'ช้อปดีมีคืน' เริ่ม 1 ม.ค.65 - 28 ธ.ค.นี้ ชง ครม.ไฟเขียว 'บัตรคนจน' รอบใหม่

มาตรการ ช้อปดีมีคืน ปี 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีและผู้ประกอบกิจการการผลิตสินค้าท้องถิ่น โดยกำหนดให้ผู้มีเงินได้ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล


สามารถหักลดหย่อนค่าซื้อสินค้า หรือค่าบริการเท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้า หรือค่าบริการสำหรับการซื้อสินค้า หรือการรับบริการในราชอาณาจักรให้กับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงค่าซื้อหนังสือและค่าบริการหนังสือที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และค่าสินค้าโอท็อป ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 15 กุมภาพันธ์ 2565


แต่ไม่รวมถึงค่าสินค้าและบริการบางชนิด เช่น ค่าสุรา เบียร์ และไวน์ ค่ายาสูบ ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ ค่าบริการจัดนำเที่ยว ค่าที่พักในโรงแรม ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร โดยมีผลต่อการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด.) มูลค่า 6,200 ล้านบาท


ขณะที่ ประชาชาติธุรกิจ รายงานเรื่องโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 28 ธ.ค.นี้ คลังจะเสนอหลักเกณฑ์การเปิดลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ ให้ที่ประชุมพิจารณา แต่จะยังไม่มีเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับสวัสดิการที่ได้รับว่าจะมีสวัสดิการพื้นฐาน หรือเพิ่มเติมอะไรบ้าง เนื่องจากต้องรอให้มีการเปิดลงทะเบียนเพื่อให้ทราบจำนวนที่แน่ชัดก่อน ถึงจะจัดสรรใส่มาตรการช่วยเหลือลงไปได้


สำหรับการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ รัฐบาลจะเปิดลงทะเบียนช่วงต้นปี 65 โดยได้เตรียมวงเงินไว้ 1,642 ล้านบาท สำหรับการรับลงทะเบียนของหน่วยรับลงทะเบียน และค่าใช้จ่ายในการผลิตและบริหารจัดการบัตรฯ ซึ่งจะมีการจ้างนักศึกษาจบใหม่ หรือคนตกงานเข้ามาช่วยคัดกรอง ตรวจสอบข้อมูลด้วย


สำหรับเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้สมัครบัตรคนจนรอบนี้ จะเพิ่มเกณฑ์รายได้ครัวเรือนเข้ามาช่วยคัดกรอง นอกเหนือจากเกณฑ์รายได้ส่วนบุคคล เช่น กรณีบุคคลที่มีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ก็จะต้องรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยต่อคนไม่เกิน 1 แสนบาทด้วย ซึ่งคิดจากการนำรายได้ของคนทั้งหมดในครอบครัว แล้วมาหารจำนวนสมาชิกในครัวเรือน หากครัวเรือนไหนเฉลี่ยแล้วรายได้ต่อคนเกิน 1 แสนบาท ก็จะไม่ได้รับบัตรสวัสดิการทั้งหมด เพื่อเป็นการปิดช่องโหว่ ไม่ให้คนที่จนไม่จริง เข่น แม่ไม่มีรายได้ แต่ลูกมีรายได้สูงเข้ามารับเงินสวัสดิการจากรัฐ


พูดง่าย ๆ เกณฑ์คัดกรองเรื่องรายได้จะมี 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นรายได้ส่วนตัว และอีกชั้นเป็นรายได้ส่วนครัวเรือน หากรายได้ส่วนไหนเกิน 1 แสนบาท ก็จะไม่เข้าข่ายได้รับบัตรคนจน ตัวอย่าง หากครอบครัวมีสมาชิก 5 คน เป็นคนตกงานไม่มีรายได้ 2 คน อีก 3 คน มีรายได้คนละ 2 แสนบาทต่อปี ก็เท่ากับว่าครัวเรือนนั้นมีรายได้รวม 6 แสน เมื่อนำมาหารเฉลี่ยต่อคน จะเท่ากับว่าครัวเรือนนั้นมีรายได้เฉลี่ยต่อคนละ 1.2 แสนบาท ซึ่งเท่ากับว่าครอบครัวนั้นจะไม่ได้บัตรสวัสดิการทั้งหมด แต่ในกรณีหากรายได้ครัวเรือนต่อคนหารมาแล้วเหลือไม่ถึง 1 แสนบาท คนที่ตกงาน 2 คนก็มีสิทธิได้รับบัตร แต่คนที่ทำงานมีรายได้เกินอีก 3 คนจะไม่ได้รับบัตร


ส่วนเงื่อนไขอื่น ยังคงเหมือนกับการรับสมัครรอบที่แล้ว ได้แก่ สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ รายได้ต่อคนไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ไม่มีหรือมีทรัพย์สินทางการเงิน เช่น เงินฝากธนาคาร สลากออมทรัพย์ พันธบัตร ตราสารหนี้รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1 แสนบาท หากถือครองกรรมสิทธิ์บ้านพร้อมที่ดินอยู่ จะต้องเป็นบ้านหรือทาวน์เฮาส์ พื้นที่ไม่เกิน25 ตารางวา ส่วนห้องชุดต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร ส่วนกรณีเป็นที่อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรด้วยมีพื้นที่ได้ไม่เกิน 10 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ ไม่ใช่เพื่อการเกษตร มีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่ โดนผู้ถือบัตรสวัสดิการเก่า จะต้องมีการทบทวนคุณสมบัติใหม่ด้วย


อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/program/271866
-------------------------
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 27 ธันวาคม 2564
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus : https://ch3plus.com/news/programs/morning
facebook : https://www.facebook.com/MorningNewsTV3
Twitter : https://twitter.com/MorningNewsTV3
YouTube : https://cutt.ly/MorningnewsTV3