"บิ๊กตู่" โอ่สำเร็จงดงาม ลงนามปฏิญญา-รูดม่านเอเปก

"บิ๊กตู่" โอ่สำเร็จงดงาม ลงนามปฏิญญา-รูดม่านเอเปก

“บิ๊กตู่” ปลื้มความสำเร็จเอเปก 2022 ผู้นำเห็นพ้องเป้าหมายกรุงเทพฯ “บีซีจี” ส่งไม้ต่อให้สหรัฐฯเป็นเจ้าภาพปีหน้า โวปิดฉากงดงามเปิดประเทศรับแขกได้ตั้ง 5 พันคน จับเข่าคุยพญามังกรบรรลุข้อตกลง 5 ฉบับรวด “สีิ จิ้นผิง” ชมเปาะ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” แนะเร่งสร้างรถไฟไทย-ลาว-จีน เชื่อมอีอีซียันแผ่นดินใหญ่ ตำรวจให้ประกันปล่อยตัว 25 ม็อบปะทะ คฝ. ผบ.ตร.ยันสลายตามขั้นตอน ยอมรับนักข่าวเจอลูกหลงจัดระเบียบยาก ขอความร่วมมือระวังตัวกันเอง “รุ้ง” ช็อกแนวร่วมตาบอดสังเวยกระสุนยาง ประณามตำรวจบ้าคลั่ง “ทนายอานนท์” แจ้งเอาผิด 157 ผกก.สำราญราษฎร์ ขณะที่ “อนุทิน” วัดใจไม่ล็อบบี้ ปชป.รอลุ้นผ่านร่าง ก.ม.กัญชา กัญชงในสภา ไม่คิดถอนตัวจากรัฐบาล ลั่นไม่มีใครสู้เพื่อประชาชน

ปิดฉากการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) บรรดาผู้นำต่างเห็นพ้องรับรองแนวทางเศรษฐกิจบีซีจีที่เจ้าภาพไทยผลักดัน ส่งไม้ต่อให้สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพในปีหน้า ขณะที่กรณีม็อบปะทะตำรวจกลายเป็นปมอีนุงตุงนังแจ้งความเอาผิดกันไปมา

“บิ๊กตู่” ถกผู้นำกีวีสานการท่องเที่ยว

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ครั้งที่ 29 ในวันสุดท้าย เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 19 พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม หารือทวิภาคีกับ น.ส.จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ หลังการหารือ นายอนุชา บูรพชัยศรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว ส่งเสริมการเชื่อมโยงในระดับประชาชน การเปิดเที่ยวบินตรงไทย-นิวซีแลนด์ เพื่อเป็นศูนย์กลางความเชื่อมโยงส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน

แบะท่าจับไอเอ็มเอฟฟื้นเศรษฐกิจ

จากนั้นเวลา 08.50 น. พล.อ.ประยุทธ์หารือกับนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า IMF มีบทบาทสำคัญช่วยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินโลกท่ามกลางภาวะที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยเป็นเวทีหารือและการให้คำแนะนำด้านนโยบายที่เหมาะสม และเข้าให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศ ที่ประสบปัญหาอย่างรวดเร็ว รัฐบาลไทยขอบคุณและยินดีร่วมมือพร้อมรับฟังคำแนะนำกรรมการจัดการ IMF เพื่อนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนชาวไทย

อารมณ์ดีถกเอเปกวันสุดท้าย

ต่อมาเวลา 09.35 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์โบกมือทักทายผู้สื่อข่าวที่มารอสัมภาษณ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนเดินเข้าห้องประชุม Plenary Hall 2 เป็นประธานการประชุมเขตผู้นำเอเปกครั้งที่ 29 (Retreat ช่วงที่ 2) ภายใต้หัวข้อ “Sustainable Trade and Investment การค้าและการลงทุนที่ยั่งยืน” โดยนายกฯกล่าวต่อที่ประชุมว่า การค้าและการลงทุนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน และครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาคและโลก ถือเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือในเอเปก องค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งระบบการค้าพหุภาคี มีองค์การการค้าโลก หรือ WTO เป็นแกนหลักที่เอเปกสนับสนุนมาตลอด เอเปกสามารถมีบทบาทในฐานะแหล่งบ่มเพาะทางความคิด ร่วมกันหาทางออกใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ อาทิ ความครอบคลุม ความยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล

ดันเขตการค้าเสรีเอเชีย–แปซิฟิก

นายกฯกล่าวว่า การสนับสนุนสำคัญอย่างหนึ่งของเอเปกในระบบการค้าพหุภาคี คือ การขับเคลื่อนวาระเรื่องเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of the Asia-Pacific: FTAAP) ที่ในปีนี้มีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยจัดทำแผนงานต่อเนื่องหลายปีเพื่อขับเคลื่อนวาระเรื่อง FTAAP ต่อไป จะช่วยสร้างศักยภาพและเตรียมเศรษฐกิจให้พร้อมสำหรับยุคหน้า รวมถึงประเด็นการค้าและการลงทุนยุคใหม่ เช่น ความยั่งยืน เศรษฐกิจดิจิทัล การค้า และสาธารณสุข นอกจากจะต้องดำเนินการตามแผนงานต่อเนื่องแล้ว ยังต้องคำนึงถึงขั้นตอนต่อไปด้วย โดยปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยรับมือและให้ฟื้นตัวจากโควิด-19 รวมทั้งยังสนับสนุน MSMEs ที่ถือเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโต ให้สามารถเข้าสู่ตลาดโลกและห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ยังขยายการเข้าถึงและสร้างโอกาสให้กับสตรีเยาวชน ตลอดจนในชนบทและพื้นที่ห่างไกล อย่างไรก็ดี เห็นว่ายังคงมีช่องว่างอยู่ จึงจำเป็นที่จะต้องลดช่องว่างด้านดิจิทัลและเสริมพลัง เพื่อสร้างหลักประกันให้กับคนทุกกลุ่ม

ผู้นำรับรองโมเดล ศก. BCG ฉลุย

นายกฯกล่าวว่า เอเปกเห็นพ้องว่าต้องทำงานร่วมกัน เพื่อส่งเสริมความมั่งคั่งและความกินดีอยู่ดีของประชาชนทุกคนในภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ยินดีที่เอเปกมุ่งมั่นสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่มี WTO เป็นศูนย์กลาง รวมทั้งให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนวาระ เรื่องเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก สนับสนุนใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต โดยเฉพาะ MSMEs และธุรกิจนอกระบบ รวมถึงส่งเสริมการค้าการลงทุน และห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น มุ่งเน้นการจัดการกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งไทยหวังว่าแนวคิดเศรษฐกิจ BCG จะช่วยบ่มเพาะความคิดใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุมร่วมกันต่อไป โดยในช่วงท้ายการประชุม ผู้นำเอเปกร่วมกันรับรองร่างเอกสารผลลัพธ์จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ประจำปี ค.ศ.2022 และเป้าหมายกรุงเทพฯว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG

ส่งไม้ต่อสหรัฐฯจัดเอเปก 2023

จากนั้นนายกฯ ทำพิธีส่งต่อการเป็นเจ้าภาพเอเปกปี 2023 ให้แก่สหรัฐอเมริกา โดยมอบ “ชะลอม” สัญลักษณ์การเป็นเจ้าภาพเอเปกของไทยในปีนี้ให้แก่นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ อเมริกา เพื่อให้สหรัฐฯสานต่อภารกิจจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกในปี 2023 โดยเฉพาะการหารือย้ำในประเด็นความยั่งยืนที่สะท้อนอยู่ในเป้าหมายกรุงเทพฯว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG

โวปิดฉากงดงามรับแขกร่วม 5 พัน

พล.อ.ประยุทธ์แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ขอแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จออกทรงรับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกพร้อมคู่สมรส และแขกพิเศษ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง เมื่อค่ำวันที่ 18 พ.ย. นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติแก่คณะผู้เข้าร่วมประชุมและคนไทยทุกคน การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกครั้งที่ 29 จบลงแล้วด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม ถือเป็นความสำเร็จร่วมกันของสมาชิกเอเปกทั้งหมด รวมทั้งทีมงานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนต้องการเห็นเอเปกยืนหยัดทำงานเพื่อสร้างการเจริญเติบโตและอนาคตของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยตลอดไทยได้ต้อนรับคณะผู้นำ คู่สมรส แขกพิเศษ ผู้เข้าร่วมประชุม และสื่อต่างชาติ รวมกว่า 5,000 คน

ปลื้มเปิดกว้าง-เชื่อมโยง-สมดุล

นายกฯกล่าวต่อว่า การที่ได้กล่าวถึงอาวุธนิวเคลียร์ในที่ประชุมเอเปกไทยในฐานะเจ้าภาพเอเปก และตนเชื่อว่าทุกคนต่างมีข้อห่วงใยและกังวลถึงได้พูดจาหารือกัน ตนและผู้นำเอเปกได้รับรองปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก 2022 สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ที่เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนภายใต้หัวข้อหลัก “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” 1.เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ จัดทำแผนงานต่อเนื่องหลายปีเพื่อสานต่อการหารือเรื่องเขตการค้าเสรีในบริบทของโลกยุคหลังโควิด-19 พร้อมรับมือกับการค้าการลงทุนใหม่ๆ 2.เชื่อมโยงกัน ฟื้นฟูการเดินทางข้ามแดนระหว่างกันอย่างปลอดภัยไร้รอยต่อ พร้อมรับมือวิกฤติใหม่ในอนาคต และ 3.สู่สมดุล ผู้นำทุกคนได้ร่วมกันรับรองเป้าหมายกรุงเทพฯว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG วางรากฐานขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เอเปกยังได้ร่วมเปิดตัวเว็บไซต์ bangkok goals.apec.org เป็นฐานข้อมูลแก่ผู้สนใจได้สืบค้น ศึกษา และประยุกต์ใช้ด้วย

เมินสอบม็อบราษฎรป่วนเอเปก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการประชุมครั้งนี้เหนื่อยหรือไม่ นายกฯตอบว่า ไม่เหนื่อย เมื่อถามอีกว่า จะมีการตรวจสอบกรณีม็อบที่ออกมาชุมนุมขัดขวางการประชุมเอเปกหรือไม่ นายกฯตอบว่า ไม่มีอะไร เรียบร้อยดี ก่อนกล่าวกับสื่อมวลชนว่า “แท้งกิ้ว” และโบกมือส่งสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้

“สี จิ้นผิง” ขอเร่งเชื่อมรถไฟ 3 ปท.

ต่อมาเวลา 13.20 น. ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ให้การต้อนรับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ ประชาชนจีน เพื่อร่วมหารือแบบเต็มคณะ โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทุกด้าน โดยเฉพาะด้านไซเบอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ การหลอกลวงทางโทรศัพท์ และเห็นพ้องเพิ่มพูนมูลค่าและอำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุน ทั้งสินค้าเกษตรและผลไม้ อุตสาหกรรมดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมสีเขียว โดยนายสี จิ้นผิง เห็นว่าควรต่อยอดความร่วมมือและควรเร่งความร่วมมือ 3 ฝ่าย ไทย-จีน-ลาว ในเรื่องการเชื่อมโยงระบบรถไฟ ตั้งแต่ EEC ของไทยไปยังจีน-ลาว เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์และศุลกากร เพื่อขยายการขนส่งสินค้าเกษตร ที่สำคัญของไทย เช่น ทุเรียนและมังคุด ชื่นชมแนวคิดแก้ปัญหาความยากจนว่าไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังของ พล.อ.ประยุทธ์ ขณะที่นายกฯพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยหลังวิกฤติโควิด

บรรลุความตกลง 5 ฉบับรวด

หลังจากการหารือเต็มคณะ ทั้ง 2 ฝ่ายได้ประกาศเอกสารความร่วมมือและความตกลงที่มีการลงนามในช่วงการเยือน 5 ฉบับ ได้แก่ 1.แผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย-จีน ฉบับที่ 4 (2565-2569) 2.แผนความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย-จีนว่าด้วยการร่วมกันส่งเสริมเส้นทางเศรษฐกิจสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 3.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ไทย-จีน 4.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน และ 5.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการก่อตั้งคณะทำงานความร่วมมือด้านการลงทุนและเศรษฐกิจระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมกับกระทรวงพาณิชย์จีน จากนั้น นายสี จิ้นผิงได้ลงนามในสมุดเยี่ยมและชมของที่ระลึก ก่อนนายกฯเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติ ที่ตึกสันติไมตรี

ไทย-สหรัฐฯย้ำสัมพันธ์ใจถึงใจ

ต่อมาเวลา 17.30 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทย คู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์หารือทวิภาคีกับ นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมการประชุมเอเปก ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือที่สำคัญร่วมกันด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งรองประ ธานาธิบดีสหรัฐฯยินดีขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ กับไทยผ่านข้อตกลงต่างๆที่ได้มีการผลักดันร่วมกัน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนา พลังงานสะอาด ผ่านโมเดลเศรษฐกิจ BCG ในตอนท้าย นายกฯยืนยันความพร้อมของไทยในการสนับสนุน และเพิ่มพูนความร่วมมือกับสหรัฐฯอย่างรอบด้าน มีความสัมพันธ์ในรูปแบบใจถึงใจ เพื่อเดินหน้าสู่ 2 ศตวรรษแห่งความสัมพันธ์ระหว่างกันต่อไป

ปล่อยตัว 25 ม็อบต้านเอเปก

สำหรับความคืบหน้าหลังเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมราษฎรหยุดเอเปก2022 ที่ถนนดินสอ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุม ต่อมาที่ สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อเวลา 00.05 น. วันที่ 19 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจทยอยปล่อยตัวผู้ชุมนุมราษฎรฯ 23 คน จากทั้งหมด 25 คน เป็นชาย 21 คน หญิง 4 คน ในวงเงินประกันตัวคนละ 20,000 บาท หลังแจ้งข้อกล่าวหาความผิดอาญามาตรา 215 มาตรา 216 และความผิดในข้อหาอื่นๆ อาทิ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ พ.ร.บ.ความสะอาดฯ เป็นต้น ภายใต้เงื่อนไขห้ามเข้าร่วมชุมนุมและห้ามประกาศเชิญชวนบุคคลอื่นเข้าร่วมมั่วสุมหรือกระทำการใดๆให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และอีก 2 คน ถูกปล่อยตัวในช่วงเช้าวันเดียวกัน นอกจากนี้ มีอีก 1 คน ได้รับบาดเจ็บอยู่ระหว่างการผ่าตัดดวงตา-ศัลยกรรมจมูก ที่ รพ.ตำรวจ

ลั่นเอาเรื่อง ตร.ให้ถึงที่สุด

ขณะที่ น.ส.ณัฐพร อาจหาญ อายุ 40 ปี กรรมการคณะกรรมการประสานงานองค์กรคณะกรรมการเอกชน (กป.อปช.)กล่าวว่าวันที่ 18 พ.ย. มีการแจ้งเพิ่มเติมว่าจะเคลื่อนขบวนของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทางเศรษฐกิจของการประชุมเอเปก แต่การปิดกั้นเส้นทางดังกล่าวเจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิ หากมีหมายศาลต้องแจ้งให้ทราบ ขณะที่มาถึงแยกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้รถมาขวางและใช้รถควบคุมฝูงชนปิดเส้นทาง มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากพร้อมจะปะทะ และพร้อมที่จะใช้ความรุนแรงโดยไม่มีลำดับขั้นตอน มีการใช้โล่ดัน เราขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดการทุบตีด้วยกระบอง แต่กลับถูกทุบเข้าที่ใบหน้าและถูกยิงด้วยกระสุนยาง น้องพายุโดนกระสุนยางเข้าที่ใบหน้าทั้งที่ควรยิงสกัดแค่แขนและขา ถือเป็นภาวะใช้ความรุนแรงที่ละเมิดความเป็นมนุษย์อย่างที่สุด ไม่มีขั้นตอนวิ่งกรูกันเข้ามาและรุมกระทืบรวมถึงนักข่าวที่อยู่ในเหตุการณ์ น้องพายุที่โดนยิงเข้าที่เบ้าตาจนต้องสูญเสียดวงตา ยืนยันว่าพวกเราไม่มีทางยอมรับเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอนและฟ้องร้องให้ถึงที่สุด

ผบ.ตร.แจงทําตามขั้นตอน

จากนั้นช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่าภาพรวมถือว่าการดูแลสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) กับกลุ่มราษฎรหยุดเอเปกฯที่บริเวณถนนดินสอ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้ประกาศทุกขั้นตอนการควบคุมฝูงชนให้ทางผู้ชุมนุมได้ทราบแล้ว แต่เมื่อพยายามเคลื่อนขบวน จึงมีจุดที่เจ้าหน้าที่พยายามรั้งกลุ่มผู้ชุมนุมหลายจุดจนทำให้เกิดเหตุการณ์ปะทะกัน อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมาย บช.น.ตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง และตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ กำหนดไว้ว่าการชุมนุมจะต้องมีการยื่นเรื่องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตำรวจล่วงหน้า 24 ชั่วโมง แต่หากมีการชุมนุมอย่างกะทันหัน เป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการเหตุการณ์มีอำนาจพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ

ขอสื่อระมัดระวังตัวเอง

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ยังกล่าวถึงที่ผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนบางส่วนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะกันว่า ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน เพราะยังไม่ได้รับรายงานที่ชัดเจน ส่วนที่มีบางสํานักข่าวบางแห่งประณามการกระทำของ คฝ.ทำร้ายร่างกายผู้สื่อข่าว แม้สวมปลอกแขนแสดงตน ยอมรับว่าบางครั้งมีสื่อมวลชนมากกว่าผู้ชุมนุม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดระเบียบสื่อมวลชนได้ยาก ขณะเดียวกันมีสื่อมวลชนบางส่วนพยายามมายืนอยู่ข้างหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมทําให้ตำรวจทํางานยากขึ้น ขอให้สื่อมวลชนทุกคนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหากเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ชุมนุมโต้ตอบหรือปะทะกับเจ้าหน้าที่ ขอให้สื่อมวลชนดูแลและระมัดระวังตัวเอง เพราะตอนนี้มีสื่อมวลชนเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ อาจเกิดข้อผิดพลาดได้บ้าง เป็นไปตามหน้างาน และต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าใครมีความผิดหรือไม่อย่างไร

ยังไม่เห็นภาพ ตร. ยั่วม็อบ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวถึงกรณีที่มีผู้เผยแพร่คลิปวิดีโอเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนนายหนึ่งแสดงท่าทียั่วยุผู้ชุมนุมว่า ยังไม่เห็นภาพดังกล่าว แต่หากมีการกระทำเช่นนั้น ต้องมีการกําชับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฯ ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย แต่บางครั้งหน้างานจริง การปฏิบัติงานอาจไม่เป็นดังนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ และภาพที่ถูกเผยแพร่ออกมา อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ทั้งหมด จะให้ บช.น.ไปตรวจสอบรายละเอียดและจัดทำไทม์ไลน์เหตุการณ์ทั้งหมดมาให้

แจงเหตุจำเป็นใช้ยุทโธปกรณ์

ด้าน พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ในฐานะโฆษกกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจรการประชุมเอเปก 2565 กล่าวยืนยันว่าตำรวจปฏิบัติตามขั้นตอนและยุทธวิธีในการสลายการชุมนุม เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามจะเคลื่อนขบวนออกจากพื้นที่ที่กำหนดไว้ ผิดเงื่อนไข และตำรวจแจ้งเตือนด้วยเครื่องขยายเสียงอยู่ตลอดเวลา แต่กลุ่มผู้ชุมนุมกลับใช้ลวดสลิงขึงเพื่อดึงทำลายแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ รวมถึงมีการทำร้ายร่างกายและขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนและผู้ร่วมชุมนุมได้รับบาดเจ็บ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบให้ บช.น.ตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ และร่องรอยบาดแผล ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ผบ.ตร.เสียใจต่อกรณีที่สื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจและไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ส่วนที่แกนนำผู้ชุมนุมบางคนโพสต์ประกาศตั้งค่าหัว ให้รางวัล 1 หมื่นบาทกับประชาชนที่มีเบาะแสตำรวจควบคุมฝูงชนที่ปรากฏภาพยิงกระสุนยาง หรือทำร้ายประชาชนนั้น ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าภาพดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์ที่ถนนดินสอเมื่อวานที่ผ่านมา แต่เป็นภาพเก่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหารือกับฝ่ายกฎหมายตรวจสอบโพสต์ดังกล่าวแล้ว หากเข้าข่ายโพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จ ยั่วยุ หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมฝากถึงประชาชนให้ใช้ดุลพินิจในการติดตามข่าวสารต่างๆ

“รุ้ง” ช็อกผู้ชุมนุมถูกยิงตาบอด

ต่อมาเวลา 13.40 น. ที่ สน.สำราญราษฎร์ น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มราษฎร พร้อมมวลชนราว 30 คน มาให้กำลังใจนายอานนท์ นำภา และคณะ ที่เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนทุกระดับชั้นที่มีส่วนใช้ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุมบริเวณถนนดินสอ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดย น.ส.ปนัสยาเปิดเผยว่า ไม่คิดว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น มีคนได้รับบาดเจ็บถึงขั้นตาบอด ทั้งที่มีการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดีระหว่างมีการประชุมเอเปก แต่ในสายตาของตำรวจ ไม่แน่ใจว่าเขาคิดกับเราเกินไปแบบไหน รู้สึกช็อกและตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้นอย่างมาก คนที่ถูกยิงจนถึงขั้นตาบอด ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนต้องใช้อารมณ์ในการปฏิบัติหน้าที่มากมายขนาดนั้น มีคลิปและภาพปรากฏชัดเจน

“หมอทศ” เผย “พายุ” ยังไม่ฟื้น

ส่วนนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ กล่าวถึงอาการของนายพายุ ดาวดิน ผู้บาดเจ็บว่า ขณะนี้ยังไม่ฟื้น ทราบจากแพทย์ที่รักษาว่า มีอาการกล้ามเนื้อตาฉีกขาด หัวตาฉีกขาด อวัยวะในลูกตาออกมาข้างนอกหมด หมอทำความสะอาดเย็บกลับเข้าไปเช่นเดิม อีกรายหนึ่งกระดูกเบ้าตาด้านขวาแตก มีฟันหัก แผลในปาก และมีผู้บาดเจ็บหลายคน พายุอาการหนักสุดคือไม่รับรู้ถึงแสงสว่าง ถือว่าบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้ ประชาชนเสียดวงตาไปแล้ว 3 ราย ขอไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียอวัยวะดังกล่าวอีก

กลุ่มธรรมศาสตร์อ่านแถลงการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้อ่านแถลงการณ์ มีใจความว่า รัฐบาลในคราบเผด็จการไม่ต้องขยายความเลวร้ายในการประชุมเอเปก ถัดออกไปเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุนยาง ใช้อาวุธไล่ตีอย่างบ้าคลั่ง จากข้อกล่าวอ้างรักษาความสงบเรียบร้อย รัฐใช้ความรุนแรงเป็นปกติ ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง ยืนยันไม่มีผู้ชุมนุมกลุ่มใดทำลายการประชุมเอเปก เพียงต้องการให้ฟังความเห็นของกลุ่มผู้ชุมนุมและเรียกร้องฝ่ายความมั่นคง คนที่ถูกทำร้ายอาจเป็นญาติพี่น้อง เพื่อน ซึ่งเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน ต่างคนต่างทำหน้าที่คำสั่งของเผด็จการไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นคนเลวร้าย เชื่อว่าจะกลับมายืนเคียงข้างประชาชนได้เพื่อสร้างสรรค์อนาคต

เอาผิด ผกก.สน.สำราญราษฎร์

ด้านนายอานนท์ นำภา กล่าวภายหลังเข้าแจ้งความว่า ได้เข้าแจ้งความกล่าวโทษ พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ในฐานะหัวหน้าการสลายการชุมนุม อาทิ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนข้อหาอื่นนั้นให้เป็นไปตามพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีการกระทำความผิดต่อกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างไร ได้เตรียมหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่เห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจสวมชุดควบคุมฝูงชนทำร้ายร่างกายกลุ่มผู้ชุมนุมและใช้อาวุธปืน มีกระสุนยางยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมจนทำให้นายพายุได้รับบาดเจ็บบริเวณเบ้าตาอย่างสาหัส โดยมี พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6 มารับเรื่องด้วยตนเองและระบุว่าจะตั้งทีมพนักงานสอบสวน บกน.6 ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าใครมีพฤติการณ์การกระทำความผิดจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาด้วย ส่วนตัวเชื่อว่าการสอบสวนจะใช้เวลาไม่นานเพราะว่ามีพยานหลักฐานที่บ่งบอกถึงการทำความผิดชัดเจน ขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียกพยานบุคคลและพยานหลักฐานอื่นมาประกอบในสำนวนคดี

รู้ตัว-รอหลักฐานคนสั่ง คฝ.ยิง

นายอานนท์ระบุอีกว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมครั้งนี้ 3 คน ไปตรวจที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว รอผลใบรับรองแพทย์ จากนั้นจะเดินทางมาแจ้งความเพิ่มเติมอีกครั้ง รวมทั้งสื่อมวลชนที่โดนทำร้าย จะมาแจ้งความเช่นเดียวกัน สำหรับที่มีคลิปวิดีโอมีชายแต่งกายลักษณะคล้ายตำรวจสวมชุดควบคุมฝูงชนใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมโดยใช้กระสุนยางนั้น ขณะนี้ทราบตัวผู้สั่งการแล้วว่าเป็นใคร จะรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง

กสม.วอนงดสร้างเงื่อนก่อเหตุปะทะ

วันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรื่องตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีความรุนแรงจากการสกัดกั้นการเคลื่อนขบวนของผู้ชุมนุม ใจความว่า ตามที่ได้เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรหยุด APEC 2022 กับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุม ฝูงชน (คฝ.) ที่บริเวณถนนดินสอ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงสื่อมวลชนด้วยนั้น กสม.มีความกังวลห่วงใยต่อการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบของทุกฝ่าย ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายไม่แสดงพฤติกรรมยั่วยุ หรือสร้างเงื่อนไขการใช้ความรุนแรงต่อกัน กสม.ขอให้ทุกฝ่ายยึดหลักสิทธิมนุษยชนและการไม่ใช้ความรุนแรงต่อกันในทุกรูปแบบ โดยจะได้หยิบยกกรณีดังกล่าวขึ้นมาตรวจสอบและเสนอมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายต่อไป

ม็อบราษฎรบุกประณาม ตร.

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อเวลา 16.50 น. ที่ลานใต้ Lido connect เครือข่ายม็อบราษฎร นำโดยนายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท โมกหลวงริมน้ำ น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือใบปอ ทะลุวัง นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือสายน้ำ ทะลุวัง น.ส.แทนฤทัย แท่นรัตน์ หรือพิมพ์ กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก ฯลฯ สวมชุดสีขาวแดงเลียนแบบชุดหมีพูห์ รวมตัวแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ประณามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎรหยุดเอเปก 2022 ด้วยการชูโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชน และชูภาพผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะที่ถนนดินสอ พร้อมตะโกนว่าตำรวจทำร้ายประชาชน ฯลฯ จากนั้นเดินมุ่งหน้าไปยังศูนย์การค้าสยามพารากอน ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ รปภ.ศูนย์การค้าขวางไม่ให้เข้าพื้นที่ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้กำลังผลักดันจนฝ่าเข้าไปได้แล้วเดินตะโกนไปรอบศูนย์การค้า ระหว่างนั้นเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายยื้อยุดกันระหว่างเจ้าหน้าที่ศูนย์การค้าที่พยายามขัดขวาง จนป้ายเอเปก 2022 ไทยแลนด์ ที่ตั้งประดับไว้ในห้างพังเสียหาย ท่ามกลางความตกใจของคนไทยและต่างชาติที่กำลังเดินจับจ่ายชมสินค้า

สาดของคล้ายเลือดบนธงเอเปก

ต่อมาม็อบราษฎรเคลื่อนขบวนไปบนถนนพระราม 1 ผ่านแยกเฉลิมเผ่า มารวมตัวหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นได้นำธงสัญลักษณ์การประชุมเอเปก 2022 มาชูแล้วสาดของเหลวสีแดงคล้ายเลือดที่เตรียมมาใส่จนเปรอะเปื้อน พร้อมตะโกนคำว่าเอเปกเลือด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการตอบโต้ใดๆ แต่ใช้เครื่องขยายเสียงประกาศมาจากในสำนัก งานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ยุติการชุมนุม จากนั้นกลุ่มราษฎรเดินเข้ามาชูป้ายและตะโกนข้อเรียกร้องในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ ก่อนออกมารวมตัวด้านนอก ทำกิจกรรมปิดท้ายด้วยการยืนสงบนิ่งชู 3 นิ้ว 1 นาที ไว้อาลัยให้กับผู้บาดเจ็บ และยุติการชุมนุมในเวลาประมาณ 18.05 น.

“อนุทิน”ปิดประตูไม่คุย ปชป.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่ถูกบรรจุเป็นวาระพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้วว่าพร้อมรับฟังความเห็นของ ส.ส. หากอภิปรายมีเหตุผล มีประโยชน์ เป็นสิ่งที่ควรกระทำ มั่นใจคณะกรรมาธิการฯพร้อมจะปรับปรุง เมื่อถามว่า ถ้าร่างไม่ผ่านจะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินเลี่ยงที่จะตอบโดยกล่าวเพียงว่า ต้องเอาประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก วันนี้เราใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ภาครัฐมีปัญหายุ่งยากถ้าไม่มี พ.ร.บ.หากประชาชนทำผิด เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะต้องไปแจ้งความ ตำรวจถึงดำเนินคดีได้ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกมาเพื่อควบคุมไม่ให้เกิดอันตราย ใช้ในทางที่ถูกต้อง เป็นประโยชน์ ถ้าไม่มีกฎหมายก็เป็นปัญหา เมื่อถามว่า จำเป็นต้องพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์เป็นการส่วนตัวพูดคุยก่อนพิจารณาหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เราใช้เหตุผล ในกรรมาธิการฯมี ส.ส.ทุกพรรคอยู่แล้ว ดีที่สุดคือรอฟังการอภิปรายที่จะมีการพิจารณา

ลั่นไม่ถอนตัวอยู่สู้เพื่อ ปชช.

เมื่อถามย้ำว่า ในวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะคุยกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ก็เจอนายจุรินทร์ยืนติดกันในงานประชุมเอเปก เรื่องสภาเป็นหน้าที่ของ ส.ส. และไม่จำเป็นต้องให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะผู้จัดการพรรคร่วมรัฐบาลมาคุยเรื่องนี้ เพราะกฎหมายนี้ มีประโยชน์กับประชาชน ตัวแทนปวงชนชาวไทยผ่านร่างวาระแรกด้วยเสียงท่วมท้น ตั้งกรรมาธิการฯพิจารณามีตัวแทนจากทุกพรรค ดังนั้นโดยตรรกะต้องผ่านความเห็นชอบ แต่ถ้ากฎหมายไม่ผ่านไม่ได้หมายความว่า ประชาชนที่ทำธุรกิจจากกัญชา กัญชง จะทำอะไรไม่ได้ ยังทำได้ตามปกติ ไม่ผ่านพรรคภท.จะไปบอกกับประชาชนว่า หากอยากให้ผ่านเลือกตั้งครั้งหน้าต้องเลือกพรรค ภท. เมื่อถามว่า แสดงว่าหากไม่ผ่านจะทำงานร่วมรัฐบาลจนครบวาระหรือยุบสภา นายอนุทินตอบว่า ไม่เป็นไร ไม่มี เป็นการทำงาน เราไปบังคับให้เห็นตามเราก็เป็นเผด็จการ เราอยู่ร่วมกัน ไม่เป็นไร ไม่ผ่านก็ให้ประชาชนพิจารณาว่า เมื่อผ่านวาระแรกแล้วถูกคว่ำเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ เมื่อถามย้ำว่า จะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ถอนตัวไปแล้ว ได้อะไรขึ้นมา ใครจะต่อสู้ให้ประชาชน

ปชป.โต้ รบ.ไร้นโยบายกัญชาเสรี

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป.กล่าวตอบโต้นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขาธิการ นายกฯ และสมาชิกพรรค ภท. (เลขานุการนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ) ว่า 1.ที่บอกว่านายราเมศโจมตีนายอนุทินนั้น ให้กลับไปดูต้นตอว่าใครพาดพิงก่อน โดยส่วนตัวไม่เคยไปเริ่มต้นกล่าวหาใส่ร้ายใคร แต่หากใครพาดพิงก็ต้องชี้แจง ทำความเข้าใจ 2.ประเด็นมารยาททางการเมืองที่กล่าวหาว่า เป็นแค่การแก้ตัวของคนที่ไม่รับผิดชอบ ไม่เคารพกติกาของการอยู่ร่วมกัน เป็นการสื่อสารของพวกไม่มีเครดิตพูดอย่างทำอย่าง เชื่อถือไม่ได้นั้น ก็เป็นคำตอบในตัวว่า ถ้านักการเมืองที่ออกมาเรียกร้อง มารยาททางการเมืองโดยไม่คิดหลักการความถูกต้องนั่นไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่พรรคการเมืองในอุดมคติ เพราะกฎหมายกัญชา เหตุที่คนทักท้วงเพราะห่วงสังคมและประเทศชาติ เรื่องนี้สังคมจะเป็นผู้ตัดสินเอง หรือคนมีเครดิตคือ คนที่ต้องสนับสนุนกัญชาเสรีให้พี้กันทุกหลังคาเรือนใช่หรือไม่ ประเด็นนี้พูดมานานแล้วว่า เราไม่เอากัญชาเสรีไม่ว่าวันนี้ หรือพรุ่งนี้ก็เหมือนเดิม 3.ที่ระบุว่า ตอนร่วมรัฐบาลยอมรับ นโยบายพรรคอื่น แต่พอจะเลือกตั้งก็ไปขัดขา ก็ให้ย้อน ไปดูนโยบายของรัฐบาล ไม่มีเรื่องกัญชาเสรีแน่นอน

“จุรินทร์” จัดออนทัวร์ 3 จชต.

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ปชป. เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 19-21 พ.ย. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรค ปชป.จะลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้จัดกิจกรรม “จุรินทร์ออนทัวร์” โดยจะเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส พร้อมติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนที่ด่านตากใบ จ.นราธิวาส และประชุมติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน ด่านสุไหงโก-ลก มั่นใจว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ล้วนเป็นผู้ที่มีศักยภาพ ปชป.จะรักษาแชมป์และชิงพื้นที่ได้เพิ่มเติม ทำให้มี ส.ส.เพิ่มขึ้นจากปี 62 ได้อย่างแน่นอน

พปชร.เร่งเครื่องมัดใจคนใต้

นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช กรรมการบริหาร พปชร. ให้สัมภาษณ์กับเพจเดอะรูม 44 ถึงสถานการณ์การเมืองช่วงหลังเอเปกว่า ขณะนี้ที่ภาคใต้มีลมพายุแรง ส.ส.ภาคใต้พรรค พปชร.ต่างไปทำงานอยู่กับประชาชนในพื้นที่ ใช้โอกาสอธิบายว่า เกือบ 4 ปีที่ผ่านมาทำอะไรไปบ้าง วันนี้ทุกคนยังอยู่พรรค พปชร. ไม่มีสัญญาณจะไปที่ไหน และมั่นใจในระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ตนบอกชาวบ้านไปว่าให้เลือกตนก่อน ส่วนจะอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ วันไหนนั้นค่อยเลือกกัน เพราะที่ผ่านมาทำงานอยู่กับประชาชนเอาความเดือดร้อนไปหาทางออกในสภา เรื่องพรรคหรือนายกฯค่อยว่ากันอีกที ให้คลื่นลมสงบมีความแน่นอนก่อน จะอยู่กับลุงไหนยังมีเวลาตัดสินใจ แต่วันนี้ขอให้เป็น ส.ส.น้ำดีอยู่ที่ไหนก็ได้

ฟันธง “ลุงตู่-ป้อม” ไม่แยกจากกัน

เมื่อถามว่า หากสองลุงแยกกัน อยู่กับใครดีกว่ากัน นายรงค์ตอบว่า กระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ในพื้นที่ภาคใต้ถือว่าดีมากๆ ถ้าเราเป็นน้ำดีบวก พล.อ.ประยุทธ์ก็ไปโลด แต่วันนี้เราอยู่พลังประชารัฐกระแส พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นปัจจัยหลัง ส.ส.พรรค พปชร.ภาคใต้ทั้ง 14 คน มีความเป็นปัจเจกของแต่ละคน เมื่อถามว่า หากสองลุงต้องแยกกันจริง ส.ส. 14 คนจะไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ นายรงค์ตอบว่า แล้วแต่ปัจเจกบุคคล คิดว่าทั้ง 14 คน ถ้าจะไปก็ไม่ได้ไปทั้งยวง เพราะแต่ละพื้นที่มีปัจจัยที่ต่างกันไป ยกตัวอย่างพรรครวมไทยสร้างชาติ ถ้าสู้ในพื้นที่ภาคใต้ ก็มีพลังประชารัฐอยู่ มีอดีต ส.ส.พรรค ปชป.อยู่ มีความทับซ้อน มันมีเงื่อนไขต่างๆอยู่ เมื่อถามว่า แล้วโอกาสที่สองลุงยังอยู่ด้วยกันหรือไม่ นายรงค์ตอบว่า ยังเชื่อว่าสองลุงยังอยู่ด้วยกัน การเมืองไม่ใช่ชนะแค่เราเป็นอย่างไร ไม่ใช่วัดกันที่ไปร่วมงานกับประชาชน การเมืองสูงสุดคือชนะเลือกตั้ง และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วจะไปแยกกันทำไม ขัดกันทำไม เมื่อแยกกันแล้วทอนกำลังตัวเอง อยู่ที่เดิมดีอยู่แล้ว ไปที่ใหม่บ้านใหม่ดีจริงหรือไม่ คิดว่าสองลุงยังอยู่ด้วยกันสงครามใหญ่คือชนะเลือกตั้ง ถามว่าแยกไปแล้วจะเป็นพรรคใหญ่หรือ

“พีระพันธุ์” เปิดสาขา รทสช.พัทลุง

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ จ.พัทลุง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รทสช.เดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานพรรค รทสช.ที่ ต.เขาเจียก อ.เมืองพัทลุง โดยมีนายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรค พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุงพรรครทสช. สมาชิกพรรค และประชาชน ร่วมต้อนรับและเปิดตัวนายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร บุตรชายนายวิสุทธิ์ เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พัทลุง นายพีระพันธุ์ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคมีความพร้อมมาตั้งแต่เปิดตัวพรรคเมื่อวันที่ 3 ส.ค.แล้ว เตรียมการมาตลอดไม่ใช่เฉพาะภาคใต้ วางตัวผู้สมัครในทุกภาคเกือบจะเต็มแล้ว รวมถึง กทม.ด้วย เราพร้อมทุกด้านแล้ว

ยังแทงกั๊กทาบ “บิ๊กตู่” เข้า รทสช.

เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มาร่วมงานกับพรรคบ้างหรือไม่ นายพีระพันธุ์ตอบว่า เป็นช่วงที่นายกฯห่วงเรื่องการเตรียมงานเอเปก ยังไม่ได้คุยอะไรเลย แต่หากนายกฯเรียกไปหารืออาจลองพูดคุย ถ้าถึงเวลาค่อยว่ากัน ส่วนกระแสข่าววันที่ 21 พ.ย.จะมีวีไอพีมาสมัครเข้าพรรคนั้น ไม่ทราบ เลขาธิการพรรค รองหัวหน้าพรรคก็ไม่ทราบ ถ้ามีจริงจะบอกเอง

พท.ซัด “บิ๊กตู่” ไม่อายทำร้ายม็อบ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลใช้ความรุนแรงสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า หลายการประชุมที่เกิดขึ้นทั่วโลก สามารถชุมนุมประท้วงคู่ขนานได้เป็นปกติ จัดระเบียบและจัดสรรพื้นที่ให้แสดงออกตามกรอบของกฎหมาย และตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้ การมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาประท้วงไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ความเสียหายคือการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุปราบปรามและสกัดกั้น โดยเฉพาะรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีภาพลักษณ์ติดลบในเรื่องการคุกคามและละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนมาตลอด 8 ปี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรอายที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมมาประท้วงเพื่อแสดงความเห็นต่าง แต่ควรอายที่ปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

เย้ยรอดูพรรคทหารล่มสลาย

นายอนุสรณ์กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายจับตาการตัดสินใจเลือกอนาคตทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์หลังจบการประชุมเอเปกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าการอยู่เป็นนายกฯเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเอเปกถือเป็นความฝันอันสูงสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แทบไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน การปฏิรูปการเมืองเป็นเพียงวาทกรรมที่ว่างเปล่า เขียนรัฐธรรมนูญที่ดีไซน์เพื่อให้พรรค พปชร.ได้เปรียบ ลับลวงพรางคนอื่น จนอาจเผลอลับลวงพรางตัวเองไปด้วย การประชุมเอเปกที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งตารอรูดม่านปิดฉากแล้ว ถึงเวลาต้องตัดสินใจกำหนดอนาคตทางการเมืองของตัวเองให้ชัดเจน จะไปต่อกับพลังประชารัฐ หรือกลับคำให้การ เปลี่ยนใจไปต่อกับพรรคการเมืองใหม่ หรือเลือกปิดฉากอนาคตการเมือง แต่ตัดสินใจอย่างไรเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ได้ถอดบทเรียนว่า การสร้างพรรคการเมืองที่ไม่ได้เป็นสถาบันทางการเมือง เป็นพรรคเฉพาะกิจหรือพรรคทหาร จะเป็นสมการที่นำไปสู่ความล่มสลาย

คุณกำลังดู: "บิ๊กตู่" โอ่สำเร็จงดงาม ลงนามปฏิญญา-รูดม่านเอเปก

หมวดหมู่: การเมือง

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/politic/2557446

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด