"บิ๊กตู่" บอกแยกทาง "บิ๊กป้อม" ไปรวมไทยสร้างชาติ “สุชาติ” ขน 12 ส.ส.ตาม

"บิ๊กตู่" บอกแยกทาง "บิ๊กป้อม" ไปรวมไทยสร้างชาติ “สุชาติ” ขน 12 ส.ส.ตาม

2 ป.แยกทาง สร้างดาวคนละดวง “บิ๊กตู่” เปิดใจบอกลา “บิ๊กป้อม” แยกค่ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ “สุชาติ” ขน 12 ส.ส.พลังประชารัฐหนีตามไปอยู่สังกัดใหม่ รอแถลงเปิดตัวเป็นทางการ “ประวิตร” เต้นสั่งแกนนำเช็กกำลังพลที่เหลืออยู่ เด็ก พปชร.-ศท. แห่รับ “ลุงป้อม” ลงพื้นที่กำแพงเพชร “ไผ่ ลิกค์” หยอดคำหวานกรอกหูขน ส.ส.เศรษฐกิจไทยกลับซบรังเก่า สามมิตรแทงกั๊กอนาคตการเมือง พูดไม่เต็มปากไม่ทิ้งพลังประชารัฐ เพื่อไทยจ่อเปิดตัวดาราดัง “อ๋อม-สกาวใจ” ชิงเก้าอี้ ส.ส.กทม. ด้านส.ว.ยื้อประชามติแก้รัฐธรรมนูญ เตะถ่วงขอตั้ง กมธ.ศึกษาก่อน 30 วัน แบะท่าขอต่อรองร่วมกำหนดประเด็นแก้ไข “เสี่ยหนู” ยืนกรานจับกัญชากลับไปยัดบัญชียาเสพติดเหมือนเดิมไม่ได้

ความอึมครึมภายในพรรคพลังประชารัฐที่เป็นความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐยังเป็นที่จับตาว่า พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่พรรคพลังประชารัฐต่อไปหรือไม่ ล่าสุด พล.อ.ประวิตรลงพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ให้นโยบายแก้ปัญหายาเสพติดและที่ดินทำกิน มี ส.ส.พลังประชารัฐและ ส.ส.เศรษฐกิจไทยร่วมต้อนรับจำนวนมาก

ส.ส.แห่รับ “บิ๊กป้อม” ลุยกำแพงเพชร

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 พ.ย.ที่โรงเรียนปางศิลาทองศึกษา จ.กำแพงเพชร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพรรคพลังประชารัฐ พร้อมนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่ติดตามการแก้ปัญหายาเสพติดและการจัดการที่ดินทำกินตามนโยบายรัฐบาลมีแกนนำนักการเมืองและ ส.ส.กำแพงเพชร และจังหวัดใกล้เคียงร่วมต้อนรับจำนวนมาก อาทิ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.กำแพงเพชร นายอนันต์ อำนวยผล ส.ส.กำแพงเพชร นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ โดย พล.อ.ประวิตรมอบหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาเขียว-ป่าเขาสว่าง ป่าคลองห้วยทราย เนื้อที่ 12,951ไร่ และมอบหนังสืออนุญาต สมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดที่ดินทำกิน อ.ปางศิลาทอง อ.ขาณุวรลักษบุรี เนื้อที่ 4,233ไร่ ให้ประชาชน 334 ราย พร้อมย้ำนโยบายแก้ปัญหายาเสพติดกำชับฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการกวาดล้างใหญ่ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดทุกพื้นที่อย่างจริงจัง ให้ลงลึกถึงตัวการสำคัญ ไม่มียกเว้น ดึงภาคประชาชนมีส่วนร่วม เฝ้าระวังแก้ปัญหายาเสพติด

ชาวบ้านขอบคุณได้ดูบอลโลก

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.ประวิตรเดินทางไปยังฝายชั่วคราวกั้นแม่น้ำปิง หนองวัวดำ ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร ฟังการบรรยายสรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำ จากนั้น พล.อ.ประวิตรเดินทางต่อไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังบัว อ.เมือง ติดตามการบริหารจัดการน้ำของทั้ง 2 แห่ง มีชาว กำแพงเพชรมารอต้อนรับจำนวนมาก บางคนชูป้ายส่งกำลังใจให้ พล.อ.ประวิตรสู้ๆ และข้อความที่ทำให้ พล.อ.ประวิตรยิ้มไม่หุบคือ “ขอบคุณลุงป้อมที่ทำให้คนไทยได้ดูบอลโลก” และ “ไม่รู้ แต่ไม่แล้ง”

ส.ส.ศท. ยกทีมร่วมต้อนรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากมีชาวกำแพงเพชรมารอต้อนรับจำนวนมากแล้ว ยังมี ส.ส. พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) หลายคนไปร่วมต้อนรับ อาทิ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา นายพรชัย อินท์สุข ส.ส. พิจิตร และนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก โดย พล.อ.ประวิตรกำชับการซ่อมแซมฝายที่ชำรุดที่เป็นความรับผิดชอบของกรมชลประทานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และเน้นย้ำทุกหน่วยงานปฏิบัติตาม 10 มาตรการ รับมือฤดูแล้งอย่างเข้มข้น ขอให้ข้าราชการทำหน้าที่ประหนึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของประชาชน และขอให้ประชาชนร่วมมือกับภาครัฐแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศร่วมกัน ด้วยความรัก ความสามัคคี รัฐบาลพร้อมสนับสนุนทั้งการสร้าง ซ่อมแซมปรับปรุงแหล่งน้ำ จัดทำระบบกระจายน้ำที่ดี ทั่วถึง

ศท.หยอดคำหวานขอกลับรัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างลงพื้นที่ จ.กำแพงเพชรของ พล.อ.ประวิตร ที่มี ส.ส.พลังประชารัฐและ ส.ส.เศรษฐกิจไทยมาต้อนรับนั้น ปรากฎว่า ที่จุดโครงการคลองส่งน้ำและบำรุงรักษาวังบัว อ.เมือง นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทยพาผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่มาขอรับสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ช่วงหนึ่งได้พูดต่อหน้า พล.อ.ประวิตรและ ส.ส.คนอื่นๆว่า “พวกผมเนี่ยพรรคอะไรก็ไม่รู้ แต่จะกลับมาอยู่พลังประชารัฐเหมือนเดิม จะมาช่วยลุงป้อม” โดย พล.อ.ประวิตรตอบกลับว่า “ถ้ากำแพงเพชรแบบนี้ก็แฮปปี้ชนะทั้งจังหวัด” และหันไปพูดกับนายวราเทพ รัตนากร แกนนำ จ.กำแพงเพชร ว่า “วราเทพฝากดูกำแพงเพชรด้วยนะ”

“บิ๊กตู่” ย่องเงียบตรวจบางกะปิ

ด้านภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 11.00 น. โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ยกเลิกวาระงานเป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ครั้งที่ 1/2565 ในเวลา 09.30 น. เพื่อใช้เวลาช่วงเช้าพักผ่อนพักฟื้นร่างกายที่บ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาด เล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมผู้นำเอเปก 2022 ทั้งนี้ เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล ก็ทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการสาธารณสุขมีผลเป็นลบ

จากนั้นเวลา 14.15 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปปฏิบัติภารกิจเขตบางกะปิ โดยไม่มีการแจ้งกำหนดล่วงหน้า และไม่แจ้งสื่อมวลชน มีเพียงฝ่าย เสธ.คนสนิท และทีม รปภ.ร่วมการลงพื้นที่ โดยนายกฯ ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่สนามกีฬาเคหะคลองจั่นเป็นการส่วนตัว ประมาณ 45 นาที โดยถอดสูท สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแลคสีดำ เดินทักทายประชาชน เยาวชน พร้อมถ่ายภาพร่วมกับประชาชนชู 2 นิ้วแสดงสัญลักษณ์สู้ๆ มี น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ มาต้อนรับ

ลั่นทำวันนี้เพื่ออนาคตวันหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับชาวบ้านระหว่างลงพื้นที่ว่า วันนี้อยู่ตรงกลางคือปัจจุบันระหว่างประวัติศาสตร์และสิ่งที่ทำใหม่ให้ดีขึ้น ตอนนี้ทำปัจจุบันให้ทุกคนมีความสุข อนาคตคือการลงทุนต่างๆ รองรับการเจริญเติบโตของประเทศ บ้านเมือง คน นี่คือประโยชน์จากการพูดคุยในเวทีระดับประชาคมโลก ซึ่งเขาจะมาลงทุนอีกหลายแสนล้านบาท ในการประชุมเอเปกมีข้อตกลงกันและกัน ถ้าไม่ตกลงก็เดินหน้าลงทุนอะไรไม่ได้ ฉะนั้น เราทำวันนี้เพื่ออนาคตวันหน้า ทำไว้ให้อนาคตลูกหลานวันข้างหน้า ถ้าวันข้างหน้าย้อนกลับมาดู นี่คือประวัติศาสตร์ที่ทำร่วมกันจนสำเร็จ อดีต ปัจจุบัน อนาคต อย่าลืมประวัติศาสตร์ ถ้าไม่รู้จักประวัติศาสตร์ จะไม่รู้ว่าจะรักประเทศไทยชุมชน พื้นที่ของเราได้อย่างไร ต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์

“ฐิติภัสร์” กั๊กอนาคตการเมือง

น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การลงพื้นที่ของนายกฯ ไม่ได้แจ้งตนล่วงหน้า ตนประชุมกับชาวบ้านในพื้นที่การเคหะฯอยู่แล้ว ทราบว่านายกฯมาลงพื้นที่ จึงออกไปต้อนรับ ยืนยันนายกฯไม่ได้พูดคุยเรื่องการเมือง หรือทาบทามไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติตามที่มีกระแสข่าวนายกฯจะไปเป็นประธานที่ปรึกษาพรรครวมไทยสร้างชาติ ตนยังไม่ได้ตัดสินใจอนาคตทางการเมืองจะอยู่พรรคพลังประชารัฐ หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังตั้งมั่นแน่วแน่ทำหน้าที่ ส.ส. เพื่อประชาชน

“บิ๊กตู่-พีระพันธุ์”เลี่ยงพบหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ฐิติภัสร์ ส.ส.กทม. เขตบางกะปิ-วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ เป็น 1 ใน 3 ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ที่มีกระแสข่าวย้ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนอีก 2 คนคือ น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา และ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. ทั้งนี้ หลังการประชุมเอเปกเสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ถูกจับตาท่าทีการเมือง เพราะก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์เคยระบุจะให้คำตอบอนาคตการเมืองหลังจบการประชุมเอเปก ตามที่มีกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์จะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติในวันที่ 21 พ.ย.นี้ ขณะที่ความเคลื่อนไหวของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันที่ 21 พ.ย. ได้เดินทางไปร่วมประชุมที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ได้เข้าทำเนียบรัฐบาล โดยการทำงานของนายพีระพันธุ์ที่ต้องพบปะกับ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เลื่อนไปก่อน เพื่อกันถูกโยงการเมือง

สามมิตรแทงกั๊กไม่ทิ้ง พปชร.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองหลังการประชุมเอเปกที่หลายฝ่ายประเมินจะมีความเข้มข้นขึ้นว่ายังไม่มีอะไรแน่นอน การเมืองช่วงนี้เป็นไปตามบริบทการเมือง บทสรุปจะเป็นอย่างไร ต้องรอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเปิดเผยอะไรก็อยู่ที่ตัวของท่าน เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตรหรือยัง นายอนุชาตอบว่า ยังไม่ได้คุยกัน ขณะนี้ยังอยู่พรรคพลังประชารัฐ ทำงานตามปกติ แต่อนาคตไม่สามารถยืนยันได้จะเป็นอย่างไร แต่ปัจจุบันยังอยู่และทำงานให้พลังประชารัฐ ยังไม่มีอะไรเป็นตัวเลือก อนาคตยังไม่ได้คิดอะไร ความตั้งใจคืออยู่กับพรรคพลังประชารัฐ เมื่อถามว่า ถ้าในอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ไม่อยู่กับพรรคพลังประชารัฐ กลุ่มสามมิตรจะอยู่กับพลังประชารัฐหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า ไม่ตอบ กลุ่มสามมิตรยังไม่ได้คุยเรื่องนี้ ส่วนกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์อาจไม่ไปต่อกับพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นเรื่องธรรมดาของการเมืองที่มีอะไรหลากหลายมิติเกิดขึ้น อย่าคิดมากเรื่องพวกนี้ เมื่อถามถึงกระแสข่าว พล.อ.ประวิตรจะนำ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทยกลับเข้าพรรคพลังประชารัฐ นายอนุชาปฏิเสธตอบคำถามนี้

ตั้ง “ไพบูลย์” คุมนโยบายหาเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงนามคำสั่งพรรคพลังประชารัฐที่ 132/2565 แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพรรคพลังประชารัฐ 15 คน เพื่อกำหนดนโยบายรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ มีทั้ง ส.ส. สมาชิกพรรค นักวิชาการ มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค เป็นประธานคณะกรรมการฯ พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (ประจำพล.อ.ประวิตร) เป็นรองประธานกรรมการ ขณะที่กรรมการมีทั้ง ส.ส.และนักวิชาการ อาทิ พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ กรรมการบริหารพรรค นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อดีตเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น น.ส.พรรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมหิดล จะประชุมนัดแรกวันที่ 23 พ.ย. เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา

“บิ๊กตู่” แยกทาง “บิ๊กป้อม” ไปอยู่ รทสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้เข้าพบ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นการเปิดใจและพูดคุยถึงทิศทางการเมืองในอนาคต โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้แจ้งลาเพื่อไปทำงานการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติจะมีการเปิดแถลงข่าวในช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับออกจากมูลนิธิป่ารอยต่อฯ พล.อ.ประวิตรได้โทรศัพท์เช็กแกนนำแต่ละกลุ่มว่า หากเกิดการเปลี่ยนแปลงในพรรคพลังประชารัฐแล้ว จะยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐต่อหรือไม่

“สุชาติ” ขน 12 ส.ส.ตามไปพรรคใหม่

ขณะเดียวกันในช่วงเย็นวันที่ 20 พ.ย. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.พรรคพลังประชารัฐ ที่ปรากฏข่าวจะย้ายตาม พล.อ.ประยุทธ์ไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เช็กชื่อ ส.ส.ในกลุ่มที่จะย้ายตาม พล.อ.ประยุทธ์ไปอยู่พรรคใหม่ มีทั้งสิ้น 12 คน อาทิ น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี นายสาทิตย์ อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี เป็นต้น

หวังไม่เกิดสุญญากาศเลือกตั้ง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 23 และ 30 พ.ย.ว่า รัฐบาลยังไม่ได้ตั้งรับอะไร เพราะไม่รู้ผลจะออกมาอย่างไร เมื่อถามว่ามุมที่แย่ที่สุดที่มีการหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่าง อาทิ การแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญไม่หมด นายวิษณุตอบว่า กฎหมายอื่นจะขัดรัฐธรรมนูญไม่ได้ แต่รัฐธรรมนูญขัดกฎหมายอื่นได้ ต้องให้รัฐธรรมนูญชนะไว้ เว้นแต่จะแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ส่วนการอ้างรัฐธรรมนูญขัดแย้งกันเองนั้น ต้องรอฟังศาลจะชี้อย่างไร ถ้าแย้งกันเองต้องหาทาง ผู้สื่อข่าวถามว่า กรอบเวลาที่เหลือของรัฐบาล หากศาลมีคำวินิจฉัยอย่างไร ยังแก้กฎหมายทันใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า อยู่ที่จะแก้ด้วยวิธีใด หากแก้ด้วยการออก พ.ร.ก. ถ้าร่วมมือกันเร่งคงได้ เพราะสภาเปิดสมัยประชุมถึงปลายเดือน ก.พ.2566 หากไม่มีใครดึงให้ช้าก็ไปได้ อีกทั้งสภาหมดวาระถึงวันที่ 22 มี.ค.2566 ยังเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ เมื่อถามว่า ถึงที่สุดแล้วจะไม่เกิดสุญญากาศ ไม่มีกฎหมายในการเลือกตั้งหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น ไม่กล้าจะตอบแบบนั้น เพราะไม่รู้ศาลจะบอกกฎหมายจะใช้ได้หรือไม่ได้ในประเด็นใด เมื่อถามว่ารัฐบาลเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ทุกกรณีหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่มีทางหนีทีไล่ ไม่รู้ว่าจะเตรียมอย่างไร ต้องรอศาลออกมาก่อน เชื่อว่า ทางหนีทีไล่ศาลจะแนะนำมาให้ด้วยเหมือนในบางคดี ศาลก็ไม่อยากเหนื่อยหลายหน

แนะนายกฯหาเสียงนอกเวลางาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงนี้หากนายกฯลงพื้นที่หาเสียงต้องใช้เวลานอกราชการใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า หากใช้คำว่าหาเสียงต้องใช้นอกเวลาราชการ ถ้าไปทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ตรวจน้ำท่วม ไฟไหม้ เยี่ยมประชาชน ไม่เรียกว่าเป็นการหาเสียง วิธีการแยกนั้น สามารถดูรู้ทั้งนั้น ที่ผ่านมานายกฯ ไม่เคยหารือตนเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองหลังเอเปก ส่วนที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ จะขอเข้าพบเพื่อหารือร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น นพ.ระวียังไม่ได้พบตน ถึงเวลานี้อาจเปลี่ยนใจไปแล้วก็ได้

แจงเงื่อนไขท้องถิ่นช่วยหาเสียง

วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่เอกสารข่าวตอบข้อหารือแนวทางปฏิบัติการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2566 กรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นสอบถามแนวทางปฏิบัติการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2566 ใน 2 ประเด็นคือ 1.ผู้บริหารท้องถิ่นถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐตามมาตรา 78 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ห้ามใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ สำนักงาน กกต.เห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดหลักเกณฑ์เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐไว้คือ 1.ได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งตามกฎหมาย 2.มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการตามกฎหมายและงานประจำ 3.อยู่ในบังคับบัญชาของรัฐ 4.มีเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทนตามกฎหมาย หากบุคคลตามข้อหารือเข้าหลักเกณฑ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ อาจเป็นเจ้าหน้าที่รัฐตามมาตรา 78 2.ผู้บริหารท้องถิ่นช่วยเหลือผู้สมัครหาเสียงเสือกตั้งโดยส่วนตัว ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ เช่น ไม่ใช้เวลาราชการ ไม่ใช้ทรัพยากรรัฐได้หรือไม่ สำนักงาน กกต.เห็นว่า สามารถช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งเป็นการส่วนตัว นอกเหนือเวลาราชการได้ แต่ต้องระวังมิให้ขัด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องเฉพาะตำแหน่งดังกล่าว

“จุรินทร์” เคลิ้มโพลชมทำงานเข้าตา

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีซุปเปอร์โพลระบุประชาชนพอใจผลงานนายจุรินทร์ในการเจรจาการค้าช่วงการประชุมเอเปกว่า ช่วยให้มีกำลังใจทำงานมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่ตนทำ ประชาชนเฝ้าดูและรับทราบ ความสำเร็จของเอเปกไม่ได้อยู่ที่ตนคนเดียว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีบทบาทสำคัญ ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้อง มั่นใจว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2565 ตัวเลขยังเป็นบวกยิ่งได้การท่องเที่ยวมาเสริมจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนต่อได้

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีซุปเปอร์โพลระบุประชาชนส่วนใหญ่พอใจการทำหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์และนายจุรินทร์ในการประชุมเอเปกนั้น แสดงว่าบทบาทนายกฯในการประชุมระดับโลกได้รับการยอมรับจากคนไทย ส่วนนายจุรินทร์ทำหน้าที่เจรจาการค้า ทำให้คนไทยได้ประโยชน์ แสดงให้เห็นว่า นายจุรินทร์เหมาะสมเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ชทพ.ระดมกึ๋นทำนโยบายหาเสียง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ เวลา 14.00 น. จะประชุมพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อเวิร์กช็อป ส.ส. กรรมการบริหารพรรค จัดทำนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ระดมความเห็นสมาชิกพรรคไปประกอบนโยบายหาเสียง การเมืองหลังเอเปกจะมีความชัดเจนมากขึ้น เหลือเวลาโค้งสุดท้าย 3 เดือน ก่อนรัฐสภาหมดวาระ ทุกฝ่ายคงเตรียมตัวกันตามวัฏจักรการเมือง ได้กำชับลูกพรรคระมัดระวังกฎระเบียบกติกา กกต. ให้ทุกคนเฝ้าพื้นที่ทำงานกับประชาชนอย่างใกล้ชิด ส่วนที่หลายฝ่ายจับตาท่าทีทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น ไม่แปลกที่สังคมจะจับตาดู เพราะทั้งสองคนมีบทบาท กลไกสำคัญของการเมืองเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้บางคนบอกมีปัญหากัน บางคนบอกตบตา สับขาหลอก สิ่งดีที่สุดคือ เตรียมตัวเองให้พร้อมที่สุด พรรคชาติไทยพัฒนาพร้อมแล้วเกินครึ่ง พร้อมเข้าโหมดเลือกตั้งเต็มที่

ส่ง “ชัช” ขึ้นหิ้งพลังท้องถิ่นไท

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่โรงแรมเดอะรอยัล ริเวอร์ พรรคพลังท้องถิ่นไท จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ครั้งที่ 2 เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แทนชุดเดิมที่หมดวาระลง มีนายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมมีมติแต่งตั้งนายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ส่วนนายชัชวาลล์ขึ้นเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค และรองหัวหน้าพรรค 4 คน ได้แก่นายนิพนธ์ ชื่นตา นายประนอม โพธิ์คำ นายประสพโชค นิ่มเรือง นายปิยิน ตลับนาคา มีนายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ เป็นเลขาธิการพรรค พร้อมเปิดตัวทีมงานคนรุ่นใหม่

โอ่เที่ยวหน้าได้ ส.ส.เกิน 25 คน

นายชัชวาลล์ คงอุดม ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวถึงความพร้อมพรรคพลังท้องถิ่นไทในการเลือกตั้งว่า ขณะนี้การวางตัวผู้สมัคร ส.ส.คืบหน้าพอสมควร แต่ยังรอความชัดเจนกติกาเลือกตั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. หากให้ใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หาร 500 พร้อมส่งเต็มที่ แต่หากใช้สูตรหาร 100 อาจต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง ตั้งเป้า ส.ส.หวังได้ 25 ที่นั่งเข้าสภาฯส่วนการปรับโครงสร้างพรรคจะให้คนรุ่นใหม่มาช่วยคิดและทำงานร่วมกัน ส่วนความชัดเจนในการร่วมงานการเมืองกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น ในงานวันเกิดตน วันที่ 12 พ.ย. นายพีระพันธุ์มาร่วมงานและอวยพรตน หากมีประเด็นอะไรก็พร้อมร่วมมือ ส่วนข้อเรียกร้องให้ยุบสภาหลังประชุมเอเปกนั้น มองว่ายังไม่มีประเด็นใดนำไปสู่การยุบสภา กรณีความบาดหมางระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น คนที่ร่วมรบกันมาแยกกันไม่ได้ อาจมีคนข้างกายที่ทำให้หงุดหงิดกัน เชื่อว่าเดี๋ยวก็หาย

พท.จ่อเปิดตัว “อ๋อม สกาวใจ” ลง ส.ส.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ในวันที่ 22 พ.ย. พรรคเพื่อไทยเตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เพิ่มเติมอีก 8-9 เขต มีทั้งผู้สมัครที่ย้ายมาจากพรรคการเมืองอื่น เช่น นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล จะมาลงสมัครเขตทวีวัฒนา ตลิ่งชัน รวมถึงการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ที่มีการปรับเปลี่ยนภายในพรรค อาทิ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล เดิมถูกวางให้ลงเขตจตุจักร และนายพชร ธรรมมล หรือ “ฟลุ๊กเดอะสตาร์” ที่ถูกวางสมัครเขตราชเทวี จะถูกขยับไปลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อความเหมาะสมด้านพื้นที่ นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัว น.ส.สกาวใจ พูนสวัสดิ์ หรืออ๋อม ดาราสาวชื่อดัง ที่เป็นหนึ่งในดาราประกาศตัวยืนอยู่ฝั่งประชาธิปไตย และมีความสนใจทางการเมือง ถูกพรรคเพื่อไทยทาบทามให้มาเล่นการเมือง จะลงรับเลือกตั้ง ส.ส.เขตสะพานสูง ที่พรรคเพื่อไทยยังไม่มีผู้สมัครในเขตนี้ แต่กรณี น.ส.สกาวใจจะยังไม่เดินทางมาเปิดตัวในวันที่ 22 พ.ย.นี้ โดยจะเปิดตัวพร้อมผู้สมัครคนอื่นๆในลอตสุดท้ายในเขตที่ผู้สมัครยังไม่ลงตัว เช่น เขตสายไหม เขตดินแดง ที่มีแนวโน้มสูงที่ ส.ส.เพื่อไทยทั้งสองเขตนี้ จะย้ายไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งสมัยหน้า

ส.ว.หนุนทำประชามติแก้ รธน.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอต่อ ครม.ดำเนินการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับความเห็นประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอ โดย ส.ว.ส่วนใหญ่อภิปรายเห็นด้วยกับการทำประชามติการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อลดแรงกดดันและความขัดแย้งทางการเมือง แต่เห็นต่างเรื่องช่วงเวลาทำประชามติที่แตกต่างกันออกไป อาทิ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญทุกฉบับไม่มีฉบับใดดี 100% แต่เพื่อลดความขัดแย้ง ควรแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่เห็นด้วยให้ทำประชามติวันเดียวกับการเลือกตั้ง เพราะมีผลเสียมากกว่าผลดี ประชาชนอาจสับสน เป็นข้ออ้างบางพรรคใช้หาเสียงเพื่อผลประโยชน์พรรคการเมือง การทำประชามติควรทำหลังเลือกตั้ง ให้รัฐบาลชุดต่อไปมีหน้าที่แก้ไข เมื่อแก้รัฐธรรมนูญเสร็จ คาดว่าใช้เวลา 2 ปีก็ยุบสภา จัดเลือกตั้งใหม่ การอ้างเหตุทำประชามติวันเดียวกับการเลือกตั้งเพื่อประหยัดงบประมาณนั้น ไม่น่าใช่ การทำประชามติเป็นการลงทุนในระบอบประชาธิปไตย เสียเงินเท่าใดถือว่าคุ้มค่า ถ้าเกิดประโยชน์ต่อบ้านเมือง

แบะท่าต่อรองประเด็นแก้ไข

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้จะหมดวาระเดือน มี.ค.2566 แม้ ส.ว.จะมีมติเห็นชอบวันนี้ ก็ไม่ทันต่อการตัดสินใจของ ครม. ต่อให้มีรัฐบาลรักษาการคงไม่มีใครเอาเรื่องใหญ่มาตัดสินใจดำเนินการ แต่ถ้า ส.ว.คัดค้านประวิงเวลาจะยิ่งไปกันใหญ่ ส.ว.จะกลายเป็นจำเลยสังคม ส.ว.ชุดนี้หมดวาระเดือน พ.ค.2567 เหลือเวลาปีครึ่ง ถ้านับหลังเลือกตั้ง ส.ส.เดือน พ.ค.2566 จะเหลือเพียง 1 ปี ถ้าไม่ร่วมมือกัน ไม่มีทางแก้เสร็จทันสมัย ส.ว.ชุดนี้ ส.ว.ชุดนี้ยังมีสิทธิโหวตนายกฯใน 1 ปี ทำให้การแก้รัฐธรรมนูญอยู่มือ ส.ว. จะมีอำนาจต่อรองเสนอประเด็นต่างๆที่ต้องการ ต้องยอมรับว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ในที่สุดต้องถูกแก้แน่นอน เพราะดูจากเสียง ส.ส.แล้ว ตั้งธงแก้ทั้งฉบับชัดเจน เพียงแต่จะแก้ในยุค ส.ว.ชุดนี้ หรือ ส.ว.ชุดหน้า หากปี 2567 หมด ส.ว.ชุดนี้ เราก็จะได้แต่นั่งตาปริบๆ เพราะยังไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญจะด้วยเหตุผลใด หรือดึงเกม จึงไม่ควรคัดค้านการแก้ไข ควรเร่งให้เกิดการแก้ไข

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ควรแก้ไข หลายเรื่องต้องทำใหม่ เช่น ประเด็นวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ทำให้เกิดวิกฤติความเป็นผู้นำประเทศ ไม่ได้พูดถึงนายกฯปัจจุบัน แต่ถ้ารัฐธรรมนูญเขียนไว้เช่นนี้ หากบ้านเมืองไปเจอคนดี มีความรู้ความสามารถสร้างความเจริญให้ประเทศ จะถูกจำกัดด้วยเวลา 8 ปี ถ้ามีคนดี 8 ปีไม่จำเป็น

ตั้ง กมธ.ศึกษาเพิ่มยื้อประชามติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการอภิปรายของ ส.ว.ผ่านไปร่วม 3 ชั่วโมง นายสมชาย แสวงการ ส.ว.เสนอญัตติให้ที่ประชุมวุฒิสภาตั้งคณะ กมธ.สามัญพิจารณากรณีสภาผู้แทนราษฎรขอให้ ครม.ทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ ส.ว.ไปศึกษารายละเอียด นำมาเป็นข้อมูลพิจารณาจะเห็นด้วยกับญัตติที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอมาหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องสำคัญต่อประเทศ แต่มี ส.ว.บางส่วนอาทิ นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ส.ว. คัดค้านญัตติการตั้ง กมธ.ศึกษาฯ โดยระบุว่า เชื่อว่าทุกคนรู้อะไรทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว ไม่เห็นเหตุผลต้องไปตั้ง กมธ.มาศึกษาอีกคือ การยื้อรัฐธรรมนูญ ยื้อประชามติ ไปยื้อทำไม รัฐธรรมนูญ 279 มาตรา ไม่ต้องไปศึกษาให้เสียเวลาเปล่าๆ

จากนั้นเวลา 12.30 น. พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.ศึกษาฯหรือไม่ ปรากฏว่าที่ประชุมวุฒิสภาเห็นชอบญัตติให้ตั้ง กมธ.ศึกษา ด้วยคะแนน 151 ต่อ 26 คะแนน งดออกเสียง 15 เสียง ให้ตั้ง กมธ. 26 คน ใช้เวลาพิจารณา 30 วัน

นักวิจัยหนุนเดินหน้า ก.ม.กัญชา

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ นนทนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย นำรายชื่อประชาชน 5,000 ชื่อ ที่สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง และประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) มอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข โดยนายอนุทินกล่าวว่า รายชื่อผู้สนับสนุนทำให้เห็นว่า กัญชามีประโยชน์ ถ้าใช้ทางการแพทย์ สุขภาพ และส่งเสริมเศรษฐกิจ เมื่อถามว่า แสดงว่า ไม่มีหน่วยงานไหนขวางไม่ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า มันเป็นขั้นตอนกฎหมาย รัฐมนตรีที่รับผิดชอบลงนามประกาศแล้วก็ถือว่า ได้ใช้อำนาจไปเรียบร้อยแล้ว

ยัดกัญชากลับเป็นยาเสพติดไม่ได้

เมื่อถามว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สามารถดึงกัญชากลับมาเป็นยาเสพติดได้หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า กรรมการ ป.ป.ส.ที่นายกฯ มอบให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นประธานชุดนี้ ประกาศให้กัญชาไม่เป็นยาเสพติด จะไปถ่มน้ำลายรดฟ้าได้อย่างไร เรื่องนี้ไม่ต้องคุยกับนายวิษณุ เพราะเป็นนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล ไม่ได้ส่งเสริมสันทนาการ ถ้าใครกังวลอ้างห่วงใยเยาวชน ขอให้สนับสนุน พ.ร.บ. กัญชา กัญชง ให้เรียบร้อยแล้วจะเพิ่มเติมตัดต่อเสนอแนะในสภาทำได้หมด ถ้าเป็นห่วงก็ออกกฎหมาย ไม่มีทางเลือกอื่น ส่วนกระแสข่าว ป.ป.ส.จะประชุมทบทวนให้กัญชากลับมาเป็นยาเสพติดในวันที่ 22 พ.ย.นั้น ไม่เป็นความจริง ทำไม่ได้ ที่ประชุมจะหยิบยกประกาศสาธารณสุขมาหารือว่า มีอะไรที่ ครม.สงสัย ขอให้อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกชี้แจง ป.ป.ส.ไม่มีอำนาจยับยั้งประกาศได้ แค่ได้รับฟังเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น

เยาวชนจี้ รบ.โละประกาศกัญชาเสรี

ต่อมาเวลา 14.15 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มเครือข่ายเยาวชน “ไม่นะกัญชาและยาเสพติด” (YNAC) นำโดยนายยศกร ขุนภักดี ผู้ประสาน YNAC ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายรัฐบาล ผ่านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ยกเลิกประกาศสาธารณสุขฉบับปลดกัญชาเสรี เพื่อให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 นายยศกรกล่าวว่า ขอให้พิจารณานำกัญชากลับเป็นยาเสพติดตามเดิม และใช้ทางการแพทย์เท่านั้น เพื่อปิดสุญญากาศจนกว่าจะมีกฎหมายที่ดีออกมาใช้อย่างรัดกุม

“ชัชชาติ” ยันเป็นกลางไม่อยู่ฝ่ายใด

ที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงการเปิดพื้นที่ลานคนเมืองให้กลุ่มชุมนุมช่วงการประชุมเอเปกว่า กทม.หารือกับฝ่ายความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เห็นด้วยอนุญาตให้ใช้ลานคนเมืองเป็น 1 ใน 7 ที่ชุมนุมสาธารณะ หลังจากเข้ารับตำแหน่ง 1 เดือน มีคนขอใช้ทั้งหมด 36 ครั้ง 14 ครั้งเป็นการเมือง อีก 22 ครั้งเป็นเรื่องทั่วไป การเปิดพื้นที่ทำให้ลดความขัดแย้งบนท้องถนน รวมถึงปัญหาต่างๆได้ชัดเจน สิ่งที่ทำได้คิดอย่างละเอียดแล้ว อาจจะมีปัญหากรณีผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวจากพื้นที่แล้วปะทะกับตำรวจ เป็นสิ่งไม่อยากให้เกิด เป็นบทเรียนที่ต้องพัฒนา ปัญหาคือคนออกจากพื้นที่ไปยื่นหนังสือ อนาคตอาจจัดให้ 2 ฝ่ายมาเจอกัน เช่น หากมีการประชุมที่มีตัวแทนจากต่างประเทศมา ก็เชิญมาเจอที่ลานคนเมือง หรือจัดตัวแทนผู้ชุมนุมไปยื่นข้อเสนอให้คนที่อยากเจอ เพื่อลดความขัดแย้งและการเคลื่อนไหว ยืนยันดูแลทุกคนเท่าเทียม อย่าไปโยงประเด็นการเมือง มองผู้ชุมนุมเป็นคนของ กทม. ตนทำงานด้วยความเป็นกลาง ไม่ทะเยอทะยานทางการเมือง เป็นอิสระ ทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของกรุงเทพฯ แม้มีกระทบกระทั่งกัน แต่ไม่ได้บานปลายกระทบกระเทือนการประชุมเอเปก ขอย้ำไม่ได้สนับสนุนการชุมนุม ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ผู้ชุมนุมผู้ที่ถูกจับเป็นเรื่องของตำรวจ กทม.มีข้อมูลกล้องซีซีทีวี แต่ไม่ได้มีใครร้องขอมา

ร้องสภาฯ สอบคนสั่งสลายม็อบ

ที่รัฐสภา นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน นายบารมี ชัยรัตน์ แกนนำกลุ่มสมัชชาคนจน และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ตัวแทนกลุ่มราษฎร ยื่นเรื่องให้นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. กทม.พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมกลุ่มราษฎรหยุดเอเปก 2022 ที่ถนนดินสอ เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2565 นายบารมีกล่าวว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมด ตั้งแต่ ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ผบช.น. นายกรัฐมนตรี มาชี้แจงต่อ กมธ. ขณะที่นายณัฐชา กล่าวว่า วันที่ 24 พ.ย. กมธ.จะนำเรื่องบรรจุเข้าวาระประชุม เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสอบถาม จะมีสื่อมวลชนที่บาดเจ็บมาส่งมอบพยานหลักฐานด้วย

คุณกำลังดู: "บิ๊กตู่" บอกแยกทาง "บิ๊กป้อม" ไปรวมไทยสร้างชาติ “สุชาติ” ขน 12 ส.ส.ตาม

หมวดหมู่: การเมือง

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/politic/2558913

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด