5 อันดับบลจ.มีเงินไหลเข้า-ออกสุทธิมากที่สุด ในไตรมาส 1/65

"มอร์นิ่งสตาร์" เผยไตรมาส 1/65 ทิศทางดบ.กดดัน "กองทุนตราสารหนี้" นักลงทุนขายต่อเนื่อง ทำให้มีเงินไหลออกมากสุด 8.7 หมื่นล้าน และ บลจ.ไทยพาณิชย์ เงินไหลออกมากสุด 1.7 หมื่นล้าน มาจากกองทุนตราสารหนี้ถึง 1.1 หมื่นล้าน ด้าน บลจ.เกียรตินาคินภัทร เงินไหลเข้ามากสุด  7.34 พันล้าน

5 อันดับบลจ.มีเงินไหลเข้า-ออกสุทธิมากที่สุด ในไตรมาส 1/65

ภาพรวมอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย (เฉพาะกองทุนเปิด ไม่รวมกองทุนปิด, ETF, REIT, Infrastructure fund) ในช่วง 3 เดือนแรกปีนี้ (เดือนม.ค.-มี.ค. 2565)มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 4.1 ล้านล้านบาท ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่หดตัวลง 4.2% จากสิ้นปี 2564

โดยเป็นการหดตัวลงในทุกประเภทกองทุนยกเว้นกองทุนตราสารตลาดเงิน ในช่วงไตรมาสแรกมีเงินไหลออกสุทธิรวม 8.7 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นเงินไหลออกจากกองทุนตราสารหนี้

5 อันดับบลจ.มีเงินไหลเข้า-ออกสุทธิมากที่สุด ในไตรมาส 1/65

จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงได้ส่งผลลบต่อกองทุนตราสารหนี้ เนื่องจากผู้ลงทุนมีการขายกองทุนต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงไปอยู่ที่ต่ำกว่าระดับ 1.5 ล้านล้านบาท ลดลง 5.7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นประเภทกองทุนที่มีเงินไหลออกสูงสุดในรอบไตรมาสนี้ด้วยมูล่า 8.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินไหลออกจากทั้งกองทุนตราสารหนี้ในประเทศและกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ

กองทุนรวมตราสารทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1.5 ล้านล้านบาท ลดลง 4.8% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วราว 4.7% ในไตรมาสแรกนี้มีเงินไหลเข้าสุทธิ 3.8 พันล้านบาท โดยยังกระจุกตัวไปที่กองทุนหุ้นต่างประเทศ ในขณะที่กองทุนหุ้นไทยมีแรงขายจากกองทุน LTF


กองทุน Money Market เป็นอีกประเภทกองทุนที่มีเงินไหลเข้าสุทธิด้วยมูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้น 2.3% จากสิ้นปี2564ไปอยู่ที่ 6.6 แสนล้านบาท

กองทุนกลุ่ม Commodities มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 2.9 หมื่นล้านบาท ลดลง 6.3% จากสิ้นปี 2564โดยเป็นผลจากการขายทำกำไรทั้งกองทุนทองคำและน้ำมันรวม 4.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มกองทุนที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด 2 อันดับแรกในรอบไตรมาสแรกที่ 27.5% และ 6.4% ตามลำดับ

บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ซ (ประเทศไทย) รายงาน5 อันดับ "บลจ.มีเงินไหลเข้า-ออกสุทธิมากที่สุด" ในไตรมาส 1/65 (ข้อมูล ไม่รวม term fund) ณ 31 มี.ค. 2565ดังนี้

5 อันดับ บลจ.มีเงินไหลเข้ามากที่สุด
1. บลจ.เกียรตินาคินภัทร7,343 ล้านบาท
2. บลจ.เอไอเอ 1,925 ล้านบาท
3. บลจ.แอสเซท พลัส 1,898 ล้านบาท
4. บลจ.กรุงไทย 638 ล้านบาท
5. บลจ.วี581 ล้านบาท


5 อันดับ บลจ.มีเงินไหลออกมากที่สุด
1. บลจ.ไทยพาณิชย์ 17,460 ล้านบาท
2. บลจ.บัวหลวง 9,910 ล้านบาท
3. บลจ.กสิกรไทย 8,752 ล้านบาท
4. บลจ.ธนชาต7,481 ล้านบาท
5. บลจ.ทหารไทย4,349 ล้านบาท

บลจ.เกียรตินาคินภัทรมีเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดในไตรมาสแรกมูลค่า 7.3 พันล้านบาท มูลค่าทรัพย์สินสุทธิเติบโต 8.0% จากไตรมาสก่อนหน้า ไปอยู่ที่ระดับ 1 แสนล้านบาท โดยมีกองทุนเปิดใหม่ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนเช่น กองทุน KKP Vietnam Growth NFRI และ KKP NDQ100- Hedge รวมทั้งกองทุนที่มีอยู่เดิมคือ KKP Fixed Income Plus ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิ 2.7 พันล้านบาท รวมทั้ง 3 กองทุนมีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 7.8 พันล้านบาท

บลจ.ไทยพาณิชย์มีเงินไหลออกสุทธิมากที่สุด 1.7 หมื่นล้านบาท โดยเป็นเงินจากกองทุนตราสารหนี้เป็นส่วนใหญ่รวม 1.1 หมื่นล้านบาท นำโดยกองทุน SCB Savings Fixed Income, SCB Global Fixed Income A และ SCB Fixed Income Plus (Acc) ไหลออกมากที่สุด 3 กองทุน รวมมูลค่า 1.0 หมื่นล้านบาท

บลจ.บัวหลวงมีเงินไหลออกสุทธิในไตรมาสแรกรวม 9.9 พันล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินกองทุน LTF มูลค่ารวมราว 5.6 พันล้านบาท นำโดยกองทุน Bualuang Long - Term Equity มีเงินไหลออกสุทธิ 3.4 พันล้านบาท ตามมาด้วยกองทุน Bualuang Long - Term Equity 75/25 มูลค่า 1.8 พันล้านบาท รวมทั้งกองทุน Bualuang Fixed Income ที่มีเงินไหลออกสุทธิ 2.9 พันล้านบาท

บลจ.กสิกรไทยมีเงินไหลออกสุทธิในไตรมาสแรกมูลค่า 8.8 พันล้านบาท โดยเป็นผลจากเม็ดเงินกองทุนตราสารหนี้เป็นหลัก เช่น กองทุน K Fixed Income-A และ K Fixed Income Plus-A ที่มีเงินไหลออกสุทธิรวมกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท

คุณกำลังดู: 5 อันดับบลจ.มีเงินไหลเข้า-ออกสุทธิมากที่สุด ในไตรมาส 1/65

หมวดหมู่: การเงิน การธนาคาร

แหล่งที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/business/1000641

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด