แบมแบม GOT7 อยากทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก เผยสิ่งที่เรียนรู้จากศิลปิน K-POP (คลิป)

แบมแบม GOT7 เผยถึงการทำงานใหม่ๆ ทั้งในวงการเพลง ไปจนถึงวงการกีฬา พร้อมทั้งเล่าถึงความฝัน อยากทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก รวมถึงสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จต่อเนื่อง การเรียนรู้ชีวิตศิลปิน K-POP

แบมแบม GOT7 อยากทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก เผยสิ่งที่เรียนรู้จากศิลปิน K-POP (คลิป)
  • ศิลปินคนแรกจาก K-POP กับการร้องเพลงโชว์พักครึ่งบาสเกตบอล NBA
  • ฟีดแบ็กการเป็นศิลปินเดี่ยวสิ่งสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง
  • สิ่งที่ได้เรียนรู้จากชีวิตศิลปิน K-POP ฝันอยากทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก

เดบิวต์ในฐานะศิลปิน K-POP มานานกว่า 8 ปีแล้ว สำหรับ แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล สมาชิกวงไอดอลชื่อดัง GOT7 ซึ่งตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เหล่าอากาเซ หรือแฟนคลับ GOT7 จะเห็นหนุ่มคนนี้ในบทบาทการทำงานหลากหลายรูปแบบ ทั้งผลงานในวงการเพลง รวมไปถึงวงการแฟชั่น โฆษณา นิตยสาร ยูทูบ บิวตี้

และล่าสุดคือวงการกีฬา กับการเป็น Global Ambassador ของทีมบาสเกตบอล NBA ชื่อดังระดับโลกอย่าง Golden State Warriorsและเพิ่งเดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตช่วงพักครึ่งของการแข่งขันบาสเกตบอล NBA มาแล้ว

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ได้มีโอกาสพูดคุยกับแบมแบม เราได้มีโอกาสถามถึงการทำงานครั้งใหม่ของเขากับวงการกีฬา รวมไปถึงการเป็นศิลปินเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตของเขา สิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการเรียนรู้ชีวิตการเป็นศิลปิน K-POP ความฝันสูงสุดที่เขาอยากทำ ไปจนถึงความชื่นชอบในเทคโนโลยี การลงทุน รวมไปถึงสิ่งที่อินเป็นพิเศษในช่วงนี้

ร้องเพลงโชว์พักครึ่งบาสเกตบอล NBA

อย่างที่ทราบกันว่าก่อนหน้าที่จะมาเมืองไทยในรอบนี้ แบมแบมได้มีโอกาสไปแสดงโชว์ร้องเพลง “Wheels Up” เพลงใหม่ที่เจ้าตัวมีโอกาสไปร่วมงานกับศิลปินดังอย่าง MAYZIN โดยเป็นการแสดงช่วงพักครึ่งของการแข่งขันบาสเกตบอล NBA ที่เป็นการพบกันระหว่างทีม Golden State WarriorsกับLos Angeles Lakersที่สนามChase Center เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อ 7 เม.ย. 2565

ซึ่งการปรากฏตัวครั้งนี้ของแบมแบม คือการไปในฐานะโกลบอลแอมบาสเดอร์ของทีมบาสเกตบอล NBA อย่าง “Golden State Warriors” แห่งซานฟรานซิสโก ถือเป็นคนไทยคนแรก และศิลปิน K-POP คนแรกที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับทีมบาสเกตบอลชื่อดังระดับโลก ต้องบอกว่าปังอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากมีผลงานในวงการเพลงแล้ว แบมแบมยังไปร่วมงานกับอีกหลายวงการ และวงการกีฬาก็คืองานล่าสุดของเขา

เราถามถึงการร่วมงานครั้งนี้ของแบมแบม เจ้าตัวเล่าว่า “ก็ตื่นเต้นครับ กดดันนิดนึงครับผม (หัวเราะ) พอดีตรงนั้นไม่ได้มีแฟนคลับ K-POP เยอะ จะเป็นแฟนคลับของคนเล่นบาสซะส่วนใหญ่ แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ผลตอบรับก็ดีกว่าที่ผมคิด ถามว่าเตรียมตัวนานมั้ย ก็อาทิตย์กว่าๆ ครับ (ยิ้ม) ไม่ได้นานมากครับ

ก็ไปร้องเพลง “Wheels Up” ทางทีมเขาส่งมาให้ เป็นเพลงประจำของทีมเขาครับ ตอนนั้นเพลงยังไม่ได้ปล่อย เป็นแค่โชว์ให้เขาดูก่อน ฟีดแบ็กก็ดีนะ เหมือนได้ฐานแฟนคลับใหม่ด้วยครับ มีคนรู้จักมากขึ้นครับ ตอนที่เสร็จเกมแล้วเดินออก คนที่เขาไม่ได้เป็นแฟนคลับก็บอกว่าโชว์ดีนะ สนุก เป็น half-time ที่ผมว่าหลายคนชอบและรู้สึกแปลกใหม่ดีครับผม”

กลับมาเมืองไทย

การกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ นอกจากจะพบปะแฟนๆ ในงาน “BamBam The 2nd PREMIUM LIVE “B” IN THAILAND”ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 15-17 เม.ย. 2565 ที่ผ่านมา ณ ไบเทคบางนา แบมแบมยังไปร่วมงานต่างๆ อีกหลายที่ ซึ่งแบมแบมพูดถึงการกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ว่า

“กลับมาก็ทำงานครับผม แต่ที่ไทยก็จะชินๆ หน่อย ไม่ได้กดดัน หรือเกร็งอะไรมาก เมื่อวันก่อนก็มีงานเปิดอันนึง ที่เหลือก็เป็นงานปิดหมดครับผม ก็ชิลๆ ครับ”

แต่นอกเหนือจากการทำงาน เขาก็มีโอกาสได้มาทานอาหารที่อยากทาน อีกทั้งยังมีโอกาสไปโรงเรียนสายอักษร ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เจ้าตัวเคยเรียนสมัยประถมด้วย “ก็มีโอกาสไปเดินตลาดนัด ก็อยากไปกินกุ้งถังเลยแวะตลาดนิดนึง เมื่อกี้ถ่ายอยู่ข้างหน้าโรงเรียนผมตอนประถมครับ แวะดูแล้วก็คิดถึงวันเก่าๆ (หัวเราะ)

ถามว่ามีแพลนที่อยากจะทำอะไรเพิ่มเติม ตอนนี้ยังอยากไปเดินตลาดอีกรอบนึงครับผม ตอนนั้นไปดึกนิดนึง ร้านเขาก็ปิดด้วย ไม่ได้มีอะไรให้กินเยอะครับผม ก็อาจจะลองไปดูอีกตลาดนึงครับ ก็แฮปปี้กับการมาเมืองไทยครั้งนี้ครับ ใส่รองเท้าแตะเดินตลาดดีที่สุดครับ” ก่อนจะยกนิ้วโป้งและหัวเราะอารมณ์ดี

ฟีดแบ็กศิลปินเดี่ยว

อีกหนึ่งความท้าทายในเส้นทางวงการเพลงของแบมแบมคือการเป็นศิลปินเดี่ยว เพราะที่ผ่านมาแบมแบมเป็นศิลปิน K-POP ที่มีผลงานในนาม GOT7 ร่วมกับเพื่อนสมาชิกในวงอีก 6 คน แต่ครั้งนี้คือการทำซิงเกิลเดี่ยวครั้งแรกของเขา เมื่อถามว่าฟีดแบ็กเป็นอย่างไร เขาเล่าว่า “เอาจริงๆ ก็ดีกว่าที่ผมคิดเอาไว้นะครับ ตอนแรกผมไม่ค่อยมั่นใจเรื่องของการออกเพลงเดี่ยว อัลบั้มเดี่ยว ตอนนี้ผมว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีครับ ฟีดแบ็ก การขายอัลบั้ม หรือยอดวิวในยูทูบออกมาดีกว่าที่คิดไว้เยอะ ก็ดีครับ (หัวเราะ)”

สำหรับมินิอัลบั้มแรก “riBBon” (ริบบอน) ผลงานชิ้นแรกภายใต้สังกัดใหม่ ABYSS Company ที่ถูกปล่อยมาเมื่อ 15 มิ.ย. 2564 ที่ผ่านมา ก็มีกระแสตอบรับที่ดี เพราะนอกจากมิวสิกวิดีโอมียอดวิวพุ่งกว่า 10 ล้านวิว ภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง มินิอัลบั้มยังขึ้นอันดับ 1 บน iTunes Top Albums charts กว่า 34 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย และเพลง “riBBon” ขึ้นอันดับ 1 บนiTunes Top songs charts กว่า 29 ประเทศอีกด้วย

แบมแบมพูดถึงฟีดแบ็กการทำงานเพลงเดี่ยวครั้งแรกไว้ว่า “ตื่นเต้นครับ เหมือนเดบิวต์ใหม่อีกรอบนึงเลยครับ ด้วยสภาพแวดล้อม เปลี่ยนค่ายด้วย คนที่ทำงานทุกคนก็เปลี่ยนไปหมด ไม่ว่าจะเป็นทีมแดนเซอร์ หรือพี่ๆ ที่อยู่ในบริษัท ABYSS ตอนแรกก็เกร็งๆ นิดนึง ตอนนี้ก็โอเคแล้วครับ ไม่ได้เกร็งอะไรมาก ก็เริ่มสนิทกับทุกคนมากขึ้น ทำงานก็รวดเร็วครับ ทุกอย่างก็ดี เขาก็เคารพในความคิดของผม หรือไอเดียที่ผมนำมาให้ครับ”

ในส่วนมินิอัลบั้มที่ 2 “B” อัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 2 ของแบมแบม ที่ถูกปล่อยเมื่อ 18 ม.ค. 2565 ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเช่นกัน โดยขึ้นอันดับ 1 ของ iTunes ภายในเวลาไม่กี่ ชม. ติดชาร์ต Worldwide iTunes Album Chart และ European iTunes Album Chart ซึ่งเพลง Slow Mo ที่ได้นักร้องหนุ่มชาวอเมริกัน Pink Sweat$ เขียนเนื้อร้อง ทำนอง และโปรดิวซ์เพลงนี้ มียอดวิว 1 ล้านวิว ภายในเวลา 5 ชม. และจนถึงตอนนี้มียอดวิวพุ่งกว่า 50 ล้านวิว

ซึ่งนักร้องหนุ่มพูดถึงการทำงานเพลง Slow Mo ว่า “ผมว่าเพลงนี้ก็เป็นอีกแนวนึงที่ไม่เคยทำมาก่อนครับ ส่วนใหญ่จะทำเพลงที่สามารถเต้นได้ เพอร์ฟอร์มได้ หรือเป็นเพลงที่มีความสตรองหน่อย แต่เพลงนี้จะซอฟต์ๆ เป็นเพลงเอาไว้ฟังซะส่วนใหญ่ ไม่ได้เป็นเพลงที่เอามาใช้เพอร์ฟอร์มเป็นหลัก ผมว่าหลายๆ คนก็ได้เห็นลุคใหม่ๆ นะครับ เขาไม่ค่อยได้เห็นผมร้องเพลงสไตล์นี้มาก่อนครับ ก็ดีครับ รู้สึกดีครับ (หัวเราะ)

ฟีดแบ็กก็แฮปปี้นะครับ จริงๆ โซโล่แรกมันอาจจะแบบ...ทุกคนตื่นเต้น แปลกใหม่ ก็เข้ามาดูกันครับผม แต่พอออกอันที่ 2 ก็ยังได้วิวกับยอดขายเหมือนเดิม ที่จริงผมก็รู้สึกดีนะครับ ไม่ได้เป็นเพราะเราเพิ่งออกโซโล่ หลายๆ คนให้ความสนใจ มันไม่ใช่อันนั้นครับผม คือหลายๆ คนชอบเพลงที่ผมนำมาให้ฟัง หรือชอบดนตรีที่ผมทำออกมาครับ”

ความสำเร็จต่อเนื่อง

จากแรกเริ่มที่แบมแบมก้าวเข้าสู่วงการ K-POP ด้วยการเดบิวต์ในฐานะศิลปินวงไอดอล GOT7 เมื่อปี 2557 มีผลงานเพลงดังมากมาย ก่อนจะได้รับโอกาสดีๆ ร่วมงานกับหลากหลายวงการ ทั้งวงการแฟชั่น วงการโฆษณา วงการยูทูบ วงการนิตยสาร วงการกีฬา ฯลฯ รวมถึงการคว้ารางวัลจากเวทีต่างๆ เป็นศิลปินไอดอลที่ยังคงความฮอตต่อเนื่อง

เมื่อถามแบมแบมว่า คิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง แบมแบมนิ่งคิดสักพักก่อนตอบว่า “ผมว่าหนึ่งน่าจะเป็นความเป็นตัวของตัวเองครับ ถ้าทุกคนที่รู้จักผมก็จะรู้ว่าผมบ้าๆ บอๆ นิดนึงครับผม (หัวเราะ) ผมเป็นคนที่อิสระหน่อย อะไรก็ได้ครับ ไม่จำเป็นต้องแบบ...ตอนนี้เดบิวต์แล้วไปตลาดไม่ได้ มันไม่ใช่อย่างนั้น จริงๆ ผมก็ชอบอะไรที่ติดดิน ผมว่าอันนั้นน่าจะเป็นเสน่ห์ของผมที่หลายๆ คนน่าจะชอบจากตัวผมครับ

อีกอันนึงก็คือพยายามนำสิ่งใหม่ๆ ให้ทุกคนได้ดูเรื่อยๆ ครับ ไม่ได้แบบว่าเราทำอันนี้ ถนัดอันนี้ แล้วทำต่อไปเรื่อยๆ ผมว่าต้องกล้าลองสิ่งใหม่ๆ ครับ ส่วนอนาคตอยากทำเพลงแนวไหนเป็นพิเศษ จริงๆ ทำไปเรียบร้อยแล้วครับ แต่ว่ายังไม่ได้ปล่อยออกมา ก็รอดูครับ ถามว่าภายในปีนี้มั้ย ไม่รู้ครับ ไม่บอก (หัวเราะ)”

ชีวิตศิลปิน K-POP

เราถามต่อถึงการเรียนรู้การเป็นศิลปิน K-POP ว่าได้รับประสบการณ์อะไรบ้าง สิ่งที่ได้จากการเป็นศิลปินคืออะไร นักร้องหนุ่มนิ่งคิดก่อนตอบว่า “ก็หลายอย่าง สิ่งแรกก็คือรู้สึกพอเพียง คือไม่ใช่แบบว่าเราเห็นของคนอื่นแล้วเราอยากได้อย่างนั้นบ้าง มันต้องไม่มีความคิดตรงนั้น เรามีของเราตรงนี้แล้ว เราก็ต้องแฮปปี้กับสิ่งที่เรามีอยู่ในตอนนี้ครับ

แน่นอนว่าอยากขึ้นไปสูงกว่านี้ แต่ว่าที่จริงมีแค่นี้ผมก็แฮปปี้แล้วครับ เรียนรู้ความพอเพียงครับ อีกอันนึงก็คือเรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ทุกอย่าง แค่วันนี้ได้วันพักมาวันนึง ได้อยู่บ้านกินข้าว แค่นั้นก็แฮปปี้แล้วครับ ผมว่าเป็นสิ่งเล็กๆ ที่หลายคนอาจจะมองข้าม แต่ว่าจริงๆ แล้วพอเราไม่ได้มีตรงนี้ทุกวัน มันก็เป็นความสุขเล็กๆ อันนึงซึ่งผมมองข้ามมาตลอด และเพิ่งมารู้สึกว่าสิ่งพวกนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วครับ”

กับคำถามว่า วัยรุ่นชื่นชอบแบมแบมเยอะมาก อยากบอกอะไรกับคนที่อยากเป็นศิลปินอย่างเขา นักร้องดังตอบว่า “ผมว่าจริงๆ วัยรุ่นยังมีเวลาเยอะครับ สมมติถ้าฝันเกี่ยวกับด้านนี้จริงๆ อยากให้ลองดูครับ ถ้าเกิดลองแล้วไม่ชอบเนี่ย จริงๆ ก็ยังมีเวลาที่จะไปลองทำอย่างอื่นได้ ผมก็อยากให้ลองหลายๆ อย่าง หาสิ่งที่เข้ากับตัวเองให้ได้มากที่สุดครับผม อย่าท้อ อย่ายอมแพ้ แค่นี้น่าจะโอเคแล้วครับผม จะลองถูกลองผิดก็ลองไปก่อน ดีกว่ากลัวแล้วอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลยครับ”

พอถามถึงความฝันสูงสุดในชีวิตการทำงาน แบมแบมนิ่งคิดแวบหนึ่งและบอกว่า “โอ้...ผมไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันครับ คือมันจะมีความฝันแต่ละอันในช่วงนั้น ถ้าเกิดเราทำมันได้ มันก็จะมีอันใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งสูงสุดนี่ก็พูดยากนะครับผม ผมก็อยากทำอย่างนี้ต่ออีกหลายปีครับ

แต่ถ้าพูดถึงความฝันในตอนนี้ ก็ถ้าเกิดโควิดทุกอย่างดีขึ้นก็อยากจะลองเวิลด์ทัวร์แบบโซโล่ครั้งแรก ถามว่าที่แรกจะมาเมืองไทยมั้ย ถ้าเป็นอย่างนั้นน่าจะเป็นที่แรก หรือที่สุดท้ายครับผม ถ้าเกิดจะปิด ปิดที่บ้านเกิดน่าจะดีกว่านะครับ แฮปปี้เอนดิ้ง (หัวเราะ) ถามว่าราชมังคลาฯ มั้ย ก็... (หัวเราะ) ก็รอดูกันครับผม”

เทคโนโลยี เอนเตอร์เทนเมนต์ POPCOIN และ K-POP

อย่างที่รู้กันดีว่าปัจจุบันโลกเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ มากมาย รวมไปถึงความบันเทิงต่างๆ เมื่อเราถามแบมแบมว่า เป็นศิลปินฝึกหัด อยู่ในวงการมาตั้งแต่อายุ 13-14 ปี คิดว่าโลกเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงโลกเอนเตอร์เทนเมนต์และวงการ K-POP อย่างไรบ้างในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แบมแบมบอกว่า “ก็เยอะนะครับ อาจจะพวก Metaverse มันเป็นเทคโนโลยีที่ผมเคยดูในโดเรมอนมาก่อนแล้ว แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นจริงแล้ว ก็มีหลายๆ อย่าง

ตอนที่ผมไปเกาหลีครั้งแรกจนถึงตอนนี้ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเยอะ ตอนนั้นเรายังไม่มีไอโฟนใช้กันเลยครับ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ตอนนี้เทคโนโลยีมันเริ่มเข้ามาถึงวงการบันเทิง หรือเอนเตอร์เทนเมนต์หลายๆ อย่าง จริงๆ ผมยังรู้สึกใหม่กับพวกนี้เหมือนกัน อาจจะมีบางส่วนที่ยังเข้าใจไม่ 100% แต่ก็พยายามศึกษาอยู่ครับ”

เราจะเห็นได้ว่าแบมแบมทำอะไรด้วยแพชชั่นตลอด เมื่อได้เห็นอีกหนึ่งบทบาทใหม่ของแบมแบม คือการเดบิวต์เป็น Platform Partner ให้กับ POPCOIN สินทรัพย์ดิจิทัลจาก บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)เราถามว่า ปกติแบมแบมมีแพชชั่น หรือสนใจในด้านการลงทุน เทคโนโลยี Cryptocurrency Digital Token อยู่แล้วหรือเปล่า เจ้าตัวตอบว่า “จริงๆ ก็ใช่นะครับ ผมเป็นคนที่ชอบลองโปรแกรมใหม่ๆ ถ้ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ๆ ผมก็จะสนใจในเรื่องนั้นอยู่แล้ว

อย่างPOPCOIN นี่ ผมว่าเป็นอีกแพลตฟอร์มนึงที่ผมว่าที่ไทย หรือหลายคนอาจยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน จริงๆ ที่เกาหลี หรือต่างประเทศ ก็เริ่มทำกันแล้วครับผม มันเป็นกิจกรรมใหม่ๆ หรืออีกเทคโนโลยีนึงที่หลายๆ คนสามารถแตะต้องได้ครับผม มันอาจจะดูไกลจากที่เราเคยผ่านมา แต่จริงๆ ไม่ได้เป็นอะไรที่ยากเลยที่จะเข้าถึงครับผม ถามว่าPOPCOIN ให้อะไรกับวงการเอนเตอร์เทนเมนต์บ้าง ผมว่ามันน่าจะไปได้มากกว่าแค่อยู่ที่ประเทศไทยนะ ผมว่าเทคโนโลยีแบบนี้มันไปได้ทั่วโลกครับ คนที่อยู่ต่างประเทศเขาอาจเป็นคนไทย และไม่ได้เจอผมบ่อย เขาก็สามารถดูผ่าน POPCOIN ได้”

ถามว่าอยากทำโปรเจกต์อะไรเป็นพิเศษบ้าง แบมแบมบอกว่า อยากทำแฟนอีเวนต์ในออนไลน์ หรือแบบเจอตัวจริงก็ได้ เล่นเกมด้วยกัน หรือเป็นแฟนมีตติ้งแบบ Metaverse ก็น่าสนใจ มีอะไรหลายอย่างที่น่าลองทำ ก็อยากให้ทุกคนได้มาลองประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยกัน

บทส่งท้าย

นอกจากการทำเพลง รวมถึงความสนใจในเทคโนโลยี การลงทุน เราถามว่า เทรนด์อะไรที่แบมแบมอินเป็นพิเศษในเวลานี้ นักร้องหนุ่มนั่งนึกก่อนบอกว่า “เรื่องของกิน (หัวเราะ) คืออยากลองกินอะไรใหม่ๆ รอบนี้กลับไทยมาผมก็อยากลองกินร้านอาหารที่ไม่เคยไปบ้าง อยากลองกินอาหารที่ผมไม่เคยกินเลยก็ได้ครับ ล่าสุดลองกินนั่นไปครับ อะไรนะ (หันไปถามทีมงาน) แมงดาหรือเปล่า ตัวใหญ่ๆ ถามว่าเป็นยังไงบ้าง อืม...ไม่ค่อยอร่อยครับ (หัวเราะ) ไม่รู้สิ มันมีรสเปรี้ยวๆ นิดนึงในตัวมันครับผม เวลาถอดปีกแล้วโอย...มันขนลุกยังไงก็ไม่รู้ครับ

ถามว่าลาบ ส้มตำ ชอบมั้ย แน่นอนครับ อีสานผมชอบอยู่แล้วครับ ถามว่ามีอะไรอยากลองอีกมั้ย อืม...ตอนนี้เหรอครับผม จริงๆ ก็ลองมาเยอะแล้วนะ แต่ยังไม่เคยลองกินปูดองแบบจริงๆ จังๆ ครับ คือจะกินที่แบบร้านเขาขายซีฟู้ดแล้วมีเมนูปูดองด้วย แต่ผมอยากลองไปกินที่เป็นร้านสำหรับปูดองโดยเฉพาะครับผม”

ตารางการทำงานแน่นขนาดนี้ เวลาพักผ่อนก็น้อย ถามว่าดูแลตัวเองยังไง แบมแบมบอกว่า “เอาจริงๆ ผมก็มีความสุขเล็กๆ น้อยๆ ครับผม เวลาทำงานที่ไหนก็หาของอร่อยกิน นอนพักถึงจะน้อยหน่อย แต่ก็พยายามนอนให้เต็มที่ครับ ถ้ามีเวลาว่างๆ ก็อาจจะออกกำลังกายบ้าง พยายามที่จะหาอะไรทำนอกจากที่มันเป็นงานครับ มันจะได้บาลานซ์กันได้ครับ ถามว่าบำรุงอะไรเป็นพิเศษมั้ย ก็ไม่ค่อยมีนะครับ (หัวเราะ) มันก็มีกินวิตามิน 2-3 ตัว และก็ออกกำลังกาย คือมันจะมีเป็นของเกาหลี ก็จะกินอันนั้น มันจะทำให้ความเพลียมันดีขึ้นนิดนึงครับผม”

เราถามเขาว่า กลับมาเมืองไทยครั้งนี้อยากบอกอะไรกับแฟนๆ ชาวไทยที่ติดตามผลงาน และคอยต้อนรับอย่างดีทุกครั้งที่มาเมืองไทยยังไงบ้าง นักร้องสุดฮอตตอบว่า “อยากบอกว่าขอบคุณครับ ผมก็ทำมา 8 ปีแล้ว ผมก็กลัวเขาเบื่อกัน จริงๆ ผมกลับมาก็บ่อยพอสมควร ขอบคุณที่ยังไม่เบื่อ คอยสนับสนุนคนไทยกันเอง บางทีอาจจะทำดีบ้าง อาจจะมีพลาดบ้าง แต่เขาก็คอยเป็นกำลังใจให้ และคอยสนับสนุนตลอดในทุกเรื่องที่ผมทำ ยังไงผมก็จะนำผลงานดีๆ มาตอบแทนทุกคนครับผม”

ปิดท้ายการสนทนา แบมแบมบอกว่า "ฝากถึงแฟนๆ ชาวไทยรัฐออนไลน์ที่ดูอยู่ ก็ขอบคุณที่ชมการสัมภาษณ์ของผม ผมไม่รู้ว่าเร็วๆ นี้ผมจะได้กลับมาเจอทุกคนอีกหรือเปล่า แต่ถ้าเกิดมีโอกาสเดี๋ยวเราเจอกันสักงานนึงในอนาคตครับผม ยังไงก็ขอบคุณสำหรับทุกๆ การซัพพอร์ต ความรัก ขอบคุณมากครับ (ยกมือไหว้) เดี๋ยวเราเจอกันใหม่ครับ”.

ผู้เขียน/ภาพ screenshot : Penguin บินได้
วิดีโอ :Creative Production Team
กราฟิก :Chonticha Pinijrob

คุณกำลังดู: แบมแบม GOT7 อยากทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก เผยสิ่งที่เรียนรู้จากศิลปิน K-POP (คลิป)

หมวดหมู่: ความบันเทิง

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/entertain/news/2386211

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด