เจ้าชายฟิลิป สิ้นพระชนม์

เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ สิ้นพระชนม์แล้ว

วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔ “เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ” พระสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๒ แห่งสหราชอาณาจักร สิ้นพระชนม์ สิริพระชนมายุ ๙๙ พรรษา ก่อนที่พระองค์จะมีพระชนมายุครบ ๑๐๐ พรรษา ในอีก ๒ เดือนข้างหน้า โดยทรงเป็นเจ้าชายพระราชสวามีที่ดำรงพระราชอิสริยยศยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์

สำนักพระราชวังของสหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์ว่า “...ด้วยความเศร้าเสียใจอย่างยิ่งที่สมเด็จพระราชินีนาถขอประกาศการสิ้นพระชนม์ของพระสวามีอันเป็นที่รัก เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระองค์ทรงเสด็จสิ้นพระชนม์อย่างสงบที่ปราสาทวินด์เซอร์ในช่วงเช้าวันนี้ ส่วนแถลงการณ์เพิ่มเติมจะมีขึ้นในทันที ราชวงศ์และประชาชนทั่วโลกต่างเศร้าเสียใจต่อการจากไปของพระองค์...”

“เจ้าชายฟิลิป” ประสูติในราชวงศ์กรีซและเดนมาร์ก เดิมมีพระนามว่า “เจ้าชายฟิลิป แห่งกรีซและเดนมาร์ก” แต่ในระหว่างที่ยังเป็นทารก ราชวงศ์ของพระองค์ต้องเสด็จหนีภัยการเมืองออกจากราชอาณาจักรกรีซ เจ้าชายฟิลิปจึงเติบโตและได้รับการศึกษาในฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร พระองค์เข้ารับราชการทหารในราชนาวีอังกฤษเมื่อปี ๒๔๘๒ ในวัยพระชันษา ๑๘ ปี และในปีนั้นเอง พระองค์ทรงเริ่มติดต่อทางจดหมายกับเจ้าหญิงเอลิซาเบธในวัยพระชันษา ๑๓ ปี

ในฐานะทหารเรืออังกฤษ ทรงเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยปฏิบัติหน้าที่ในกองเรือเมดิเตอร์เรเนียนและกองเรือแปซิฟิก ภายหลังสงครามสิ้นสุด ทรงได้รับพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ ๖ แห่งสหราชอาณาจักร ให้อภิเสกสมรสกับเจ้าหญิงเอลิซาเบธได้ พระองค์ทรงสละฐานันดรทั้งหมดของกรีซและเดนมาร์ก และกลายเป็นสามัญชนข้าแผ่นดินสหราชอาณาจักรโดยใช้ชื่อและนามสกุลอังกฤษ “เมานต์แบ็ตเทน” ซึ่งแปลงมาจากนามสกุลเยอรมัน “บัทเทินแบร์ค” ของฝั่งมารดา

ฟิลิป ได้รับพระราชทานยศขุนนางเป็นดยุกแห่งเอดินบะระ, เอิร์ลแห่งเมริออเน็ต และบารอนกรีนวิช แล้วจึงได้อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเอลิซาเบธ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ ต่อมาเมื่อเจ้าหญิงเอลิซาเบธได้ขึ้นครองราชย์ในปี ๒๔๙๕ ฟิลิป ก็ลาออกจากทหารเรือในยศนาวาโท ฟิลิปได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าอังกฤษอย่างเป็นทางการในปี ๒๕๐๐

เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะร และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๒ แห่งสหราชอาณาจักร ทั้งสองมีพระราชโอรสและธิดาทั้งสิ้น ๔ พระองค์ คือ
๑. เจ้าชายชาลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์
๒. เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารี
๓. เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก
๔. เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเซ็กซ์

ทั้งนี้ เจ้าชายฟิลิป ทรงเข้ารับการรักษาพระวรกายในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๔ เป็นต้นมา จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤษภาคมปี ๒๕๖๐ หลังจากทรงพระราชกรณียกิจมามากกว่า ๒๐,๐๐๐ ครั้ง

เมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เจ้าชายฟิลิป ทรงเข้ารักษาพระองค์ในโรงพยาบาลคิง เอ็ดเวิร์ดที่ ๗ ในกรุงลอนดอน หลังจากทรงพระประชวร ไม่มีการเปิดเผยเหตุผลที่แน่ชัดในการเสด็จประทับที่โรงพยาบาลในช่วงแรกของเจ้าชายฟิลิป ซึ่งทางสำนักพระราชวัง ระบุในช่วงนั้นว่า การประทับโรงพยาบาลของพระองค์ไม่เกี่ยวข้องกับไวรัสโคโรนา หรือเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างใด

ต่อมา วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สำนักพระราช มีแถลงการณ์ว่า เจ้าชายฟิลิปทรงมีพระอาการดีขึ้น แต่ยังต้องอยู่รักษาอาการติดเชื้อในโรงพยาบาลอีกหลายวัน จากนั้นวันที่ ๑๖ มีนาคม พระองค์จึงเสด็จออกจากโรงพยาบาลคิง เอ็ดเวิร์ดที่ ๗ หลังจากทรงประทับรักษาพระวรกายอยู่ในโรงพยาบาลนาน ๔ สัปดาห์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: