จับตา โอมิครอน BA.2.12.1 แผลงฤทธิ์ หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน แพร่ได้มากขึ้น

หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ เผยน่าจับตาโอมิครอน BA.2.12.1 แผลงฤทธิ์ หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน แพร่ได้มากขึ้น แต่ยังไม่พบผู้ป่วยในไทย ย้ำฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เป็นเรื่องจำเป็น

จับตา โอมิครอน BA.2.12.1 แผลงฤทธิ์ หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน แพร่ได้มากขึ้น

หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ เผยน่าจับตาโอมิครอนBA.2.12.1แผลงฤทธิ์ หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน แพร่ได้มากขึ้น แต่ยังไม่พบผู้ป่วยในไทย ย้ำฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เป็นเรื่องจำเป็น

วันที่ 21 เมษายน 2565 ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน ว่า สายพันธุ์ย่อยโอมิครอนในไทยขณะนี้ BA.1 ลดระดับลงจนอาจสูญพันธุ์ไปแล้ว ขณะที่ BA.2 ก่อนหน้านี้ระบาดหนัก เริ่มพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง แต่มีการกลายพันธุ์แตกตัวลูกออกมาเป็น BA.2.12 เป็นตัวที่แพร่ระบาดทั่วโลกในขณะนี้ เพียงแต่เราไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เนื่องจากความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด (relative growth advantage) ไม่ต่างจากตัวแม่ BA.2 มากนัก

แต่ที่กำลังแผลงฤทธิ์เป็นตัวลูกที่แตกย่อยออกมาอีกทีคือ BA.2.12.1 ตัวนี้มีการกลายพันธุ์บางตำแหน่งนิดเดียวแต่ปรากฏว่าหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันและแพร่จะระบาดได้มากขึ้น โดยเฉพาะในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาพบอัตราการแพร่ระบาดเพิ่มจากตัวแม่เป็นเท่าตัว

ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) พบว่ามีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วโดยพบในสัดส่วน 1 ใน 5 ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศ และพบมากที่สุดในรัฐนิวยอร์ก มีการกลายพันธุ์ต่างจากไวรัสดั้งเดิม "อู่ฮั่น" มากกว่า 90 ตำแหน่ง และมีอัตราการแพร่ระบาดถึง 96% เหนือกว่า BA.2

ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ กล่าวด้วยว่า สำหรับประเทศไทยในขณะนี้ยังไม่พบ BA.2.12.1 แต่ยังต้องเฝ้าจับระวังเพราะเรามีตัวแม่ BA.2.12 ซึ่งข้อมูลล่าสุดวันที่ 19 เม.ย. ในฐานข้อมูลกลางโควิดโลก หรือ GISAID พบในไทย จากการสุ่มถอดรหัสพันธุกรรมไม่น้อยกว่า 186 ตัวอย่าง แต่หน้างานจริงอาจจะมีมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับหน่วยงานสาธารณสุขไทย ช่วยกันถอดรหัสและบันทึกข้อมูลเข้า GISAID มากแค่ไหน โดยธรรมชาติการกลายพันธุ์ของไวรัสจะอยู่ในช่วง 2-3 เดือน เมื่อมีตัวใหม่โผล่ขึ้นแล้วก็จะค่อยๆ ลดลงจนหายไป แต่หากมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นก็อาจจะกลายพันธุ์เป็นตัวอื่นขึ้นได้ ก็คาดหวังว่า BA.2.12 ที่กำลังพบในไทยจะเพิ่มขึ้นและลดลงหายไป ไม่กลายพันธุ์ออกลูกเป็น BA.2.12.1

ส่วนลูกผสมตระกูล X ทั่วโลกขณะนี้พบมีกว่า 20 ตระกูล X แต่มีจำนวนน้อยมากเพียงหลัก 10 หลักหน่วยเท่านั้น ไม่ได้พบว่ามีการแพร่ระบาดมากขึ้น ก่อนหน้าที่ศูนย์จีโนมฯ พบ XE 1 รายก็ยังไม่ได้พบมากขึ้น

ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ กล่าวอีกว่า ข้อมูลล่าสุดจากนักวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศได้ทดสอบนำแอนติบอดีของผู้ติดเชื้อโอมิครอนมาทดสอบภูมิคุ้มกันพบว่า ป้องกันได้แต่เฉพาะโอมิครอน แต่สายพันธุ์อื่นๆ ในอดีต หรือในอนาคตอาจจะป้องกันได้ไม่ดีนัก ต่างกับคนที่ฉีดวัคซีน ดังนั้น การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อให้ภูมิคุ้มกันสูงจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ จากเดิมที่เราเชื่อกันว่าการเกิดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติน่าจะดี

อย่างไรก็ตามข้อมูลนี้ยังมีเพียงชิ้นเดียว ต้องรอข้อมูลที่มีการวิจัยยืนยันมากกว่านี้ ดังนั้นการดูแลป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อดีที่สุด เพราะหากติดแล้วยังมีผลทำให้เกิดภาวะลองโควิดเป็นการอักเสบในอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้ และการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นมีความสำคัญ

ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ กล่าวว่า ศูนย์จีโนมฯ ได้เผยแพร่ข้อมูลต่างๆ เป็นการนำข้อมูลจาก GISAID, WHO, U.S. CDC หรือข้อมูลวิจัยจากประเทศต่างๆ เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาเรียนรู้ รวมทั้งวิเคราะห์ศึกษาสถานการณ์ในประเทศไทย เพื่อให้เกิดการตระหนัก เท่าทันความรู้นำไปสู่การเรียนรู้หาแนวทางป้องกัน ไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดความตระหนก หวาดกลัว หรือเป็นการหิวแสง.

คุณกำลังดู: จับตา โอมิครอน BA.2.12.1 แผลงฤทธิ์ หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน แพร่ได้มากขึ้น

หมวดหมู่: สังคม

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/society/2373280

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด