียนงบใคร” งบของกองทัพไหนก็ภาษีของประชฑ์น เลิกเสียทีที่ว่างบน ของฉันใครอย่ามายุ่ง และควรเลิกเสียที่สําหรับหน่วยราชการที่คิดว่า มีเงินต้องใช้ไม่หมด มีเงินเหลือก็คืนคลัง ไปใช้ประโยชน์อื่นได้
4. “ผ่อนพร้อมดอกเบี้ยปีละไม่กี่พันล้าน” เงินหลวงไม่ใช่เงินซื้อปปิ้งที่ถูกจูงใจด้วยโปรโมชั่นผ่อนศูนย์ เปอร์เซ็นต์สิบเดือนแต่แอบบวกราคาขึ้นไปก่อนแล้วนะครับ จะซื้อสด หรือ ผ่อนล้วนแต่เป็นภาษีของประจําชั้น
นี่ยังไม่วิจารณ์เรื่อง ของที่ซื้อใช้เงินภาษีซื้อมาแล้ว ใช้ประโยชน์ไม่ได้ แล้วไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบนะ ครับ
โดยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้ามาแสดงความเห็นในโพสต์ดังกล่าวด้วย ระบุว่า
“เห็นด้วยทั้งหมดครับ ตรรกะที่บอกว่างบใครงบมันใช้ทําอะไรก็ได้เป็นตรรกะวิธีการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ถูก ต้อง การจัดสรรงบประมาณต้องเริ่มจากการตั้งคําถามว่า เราเห็นอะไรเป็นปัญหามากที่สุดที่รัฐต้องเดินหน้า แก้ไข ไล่ลําดับตามเงินที่มีลงมาเรื่อยๆ ถ้าใช้หลักการนี้ ไม่น่าจะเหลือเงินให้กับการซื้อเรือดําน้ําครับ แต่ระบบ ที่ใช้อยู่คือ งบใครเคยได้เท่าไรก็ให้ตามนั้นเหมือนเดิม โดยไม่ดูสถานการณ์ มีบวกมากบวกน้อยเท่านั้น”

---
ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเรือดำน้ำว่า ประเด็นเรือดำน้ำ มองผิวเผิน มันคือการฝืนซื้อเรือดำน้ำในภาวะที่ประชาชนยากเข็ญ โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชน แต่อยากตั้งคำถามต่อไปว่า “อะไร” ที่ทำให้รัฐบาล กล้าทำกับความรู้สึกของประชาชนมากเพียงนี้

คำตอบของคำถามนี้ คือ การที่รัฐไม่ต้องการเสียงของประชาชนในการเข้าสู่อำนาจและการดำรงไว้ซึ่งอำนาจ เพราะระบบที่ออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญมันเป็นเช่นนั้น ทำดีไม่ดีอย่างไร จะรักจะชอบไหม ไม่ได้สำคัญ อำนาจชี้ขาดคือ ส.ว. ไม่ใช่ประชาชน

เรื่องนี้จึงไกลเกินกว่าความดีหรือไม่ดีของปัจเจกบุคคล แต่หากเป็น “รัฐรรมนูญที่ล้มเหลว” ในการออกแบบการเข้าสู่อำนาจของปัจเจกบุคคล โดยตัดอำนาจของประชาชนออกไป ทำให้คนที่อยู่ในอำนาจขาดความยำเกรงต่อประชาชน

เมื่อระบบการเข้าสู่อำนาจมันเป็นเช่นนี้ จึงได้รัฐบาลเช่นนี้ เข้ามาทำเรื่องเช่นนี้ ซึ่งหากรัฐธรรมนูญแบบนี้ยังคงอยู่ เลือกตั้งครั้งหน้า รัฐบาลเช่นนี้จะกลับมา และอาจจะกลับมาทำเรื่องเช่นนี้…เหมือนเดิม

---

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดใจถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ของพรรคก้าวไกล ทั้งการแก้ไขมาตรา 256 การตั้งส.ส.ร. รวมถึงไทม์ไลน์ในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ควรจะเสร็จสิ้นภายใน 1 ปี

ความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ฝ่ายค้านเสนอให้แก้รายมาตราประกอบกับการแก้ทั้งฉบับไปด้วย สิ่งที่ควรทำแรกสุดคือ ต้องแก้เพื่อเปิดช่องในการแก้ทั้งฉบับคู่ขนานกันไปได้ รัฐธรรมนูญแต่ละมาตราร้อยเรียงกันเป็นระบบ ถ้าจะให้ระบบสมบูรณ์จริงๆ จำเป็นต้องรื้อใหม่ เราต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีความชอบธรรมทางการเมือง และเป็นระเบิดเวลาที่สะสมปัญหาไว้เยอะมาก เพื่อเลี่ยงไม่ให้การเมืองสู่ทางตันจนเกิดวิกฤต เราต้องทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และหาทางแก้ที่ไม่ให้ใช้เวลามากเกินไป

จุดยืนของพรรคก้าวไกลตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ 3 เรื่อง คือ 1.ต้องการแก้ไขทั้งฉบับ โดยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมา

2.ปิดสวิตช์ ส.ว. ยกเลิกบทเฉพาะกาลที่เกี่ยวกับส.ว.ในมาตรา 269-272 โดยมาตรา 269 ว่าด้วยเรื่องการมีส.ว. 250 คน ที่มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

3.ยกเลิกมาตรา 279 ในบทเฉพาะกาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: