"บิ๊กตู่" ตีมึน ไม่ยอมพูด ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ

"บิ๊กตู่" ตีมึน ไม่ยอมพูด ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ

“บิ๊กตู่” อมสากไม่ปริปากปมบอกลา “พี่ป้อม” ไปสร้างดาวดวงใหม่ที่รวมไทยสร้างชาติ ยังอุบไต๋ไม่บอกใบ้อะไรทั้งสิ้น แต่ลั่นบนโต๊ะอาหารพรรคร่วมอยู่กันยัน มี.ค.ปีหน้า สั่งเลี่ยงถก ก.ม.ปลุกม็อบช่วงปลายเทอม ขณะที่แกนนำ พปชร.เด้งเชือกกันหลังแอ่น ไม่กล้าออกตัวแรงฟันธงอนาคตการเมือง “สมศักดิ์” เผยสามมิตรขอเวลาล้างเมมโมรีทบทวนใหม่หมด บนถนน การเมืองต้องตัดสินใจละเอียดถึงแก่น ไม่ใช่แค่รักชอบ “เฮ้ง” ลั่นใจนักเลงประกาศชัดไปไหนไปด้วยไม่ทิ้ง “ลุงตู่” ทีมงานสองลุงไล่เช็กชื่อ ส.ส.วุ่นจะอยู่กับ “ก๊วนผู้กอง” นัดถกกลับรังเก่า “อนุทิน” เผยเลือกข้างนานแล้วอยู่กับ ป.ไหน ด้าน พท.เย้ย 2 ป.แยกทางตามแผนสืบอำนาจ ถามประชาชนได้อะไรเล่นการเมืองจนแหลกลาญ ภท.ยังแข็งกร้าว ขู่ ก.ม.กัญชาไม่ผ่าน มี ส.ส.ลาออก 20-30 คน ปชป. “ฟัง คิด ทำ” กล้าเปลี่ยนแปลง ปั้นนโยบายตอบโจทย์ประชาชน

จากกรณีความเคลื่อนไหวของ “2 ป.” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่กำลังถูกจับตามองว่าจะแยกกันไปอยู่คนละพรรคการเมืองหรือไม่ โดยมีรายงานล่าสุดว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ไปบอกลา พล.อ.ประวิตรแล้ว

“บิ๊กตู่” ไม่ตอบลา “บิ๊กป้อม” ไป รทสช.

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. เวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงความชัดเจนกรณีมีกระแสข่าวเข้าไปลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อไปรวมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แล้ว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะแถลงข่าวความชัดเจนเมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ยังคงไม่ตอบคำถาม เพียงแต่หันมามองด้วยสีหน้านิ่งและเรียบเฉย ขณะที่ พล.อ.ประวิตรไม่ได้เข้าร่วมการประชุม ครม.วันนี้ เนื่องจากนายกฯมอบหมายเป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (ADMM Retreat) และการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ 9 (ADMM-Plus) ณ เมืองเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา ระหว่างวันที่ 22-24 พ.ย.

ขอร่วมมือทำสังคมไทยสงบสุขยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำคณะผู้บริหารเข้าพบนายกฯเพื่อประชา สัมพันธ์กิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปี 2565 ที่องค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ 25 พ.ย. ของทุกปี เป็น “วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล” พร้อมติดเข็มกลัดริบบิ้นสีขาว สัญลักษณ์สากลแก่นายกฯ ขณะที่นายกฯกล่าวเชิญชวนคนไทยร่วมกันแสดงพลังและรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวทุกรูปแบบ เพื่อสร้างครอบครัวที่มีความอบอุ่น มั่นคง และสังคมไทยที่มีความสุขอย่างยั่งยืน พร้อมย้ำทุกฝ่ายร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยดีขึ้น

ยังอุบไต๋ไม่บอกอนาคตการเมือง

ต่อมาเวลา 12.50 น. ภายหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ยังคงปฏิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าว ถึงกำหนดวันประกาศท่าทีทางการเมือง โดยกล่าวเลี่ยงว่า “สวัสดีนะจ๊ะ ขออยู่ในบรรยากาศความสุขก่อนแล้วกัน” เมื่อพยายามซักว่าจะแยกทางกับ พล.อ.ประวิตรตามที่เป็นข่าวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามย้ำอีกว่าจะบอกวันประกาศท่าทีทางการเมืองได้หรือไม่ว่าเมื่อไหร่เพราะประชาชนรอฟังอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ยังคงไม่ตอบเช่นเดิม เมื่อถามว่าจะยุบสภาเมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ตอบ และเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันทีด้วยสีหน้าปกติ

พรรคร่วมปึ้ก “บิ๊กตู่” ลั่นอยู่ยัน มี.ค.66

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ได้เกริ่นก่อนประชุมว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ได้ลงพื้นที่ไปรับฟังและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในนามนายกฯ เวลาจะสิ้นสุดเดือน มี.ค.2566 จากนี้จะมุ่งมั่นทำงานให้มากที่สุดและพูดให้น้อย เพื่อสร้างบรรยากาศที่จะให้มีแต่ความสุข และสงบเรียบร้อยในประเทศอย่างเต็มที่ จากนั้นภายหลังประชุม ครม. บรรดารัฐมนตรีได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่ตึกสันติไมตรี โดยโต๊ะใหญ่มี พล.อ.ประยุทธ์นั่งหัวโต๊ะ และมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยเฉพาะนายอนุทินกับนายจุรินทร์ที่นั่งติดกัน ได้พูดคุยกันอย่างสนิทสนม ช่วงหนึ่งได้พูดถึงบรรยากาศการเมืองในการเลือกตั้งในลักษณะที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ครบเทอมในเดือน มี.ค.2566 นายอนุทินพูดขึ้นว่า “ก็ไม่มีใครอยากเสียตังค์เร็วหรอก” พล.อ.ประยุทธ์จึงพูดว่า “งั้นก็อยู่กันไปยันมีนาคมปีหน้า”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดถึงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศไทยถ่ายทอดสดครบทั้ง 64 แมตช์ว่า “ช่วงนี้อยากให้รักษากลิ่นอายของความสุขไว้นะ เมื่อคืนผมก็ดูบอลเหมือนกัน ดูไปดูมา ดูจนถึง 6-2 (อังกฤษชนะอิหร่าน 6-2)”

เลี่ยงชง ก.ม.ปลุกม็อบช่วงปลายเทอม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในที่ประชุม ครม.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้รายงานความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่ที่อยู่ในขั้นแปรญัตติของสภา โดยระบุว่าหากกฎหมายดังกล่าวผ่านจะมีความขัดแย้งตามมา เพราะในเนื้อหานั้นจะมีการยกเลิกคุรุสภา สกสค. อกพ.กระทรวง ยกเลิกสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ให้ผู้ปกครองสามารถจัดการเรียนการสอนเองได้ ครูจะไม่ได้รับวิทยฐานะ หากปล่อยให้ผ่านไปจะมีม็อบเข้ามา ขณะนี้ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกายกร่างขึ้นมาอีกฉบับโดยมีเนื้อหาผ่อนคลายสิ่งเหล่านั้นและเสนอเข้าสภาเพื่อให้นำกฎหมายทั้งสองฉบับมาประกบกัน เชื่อว่าสภาน่าจะยอม และเนื้อหาที่ปรับปรุงจะนำไปใช้หาเสียงได้ เมื่อนายวิษณุกล่าวจบ พล.อ.ประยุทธ์จึงขอให้หัวหน้าพรรคต่างๆนำเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการให้เรียบร้อย ขณะที่ช่วงท้ายการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมงานแก้ปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมา

“สันติ” ยังกั๊กไม่กล้าออกตัวอยู่หรือไป

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เข้าไปลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติว่า ยังไม่ทราบเลย เมื่อถามว่าในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ยังยืนยันหรือไม่ว่าจะอยู่ช่วยงาน พล.อ.ประวิตรไม่คิดไปไหนใช่หรือไม่ นายสันติตอบว่า ในฐานะเลขาธิการพรรคยืนยัน เมื่อถามอีกว่า ถ้าในนามส่วนตัวยืนยันเหมือนกันหรือไม่ นายสันติไม่ตอบ แต่ยิ้มให้

“สมศักดิ์” ขอล้างเมมโมรีทบทวนใหม่

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงทิศทางการเมืองของกลุ่มสามมิตรหลังจากนี้ว่า ตอนนี้มีข้อมูลใหม่อยู่เรื่อยๆทำให้เราต้องรวบรวมข้อมูลเพื่อตัดสินใจ จะเอาเรื่องของความรักความชอบไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับคนส่วนใหญ่ เราก็ต้องดูให้ครบถ้วน เคยบอกว่าช่วงเดือน ม.ค.2566 แต่ตอนนี้ข้อมูลมันเปลี่ยนแปลงไปอีกแล้ว จึงทำให้ต้องดูข้อมูลกันใหม่ตั้งแต่เริ่มต้นว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ประโยชน์กับประเทศสูงสุด เมื่อถามว่า กลุ่มสามมิตรยังคงอยู่กับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ตอบ เพราะได้ตอบไปแล้วถ้าเอาไปวิเคราะห์กันก็จะวิเคราะห์ออก มันเป็นเรื่องข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงใหม่หมดแล้ว และมีเรื่องอื่นเข้ามาด้วย จึงต้องล้างเมมโมรีเก่าออกให้หมดและทำใจให้นิ่ง แล้วคิดต่อไปว่าความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเป็นอย่างไรต่อไป เมื่อถามว่า จะยึดเอากระแสประชาชนเป็นหลักใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า ไม่ใช่ ตนก็พูดไปชัดเจนแล้ว เรื่องของการเมืองทั้งหมด เราบูรณาการ จะไม่เน้นไปเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยภาพรวมทั้งหมดเราต้องวิเคราะห์ให้ถึงแก่นแกนปัญหาและการก้าวเดินต่อไป การตัดสินใจไม่ใช่เรื่องยาก

ยังไม่คิดแผนข้ามฟากร่วมงาน พท.

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่กลุ่มสามมิตรจะพลิกขั้วไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์กล่าวว่า “ยังไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้คิด ไม่ได้คิดไปทางนั้นเลย” เมื่อถามว่ายืนยันจะยังอยู่ฝ่ายนี้อยู่ใช่หรือไม่ เพียงแต่รอการพิจารณาว่าจะไปกับพรรคไหนเท่านั้นใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า ก็เป็นข้อมูลใหม่ทั้งหมด ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัสได้หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดอะไร มันเป็นข้อมูล การเมืองเอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน เพราะถ้าข้อมูลพร้อมก็ตัดสินใจไม่ยาก

“เฮ้ง” ลั่นไปไหนไปด้วยไม่ทิ้ง “ลุงตู่”

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ภาพยกมือไหว้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ผมคนจริงใจ จิตใจนักเลง เป็นนักรบบาดเจ็บบ้างเป็นเรื่องธรรมชาติ ขออย่าให้ใครมานินทา ว่าเอาแต่ได้ ถึงเวลาต้องแสดงความจริงใจ คนชลบุรี จิตใจนักเลงจริง สมคำว่านักเลงเมืองชล ลุงตู่ปกป้องดูแลผมมาตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี จะทิ้งลุงตู่ไปคนเดียว ผมจะเอาหน้ากลับมาบ้านได้อย่างไร เสียชื่อคนชลบุรีหมดสิครับ”

ไล่เช็กชื่อ ส.ส.อยู่กับ “ตู่” หรือ “ป้อม”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า หลังจากมีกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ไปพบเพื่อลา พล.อ.ประวิตร ไปร่วมงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ทำให้ ส.ส.สมาชิกพรรคต่างเช็กข่าว สอบถามที่มาที่ไปของเรื่องดังกล่าวว่าจริงหรือไม่ ขณะที่แกนนำของทั้ง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ได้โทรศัพท์เช็กชื่อ ส.ส.แต่ละคนว่าตัดสินใจที่จะอยู่กับใคร แต่ส่วนใหญ่ยังคงสงวนท่าทีเพื่อรอความชัดเจนจาก พล.อ.ประวิตรจึงยังไม่เปิดตัวหรือตัดสินใจ เพราะเห็นว่ายังมีเวลา รวมถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ที่ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ได้ช่วยงานพรรคในการรับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสาน ตอนบน เช่นเดียวกับท่าทีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย กำลังรอดูว่าจะกลับเข้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ หลัง พล.อ.ประวิตรส่งสัญญาณไฟเขียว โดยวันที่ 23 พ.ย. ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส ได้เรียก ส.ส.พรรคเศรษฐกิจ ไทยหารือเพื่อกำหนดทิศทางอนาคตทางการเมือง

“วิษณุ” ชี้ ศท.กลับ พปชร.ได้แม้ถูกไล่ออก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวยุบสภาหลังประชุมเอเปกว่า ไม่เคยได้ยิน ได้ยินแต่ที่สื่อพูดกัน เมื่อถามว่าหากยุบสภาตอนนี้จะกระทบต่อกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็พูดกันมาเยอะแล้ว มันมีปัญหาแน่ แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ตัน เมื่อถามถึงกระแสข่าวกลุ่ม ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทยที่ก่อนหน้านี้เคยถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐในทางกฎหมายจะสามารถกลับมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐได้อีกครั้งหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบว่าเขาจะมาจะไปหรือไม่ แต่ถ้าจะกลับมาเป็นไปได้ ขอขมา ขอโทษ เวลาจะกลับมาก็อ้างเหตุผลเพราะๆหน่อย ถือว่าทำได้ไม่แปลกประหลาดอะไร แม้กระทั่งปรับ ครม. เอา ครม.ออกและนำชุดเก่ากลับมาเป็น ครม.ใหม่ เพียงแต่เกิดคำถามว่าแล้วปรับทำไม

“อนุทิน” ยันเลือกนานแล้วอยู่ ป.ไหน

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์เข้าไปพูดคุยร่ำลา พล.อ.ประวิตรเพื่อไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติว่า ต้องถาม พล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.
ประวิตร เราไปก้าวก่ายไม่ได้ คนระดับนายกฯ เราจะไปวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจได้อย่างไร เราต้องเคารพด้วยซ้ำ เมื่อถามถึงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยจะสามารถเข้ากันได้กับทั้ง 2 ป.เลยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จุดยืนพรรคภูมิใจไทยบอกแล้ว เลือกข้างนานแล้ว เมื่อถามว่าข้างไหน นายอนุทินกล่าวว่า รู้อยู่แล้ว ถ้าติดตามจะรู้ว่าพรรคภูมิใจไทยอยู่ข้างไหน

พท.เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร กทม.เพิ่มอีก 9

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวผู้ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย จำนวน 9 เขต โดย นพ.ชลน่านกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความภาคภูมิใจเปิดตัวผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. จำนวน 9 คน ประกอบด้วย 1.นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ เขตทวีวัฒนา หนองแขม 2.น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล เขตราชเทวี ดุสิต 3.น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ เขตยานนาวา บางคอแหลม 4.นายธิติวัฐ อดิศรพันธ์กุล เขตบางพลัด บางกอกน้อย 5.นพ.ญาณกิตต์ ห่วงทรัพย์ เขตจตุจักร 6.นายกิตติพล รวยฟูพันธ์ เขตราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ 7.นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช เขตลาดพร้าว วังทองหลาง 8. น.ส.พิชชาภัสร์ อมาตย์วรานนท์ เขตบางขุนเทียน 9.นายนวธันย์ ธวัชวงศ์เดชากุล เขตคลองเตย วัฒนา เมื่อรวมกับการเปิดตัวครั้งก่อนแล้วจะเป็น 24 คน

รับทาบทามดาราสาว “อ๋อม สกาวใจ”

นางพวงเพ็ชรกล่าวถึงกรณีกระแสข่าว น.ส.สกาวใจ พูนสวัสดิ์ หรือ อ๋อม ดารานักแสดงชื่อดังจะมาลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทยว่า น.ส.สกาวใจ เป็นคนมีความรู้ ความสามารถ ชัดเจนในจุดยืนทางประชาธิปไตย น.ส.สกาวใจรู้จักและสนิทกับสมาชิกในพรรคหลายคนได้ทาบทามไป แต่ยังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ อยู่ระหว่างการตัดสินใจ เราเคารพการตัดสินใจของ น.ส.สกาวใจ

เย้ย “2 ป.” แยกทางตามแผนสืบอำนาจ

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติว่า การตัดสินใจแบบนี้ มองว่าเขาคงต้องการสืบทอดอำนาจ หากอยู่พรรคเดิมอาจมีอุปสรรค จึงต้องแยกกันทำงานเพื่อความอยู่รอด ถ้าแต่ละพรรคมีที่นั่งมากค่อยมารวมกัน อาจเป็นกลไกหนึ่งในการสืบทอดอำนาจที่คิดไว้ ที่น่าสนใจคือกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งวันที่ 30 พ.ย. หากศาลวินิจฉัยว่าชอบด้วยกฎหมายจะเข้าสู่กลไกปกติ แต่ถ้าออกมาในแง่ร้ายศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมายนี้ก็ตกไป แต่สภายังมีเวลา ถ้าทุกฝ่ายเห็นความสำคัญก็นำกฎหมายมาปรับแก้ก็น่าจะทัน ต้องดูว่าเขามีเจตนาต้องการที่จะให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ กรณีเกิดการยุบสภา ต้องมีการจัดเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน ระหว่างนี้ต้องหากฎหมายมาใช้เลือกตั้งให้ได้ ถ้าหาไม่ได้ก็รักษาการยาวไป อย่างนี้น่าจะเกิดวิกฤติแน่

ฟันธง ม.ค.66 “บิ๊กตู่” ยังไม่ยุบสภา

นพ.ชลน่านยังกล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 152 ว่า จะดูแนวโน้มการยุบสภาเป็นหลัก เพื่อกำหนดการยื่นญัตติแล้วได้อภิปราย จึงมองว่าจะสามารถยื่นญัตติได้ไม่เกินวันที่ 15 ธ.ค. หรือกลางเดือน ธ.ค. เพื่อจะได้อภิปรายไม่เกินกลางเดือน ม.ค.2566 และหากดูท่าทีทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ช่วงก่อนเอเปกไม่ได้พูดอะไรเลย พอหลังเอเปกเริ่มขยับเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงมองว่าขณะนี้ยังไม่มีความพร้อม เมื่อต้องการสืบอำนาจก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด และการยุบสภาต้องมีประโยชน์กับตัว พล.อ.ประยุทธ์มากที่สุด ฉะนั้นกลาง เดือน ม.ค.66 การยุบสภาก็คงไม่เกิด

ข้องใจ ส.ว.เตะถ่วงยื้อประชามติ

ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีประชุมวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาแนวทางการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การที่ฝ่ายค้านเสนอทำประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้ง เพราะไม่ต้องการให้เสียเวลา แต่การที่ ส.ว.ตั้ง กมธ.ขึ้นมาศึกษาก็ทำได้ แต่ต้องรับผิดชอบให้มีคำตอบทันกับการเลือกตั้งว่าจะทำหรือไม่ทำ ถ้าตั้งไปเรื่อยและไม่ได้รับผิดชอบเวลา ก็ต้องตั้งข้อสังเกตว่ายื้อหรือไม่

2 ป.แยกทางกระทบการเมืองประเทศ

นายสุทินยังกล่าวถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ย้ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติว่า เป็นแค่การคาดหมาย วิเคราะห์พฤติกรรมเอา อย่างไรก็ตามการที่ทั้ง 2 คน จะไปหรือไม่ไปด้วยกันก็มีผลทางการเมือง ถ้าไม่ไปด้วยกันก็ไม่เป็นเอกภาพ หรือถ้าแยกจากกันแล้วเป้าหมาย พล.อ.ประยุทธ์อยู่ตรงไหน จะทันหรือไม่ เพราะมีผลเกี่ยวกับกฎหมายลูก ทั้ง 2 คนทำให้การเมืองของประเทศผันผวนได้ มีผลกับรัฐบาลและสถานการณ์การเมืองโดยรวมของประเทศ อาจทำให้มีการช่วงชิง ชิงรักหักเหลี่ยมกันในรัฐบาล ประโยชน์ประชาชนแทนที่จะได้ก็ไม่ได้ เพราะเล่นการเมืองแหลกลาญ จริงๆแล้วอยากให้ไปด้วยกัน เพื่อให้การเมืองเป็นขั้วชัดเจน ประชาชนไม่สับสน ส่วนการยุบสภาเชื่อว่าคงไม่เกิดขึ้นง่ายๆและไม่เร็ว งบประมาณรายจ่ายปี 2566 ยังเป็นช่วงข้าวใหม่ปลามัน ไม่เชื่อจะยุบสภาช่วงนี้

ภท. ขู่ ก.ม.กัญชาตก 30 ส.ส.ลาออก

ที่รัฐสภา นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรค ภท. แถลงว่า ขณะนี้สภากำลังออกกฎหมายควบคุมการใช้กัญชาอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการเป็นพืชทางเศรษฐกิจ แต่กลับมีกระบวนการบิดเบือนสกัดกั้น ทั้งนักการเมืองบางกลุ่ม กลุ่มทุนเสียประโยชน์ เพราะกัญชาทำให้ผู้ป่วยลดการใช้ยาแผนปัจจุบันรักษาบางโรคลงอย่างชัดเจน บริษัทฯผลิตยาหรือผลิตภัณฑ์การแพทย์เสียประโยชน์ สมคบนักการเมืองบางกลุ่ม สร้างความน่ากลัวเกินจริง ที่เลวร้ายกว่าคือ จะนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 อีกครั้ง ขณะที่นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่ย้ายมาร่วมงานกับพรรค ภท.กล่าวว่า ใครที่คิดเอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติด คิดไม่ถูกต้อง ถ้ากฎหมายกัญชาไม่ผ่านอาจมี ส.ส.20-30 คน ลาออกในปลายปีนี้ เพราะเห็นว่าเป็นการเล่นการเมืองที่เอาแต่ประโยชน์พรรค ไม่ได้ยึดประโยชน์ ไม่รับผิดชอบต่อประชาชน

“เสรีพิศุทธ์” ชี้ไม่ผ่านรัฐบาล-ภท.รับผิด

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวถึงจุดยืนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชงว่า พรรคเห็นด้วยกับกัญชาทางการแพทย์เท่านั้น ต้องควบคุม กำกับดูแลใกล้ชิด ไม่ใช่เป็นกัญชาอนุทิน ที่เนื้อหาแก้ไขให้อนุญาตปลูกได้ 15 ต้น แต่ไม่ประกาศเหมือนพรรคอื่นเพราะไม่ต้องการเป็นศัตรูกับใคร อุดมการณ์พรรคคือ ยึดความถูกต้องของประชาชนเป็นหลัก พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เสนอกฎหมายมา หากไม่ผ่าน มองว่าพรรคร่วมรัฐบาลคงไม่พอใจคงมีเหตุผลที่มีความตั้งใจให้ไม่ผ่าน ฝ่ายค้านไม่ให้ผ่านเป็นเรื่องปกติธรรมดา เมื่อถามว่า หากร่างกฎหมายกัญชาไม่ผ่านต้องแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยต้องรับผิดชอบ รับผิดชอบแค่ไหน ต้องดูความเป็นลูกผู้ชาย

ปชป.โวยเอาอนาคตของชาติไปเสี่ยง

นายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง กล่าวถึงกรณีที่วิปรัฐบาลเปิดฟรีโหวตร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชงว่า ร่างกฎหมายนี้ยังมีจุดที่ไม่สมบูรณ์รอบคอบในส่วนการดูแลเยาวชน แต่ กมธ.หลายคนต้องการเร่งรัดเพราะเป็นเป้าหมายทางการเมือง ตนยืนยัน ประชาธิปัตย์ไม่ได้เล่นการเมือง เรายึดหลักเหตุผล ไม่ต้องการทำคลอดกฎหมายที่จะกลายเป็นพิษภัยต่อสังคมและลูกหลาน แต่ถ้ายังครอบคลุมการปฏิบัติไม่ได้ สุดท้ายการให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้งก็จะเป็นทางเลือกสุดท้าย เราไม่ควรเอาอนาคตของเด็กและเยาวชนของชาติไปเสี่ยงกับผลประโยชน์ทางการแพทย์ ผู้ลงทุน

“วิษณุ” ชี้ สธ.ต้องออกประกาศอีกเพียบ

เมื่อเวลา 16.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการพิจารณาประเด็นเรื่องเอากัญชากลับมาอยู่ในบัญชียาเสพติด เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจ ป.ป.ส. โดยที่ประชุมรับทราบประกาศ สธ.เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ที่ออกมาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย เพื่อนำมาอุดช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่างที่ยังไม่มี พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะออก จึงต้องทยอยออกเป็นประกาศ ทั้งนี้กัญชามีตั้งแต่ราก ต้น จนถึงยอด แต่ประกาศฉบับดังกล่าวเอาเฉพาะช่อดอกเป็นสมุนไพรควบคุม ส่วนต้น ราก ใบ ไม่เป็นสมุนไพรควบคุม เป็นเสรี สามารถทำอะไรก็ได้ สาร THC ไม่เยอะ แต่ช่อดอกอันตราย เมาแล้วน่ากลัว และจากประกาศฉบับล่าสุดสามารถอุดช่องว่างได้พอสมควรและต่อไปก็จะมีประกาศอื่นๆอีกประมาณ 20 ฉบับ เพื่ออุดช่องที่เหลืออีกจนกว่าจะมี พ.ร.บ.กัญชาที่สมบูรณ์ จากนั้นประกาศเหล่านี้ก็จะยกเลิกทั้งหมด อย่างไรก็ตามประกาศจะลงราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 23 พ.ย.และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 พ.ย.

ม็อบหนุนกัญชาขวางคืนยาเสพติด

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล กลุ่มเครือข่ายประชาชนเพื่อการมีกฎหมายควบคุมกัญชา นำโดยนายประสิทธิ์ชัย หนูนวล ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ขอให้ผลักดัน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เป็นกฎหมายบังคับใช้ นายประสิทธิชัยกล่าวว่า มีข้อเสนอต่อนายกฯ 2 ประการ ต้องไม่นำกัญชาไปสู่การเป็นยาเสพติด และเพื่อเป็นหลักประกันในสิทธิของประชาชนเข้าถึงพืชกัญชาเพื่อความมั่นคงทางยาต้องผลักดัน พ.ร.บ.ใช้สำหรับควบคุมกัญชาเชิงระบบ

“ยิ่งลักษณ์” โวยลั่นถูกแกล้งไม่เลิก

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ถึงกรณีที่ศาลฎีกานักการเมืองออกหมายจับคดีย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ไม่ชอบ หลังนัดพิจารณาคดีครั้งเเรก เจ้าตัวไม่มาศาล นัดตรวจหลักฐาน เมื่อวันที่ 14 มี.ค.66 ระบุว่า “จากข่าวการออกหมายจับดิฉันจากการย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี มีประเทศไทยประเทศเดียว ที่นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ย้ายข้าราชการคนเดียว แล้วถูกดำเนินคดี ถูกกลั่นแกล้งไม่จบ”

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การออกหมายจับถือเป็นกระบวนการปกติ มิได้หมายความว่า ศาลออกหมายจับเพราะตัดสินแล้วว่า จำเลยได้กระทำความผิด ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังถือว่าไม่มีความผิดตามฟ้อง เป็นหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ จำเลยมีสิทธิแต่งตั้งทนายความต่อสู้คดี ส่วนตัวขอตั้งข้อสังเกตถึงการไต่สวนของ ป.ป.ช.ที่ชี้มูลความผิดเพียง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เป็นนายกฯ คนเดียวนั้นเป็นดุลพินิจที่ไม่เป็นธรรมกับอดีตนายกฯ หรือไม่

ฟ้องศาลแพ่งสอบ คฝ.ละเมิดนักข่าว

ที่ศาลแพ่ง ผู้แทนภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และสื่อมวลชนที่ได้รับบาดเจ็บได้ยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้ศาลเรียกตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มาไต่สวนกรณีตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ใช้กำลังสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงเมื่อวันที่ 18 พ.ย.65 จนประชาชน รวมทั้งสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บ โดยจะยื่นคำร้องต่อศาลเข้าในคดีเดิม ซึ่งเคยฟ้องและศาลมีคำสั่งไปแล้วว่า มีการละเมิดคำสั่งศาล ซึ่งศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเมื่อวันที่ 10 ส.ค.64 ว่า ให้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมและสลายการชุมนุมโดยคำนึงความปลอดภัยภายใต้หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 18 พ.ย.65 ตำรวจยังคงใช้กำลังสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรง และไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของสื่อมวลชนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่การชุมนุม ถือเป็นการละเมิดคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาล

“ไผ่” ร้องทูตเอเปกรัฐไทยทำเกินเหตุ

13.40 น. ที่สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน แกนนำกลุ่มทะลุฟ้าและกลุ่มราษฎรหยุดเอเปก 2022 นำมวลชนเดินเท้าเข้ายื่นหนังสือถึงสถานทูตประเทศต่างๆที่เข้าร่วมประชุมเอเปก ฟ้องเหตุประชาชนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคฝ.ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุมจำนวนมาก ทั้งนี้ นายจตุภัทร์ ได้ให้มวลชนชูป้ายข้อความ “bloodyapec2022” ที่มีภาพนายพายุ บุญโสภณ หรือพายุ ดาวดิน ถูกกระสุนยางยิงที่ตาขวา รวมทั้งภาพผู้บาดเจ็บรายอื่นๆ ใช้สามนิ้วปิดตาขวา ตะโกนพร้อมกันว่า “เอเปกเลือด” “ประยุทธ์ออกไป” เดินเท้ามุ่งหน้าไปยื่นหนังสือสถานทูต เวียดนาม สหรัฐฯ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฯลฯ นายจตุภัทร์กล่าวว่า ต้องการยื่นสรุปผลการประชุมคู่ขนานภาคประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนให้ผู้นำรับทราบว่า ตำรวจไทยสลายการชุมนุมเกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะนายพายุ ตาขวาบอดสนิท ถือเป็นความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ที่ยิงไปยังอวัยวะสำคัญ ขอให้นำข้อมูลเหล่านี้ส่งต่อไปยังผู้นำเอเปกได้ทราบว่า เวทีคู่ขนานของประชาชนเกิดอะไรขึ้นบ้าง สิ่งที่ผู้เข้าร่วมประชุมพบเห็นล้วนสวยงาม แต่สิ่งที่รัฐไทยปกปิดด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ล้วนเป็นคราบน้ำตาและความสูญเสีย

“ฟัง คิด ทำ” ปชป.ปั้นนโยบาย ลต.

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานนวัตกรรมเปลี่ยนกรุงเทพ ฟัง คิด ทำ รับฟังความคิดเห็นและความต้องการของประชาชน มาจัดทำเป็นนโยบายของพรรคให้ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของประชาชน โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค พร้อมแกนนำพรรค เข้าร่วม นายจุรินทร์กล่าวว่า ถึงเวลาที่ ปชป.ต้องเปลี่ยนแบบมีวุฒิภาวะ และย้ำว่าอุดมการณ์ของพรรคต้องไม่เปลี่ยน และสิ่งที่ตนประกาศไว้ 3 ข้อ 1.อุดมการณ์ประชาธิปไตยระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.อุดมการณ์แห่งความซื่อสัตย์สุจริต 3.อุดมการณ์แห่งการมุ่งมั่นในการรับใช้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ในวันที่เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค คือ สิ่งที่ยืนหยัด ปชป.ฟังประชาชนมาตั้งแต่วันแรก นโยบายทุกยุคทุกสมัยเกิดจากการฟัง คิด ทำ อยู่มาถึง 76 ปี แต่แค่นั้นไม่พอ ต้องฟังเพิ่ม ทำเพิ่ม

“เสี่ยต่อ” หวังตั้งมั่น ปชช.พึ่งได้

นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่อยากให้มองว่า ปชป.เป็นสถาบันการเมืองที่อยู่มา 76 ปี แต่อยากให้มองเป็นพรรคการเมืองที่เป็นความหวังของประชาชนได้ ตนเป็นเลขาธิการพรรค 2 สมัย วาระแรกแพ้การเลือกตั้ง เป็นฝ่ายค้าน วาระที่ 2 เราแพ้การเลือกตั้งเหมือนกัน แต่ได้เป็นรัฐบาล จากวันนั้นถึงวันนี้ พรรคมีอะไรที่เปลี่ยนแปลง และเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้หรือไม่ สิ่งหนึ่งที่พรรคกำลังทำ คือ กล้าเปลี่ยนแปลง และจะกลับมาเป็นสถาบันการเมืองที่ภาคภูมิ โดยเริ่มจากการเปลี่ยนแปลง ต้องทำให้ประชาชน และสาธารณะรับรู้คนในพรรคอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับ 2 สิ่ง คือ 1.โอกาสของทุกคน 2.ต้องมีความหวังให้กับประชาชน

นายกฯ-ภริยาลงนามถวายพระพร

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 22 พ.ย. ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมภริยา นางนราพร จันทร์โอชา ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐา ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร่วมการลงนามถวายพระพร ตามลำดับพิธี โดยนายกฯ และภริยา ครม. ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นายกฯถวายแจกันดอกไม้ จำนวน 2 แจกัน ในนามนายกฯและ ครม.และนายกฯและภริยา จากนั้น ภริยานายกฯถวายแจกันดอกไม้ในนามคู่สมรส ครม. ณ โต๊ะด้านหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ นายกฯและภริยาลงนามถวายพระพร นายกฯและภริยา ครม. ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์

คุณกำลังดู: "บิ๊กตู่" ตีมึน ไม่ยอมพูด ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ

หมวดหมู่: การเมือง

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/politic/2559976

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด